ในเดือนนี้ นายฮอสเซ็น อมิราบโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เดินทางไปยังโอมาน เพื่อเจรจาทางอ้อมกับศัตรูตัวฉกาจอย่างสหรัฐ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ
นายดิอาโก ฮอสเซนี นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศในกรุงเตหะราน กล่าวว่า อิหร่านหวังว่าการตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์และการปล่อยตัวนักโทษกับสหรัฐ จะช่วยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากการถูกคว่ำบาตรเมื่อปี 2561 ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง และเงินเรียลอิหร่านที่อ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
อนึ่ง สัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกถึงการกระชับความสัมพันธ์ จะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ดีในสายตาของกลุ่มประเทศอาหรับ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอ่าว ความปรารถนานี้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันหลัก ที่ทำให้อิหร่านกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย หลังห่างเหินกันมานานถึง 7 ปี ผ่านการเจรจาที่มีจีนเป็นคนกลาง

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อิหร่านจึงพยายามกระชับหรือฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศอาหรับอีกหลายแห่ง รวมถึงอียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยรัฐบาลเตหะรานกล่าวว่า “นโยบายเปิดกว้าง” มีส่วนช่วยในการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางอาวุธกับศัตรูคู่ปรับอย่างอิสราเอล จะยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกยังคงมีอยู่ เนื่องจากรัฐบาลเตหะรานประจบประแจงจีน และถูกกล่าวหาว่า จัดส่งโดรนให้รัฐบาลมอสโก และช่วยสร้างโรงงานผลิตโดรน ซึ่งอิหร่านยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
จากการนำเสนอตัวเองเป็นหนึ่งในเสาหลักของ “ระเบียบโลกใหม่” อิหร่านยังต้องการขยายอิทธิพลของตนเองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกา และอเมริกากลาง ซึ่งหลังเยือนอินโดนีเซีย ไรซีเดินทางไปยังเวเนซุเอลา, นิการากัว และคิวบา ในเดือนมิ.ย. และประณาม “มหาอำนาจจักรวรรดินิยม” ที่นำโดยสหรัฐอีกด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ฮอสเซนีเชื่อว่า อิหร่านกำลังหันไปหาประเทศที่ไม่ถือว่าอยู่ในกลุ่มชาติตะวันตก เพื่อแสดงให้เห็นว่า อิทธิพลของชาติตะวันตกที่มีอิหร่านและเศรษฐกิจของประเทศ “ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
ยิ่งไปกว่านั้น อิหร่านยังหวังที่จะได้รับการยอมรับเข้าองค์กรสองแห่ง ซึ่งไม่มีประเทศตะวันตกอย่างรวดเร็ว ได้แก่ กลุ่มบริกส์ ซึ่งประกอบด้วยบราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้ กับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ที่มีจีน, รัสเซีย และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



