ช่วงเว้นวรรคลูกหนังเวียดนาม ไปพูดคุยกับอดีตกุนซือทีมชาติไทยในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตที่เวียดนาม ในช่วงราว 8 เดือน ที่ผ่านมา

เป้าหมายที่เป็นจริง
การไปคุม ฮองอันห์ยาลาย ทาง โค้ชซิโก้ ไม่ได้วางเป้าหมายถึงระดับคว้าแชมป์วีลีก แต่ถึงตอนนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด การตัดจบของวีลีก ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร กับการแข่งขันที่เหลือเลกแรก 1 นัด และ ฮองอันห์ นำเวียตเทล 3 แต้ม
“ได้โอกาสจากบอสด่วน เหงียนดึ๊ก ตั้งแต่สมัยเป็นนักฟุตบอล แล้วเป็นโค้ชครั้งก่อน ดังนั้นการไปครั้งนี้ หวังเพียงตอบแทนบุญคุณบอส คิดว่าจะทำให้ดีที่สุด หวังพาทีมไปเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งต้องคว้าแชมป์ แต่ไม่เคยบอกว่าจะคว้าแชมป์ เก็บไว้ในใจ ไม่ขอพูดก่อน แต่ใจก็อยากทำความสำเร็จ ในช่วงที่ทีมก่อตั้งครบ 20 ปี”
“แชมป์ไม่แชมป์ ได้ไปหรือไม่ เรายังไม่รู้ อยู่ที่การตัดสินใจของ VFF, VPF บอสดึ๊ก บอกว่ายังไงก็ได้ ให้ตัดสินให้แฟร์ ตอนนี้ได้แชมป์ไม่แชมป์ ไม่รู้ รู้แต่ว่า เราภูมิใจที่สร้างนักฟุตบอล ติดทีมชาติเวียดนามถึง 7 คน”

ความต่างของนักเตะเวียดนาม-ไทย
เรื่องนี้ โค้ชซิโก้ มองว่า ทักษะนักเตะ 2 ประเทศ ใกล้เคียง แต่ว่าที่ ฮองอันห์ มีการสร้างดาวรุ่งปูพื้นฐาน ซึ่งนั่นคือหนึ่งในปัจจัยที่ตัดสินในไปคุมทัพ
“ทักษะ ไม่หนีกัน คล้ายกัน แต่ ฮองอันห์ สร้างนักเตะตั้งแต่อายุ 11-12 ขวบ กับ JMG อคาเดมี่ ดังนั้น กว่าจะขึ้นมาถึงชุดใหญ่ทุกคนทักษะดี เรื่องเทคนิคไม่มีปัญหา เราแค่ไปเติมแท็คติก”
“บอกได้ว่าไม่มีอุปสรรคอะไรเลย เราอยู่กันแบบครอบครัว เพราะก็เคยอยู่ที่นี่มาแล้ว และหนนี้ก็ได้โอกาสจากบอสอีก”

การห่างหายครอบครัวไปเกือบปี
“ซิโก้” ถือว่าเป็น “แฟมิลี่แมน” คุณสมบัติเป็นนายกสมาคมคนรักครอบครัวแห่งประเทศไทยได้เลย ซึ่งแม้ พ่อแม่ลูก จะมีหน้าที่คนละทิศละทาง ก็ยังมีเวลาให้กัน
“ผมทำงานต่างประเทศมาตลอด 9-10 ปี อังกฤษ, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม อย่าง เปิ้ล(อัสราภา เสนาเมือง) ก็เคยไปเรียนที่ออสเตรเลีย ดังนั้นก็ค่อนข้างคุ้นกับชีวิตแบบนี้”
“เราคุยกันในครอบครัว 5 คน ต่างคนต่างมีหน้าที่ ผมไปทำงานหาเงินที่เวียดนาม เปิ้ลดูแลบริษัทสปอร์ตฮีโร่ ส่วนลูกสาว 3 คน ก็เรียนหนังสือ โดย 2 คนเล็ก ไปเรียนที่อังกฤษ”
“ทุกคนต่างมีหน้าที่ของกันและกัน แต่โลกสมัยนี้ มันพูดคุยเห็นหน้ากันตลอด เราจะนัดกันเรื่อยๆ 5 คน มาเข้าห้องแชท วิดีโอคอลพูดคุยกันเรื่อย พูดคุยชีวิตประจำวัน มีอะไรก็มาปรึกษากันทางออนไลน์”
ฟุตบอลและกาแฟ
ด้วยภาระกิจซ้อมและแข่งกับ ฮองอันห์ยาลาย ทำให้ ซิโก้ ไม่มีโอกาสไปเที่ยวที่ไหนไกล เขาบอกว่า ชีวิตประจำวัน ถ้าไม่ซ้อมบอล ก็นั่งร้านกาแฟ
“การซ้อมของผม จะมีวันละ 2 มื้อ ในบางวัน ถ้าวันไหนซ้อมเช้า-เย็น ตื่นมาทานอาหารเช้า 07.30 น. จากนั้น บอย(บัณฑิต เทียบทอง) จะเตรียมการให้นักเตะเล่นเวต ตอน 10 โมง พอเที่ยงก็กินข้าวแล้ว จากนั้นรอซ้อมเย็น”
“ถ้าวันไหนมีซ้อมแค่ตอนเย็น ทุกเช้านั่งกินกาแฟกันกับสตาฟฟ์โค้ช คนเวียดนามเขาชอบกินกาแฟ มานั่งคุย เป็นสภากาแฟกัน เราก็นัดสตาฟฟ์โค้ช มาคุยเล่นๆ สัพเพเหระ ไม่จำเป็นต้องเรื่องบอล แล้วบอสก็มีธุรกิจกาแฟ องบ่าว ก็ถือเป็นจุดนัดกัน เช้าๆ ถ้าไม่ติดอะไรสตาฟฟ์โค้ชฮองอันห์มาเจอ คุยสบายๆ ผ่อนคลายอารมณ์”

เชฟซิโก้ โชว์อาหารไทย
เราจะเห็น เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ปรุงอาหารไทย ที่เวียดนามบ่อยครั้ง ด้วยเมนูที่ต่างกันไป
“แรกๆ ก็ทำกินเอง บอยเขาก็ทำ หลังๆ สตาฟฟ์โค้ชคนอื่นชอบ ก็อยากกินด้วย”
“เวียดนามผักเยอะนี่ แม่บ้านปลูก กะเพราะ, โหระพา แล้วหาใบมะกรูด, ตะไคร้ จบเลย ทำได้หมด ผัดกะเพราะ, ส้มตำ, ลาบ, ต้มยำกุ้ง, อ่อมกบ”
“สตาฟฟ์เขาชิมแล้วก็ชอบ อาหารไทยชอบอยู่แล้ว ทีนี้พอจะทำก็ต้องทำเผื่อ แต่เผื่อสตาฟฟ์เท่านั้นนะ นักบอลจะกิน เอาไปถ้วยเดียวพอ”
“ทำเลี้ยงไม่ไหว ในทีมมี 200 คนแน่ะ แต่ก็สอนแม่ครัวให้ทำ พวกส้มตำ ต้มยำกุ้ง นักบอลเขาชอบ บางคนเคยมาเล่นที่ไทย ชอบส้มตำ แต่เขาไม่ชอบปลาร้า ผมกับบอยกินก็มีปลาร้า ถ้าคนเวียดนามกินก็ไม่ใส่ปลาร้า”

ซูเปอร์สตาร์แห่งเวียดนาม
ปกติ ซิโก้ ก็ดังในเวียดนามอยู่แล้ว แต่มาทำผลงานคุม ฮองอันห์ กระฉูด ยิ่งดังไปใหญ่ เดินไปไหนมาไหน มีแต่คนตามประกบ
“จะออกไปไหน ก็เตรียมตัว แฟนบอลชื่นชอบ อยากมาใกล้ชิด อยากมาถ่ายรูปด้วย ก็ยินดี ยิ่งถ้าเป็นเยาวชน จะได้เป็นแรงบันดาลใจกับเขา”
“เดินไปตามถนน ตำรวจมาหา เราก็ตกใจ นึกว่าจะโดนเรื่องอะไร ปรากฏว่ามาขอถ่ายรูป”
“เหมือนอยู่ที่ไทยแหละ สมัยนี้ ใครก็ชอบเซลฟี่ แต่ช่วงมีโควิด ก็มีมาตรการกันบ้าง ใส่แมสก์ป้องกันเอาไว้”

พร้อมลุยต่อ
กระแสข่าวมาเรื่อยๆ มโนเอง หรือมีวงในก็ไม่รู้ ทั้งไปคุมเวียดนาม จะกลับมาไทย ยิ่งตอน ช้างศึก แยกทาง อากิระ นิชิโนะ กระแสยิ่งแรง กับเสียงเรียกร้องกลับมาคุมทีมชาติ และยิ่งแรงขึ้น เมื่อ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ มาเป็นผู้จัดการทีม
แต่ ซิโก้ มองเพียงแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง
“ตอนนี้หยุดลีก นักบอลส่วนหนึ่งก็แยกย้าย แต่เราก็ประชุมออนไลน์กับโค้ช ทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อนัดแนะ แล้วให้ไปรักษาสภาพร่ากายนักเตะ ซึ่งอย่าลืมว่า ยังมีนักเตะทีมชาติ 7 คน ที่ไปซ้อมต่อ แทบไม่ได้พัก ก็ต้องวางแผนให้พวกเขา”
“ผลงานของ ฮองอันห์ยาลาย ในฤดูกาลที่ผ่านมา ผมคิดว่า ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่พอ”
“ปีนี้เราดีแล้ว แต่ ฮองอันห์ยาลาย ต้องแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะนักเตะชาวเวียดนาม และนักเตะต่างชาติ เราวางแผนไว้แล้ว และเริ่มทำงานเต็มที่ เพื่อฤดูกาลต่อไป ที่ฮองอันห์ยาลาย จะต้องดีกว่านี้”
.
(ภาพจาก SPORT HERO/Kiatisuk Senamuang)
.
*** วุฒินล บุญวานิช ***



