ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานอ่านสารสัญญาบัตรพระราชาคณะชั้นราช “พระภาวนาเขมคุณ” เป็น “พระราชภาวนาวชิรญาณ” ณ วัดมเหยงคณ์

        วันที่ 2 กรกฎาคม 2566  ณ ศาลาเขมรังสี วัดมเหยงคณ์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์  รุ่งสาคร  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และอ่านสารสัญญาบัตรพระราชาคณะ   โดยมี เจ้าประคุณฯ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ในการพิธีอ่านสารสัญญาบัตรพระราชาคณะชั้นราช ให้พระภาวนาเขมคุณ เป็น พระราชภาวนาวชิรญาณ ไพศาลวิปัสสนาวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พระธรรมโพธิมงคล เจ้าคณะภาค 2 เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร นำพระสังฆาธิการ จำนวน 30 รูป เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้น นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฯ อ่านตราตั้งฐานานุกรม แต่งตั้ง พระครูปลัด  พระครูสังฆรักษ์   พระครูสมุห์ และ พระครูใบฎีกา และ ท่านเจ้าประคุณฯ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี แสดงสัมโมทนียกถา เป็นอันเสร็จพิธี

        ด้วย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระภาวนาเขมคุณ เป็น พระราชภาวนาวชิรญาณ ไพศาลวิปัสสนาวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พุทธศักราช 2566  (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)  

พ่อเมืองกรุงเก่า พร้อมนายก อบจ. เปิดงาน “เห็ดตับเต่างาม ที่สามเรือน” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน

        ผู้ว่า “นิวัฒน์” นายก “สมทรง” สส. “สุรศักดิ์” พร้อมนายอำเภอบางปะอิน ร่วมกันเปิดงาน “เห็ดตับเต่างาม ที่สามเรือน”  ครั้งที่ 12 ยิ่งใหญ่  ระหว่างวันที่ 1 – 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา พร้อมร้านอาหารที่ใช้ เห็ดตับเต่า เป็นส่วนประกอบของอาหารคาว หวาน

        นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน “เห็ดตับเต่างาม ที่สามเรือน” พร้อมนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สส.เขต 4 นายดุสิต ศิริวราศัย นายอำเภอบางปะอิน นายสำเริง รื่นพล นายก อบต.สามเรือน ร่วมในงานเปิดงาน เห็ดตับเต่างามที่สามเรือน ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 1 – 2 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา พร้อมมีการแสดงของนักเรียนโรงเรียนปัณณวิชญ์ และร้านค้าที่ใช้เห็ดตับเต่าเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว และอาหารหวาน และชมวิถีชีวิตของชาวชุมชุนสามเรือน

        ในงานนี้นายสำเริง นายก อบต.สามเรือน อำเภอบางปะอิน ได้กล่าวขอบคุณที่ท่านผู้ว่านิวัฒน์ มาเป็นประธานเปิดงาน ในงานสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเห็ดตับเต่าที่ลือชื่อ ที่ทั้ง 8 หมู่บ้าน นำมาจำหน่ายในงาน และยังจัดนำเที่ยวในเชิงเกษตร นั่งเรือเที่ยวชมป่าโสน แปลงเพาะเห็ดตับเต่า ที่คลองโพ พร้อมสัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนริมคลองโพ

        นายนิวัฒน์ ฯ ได้กล่าวเปิดงานเห็ดตับเต่า พร้อมเยี่ยมชมร้านค้าที่ชาวชุมชนฯ นำเอาเห็ดตับเต่ามาเป็นส่วนประกอบในอาหารทั้งคาวและหวาน ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ พร้อมกล่าวว่าในการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะสร้างรายได้กับชุมชนและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ที่รายได้เข้าสู่ชุมชนนับสิบ ๆ ล้านบาท นอกจากได้ชุมวิถีชุมชนที่ปลูกเห็ดตับเต่าที่ได้ผลดี และยังมีคุณภาพ สืบเนื่องจากดินดี และอากาศที่ดี พร้อมกับยังชื่นชุมเรื่องความสะอาดอีกด้วย  (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าฯอยุธยา ”นิวัฒน์” ลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด-บ้านเลน เตรียมรับมือฤดูน้ำหลาก ปี 66 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนิคมอุตสาหกรรม

        วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวันชัย ปังพูนทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ร่วมลงพื้นที่ประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด หมู่ที่ 7 ตำบลรางจระเข้ อำเภอเสนา โดยมี นางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอเสนา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอเสนา ให้การต้อนรับและนำลงพื้นที่จุดที่เกิดเหตุถนนที่ประตูระบายน้ำแห่งนี้ทรุดตัว  โดยทางชลประทานฯ ได้ดำเนินซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงบริเวณพื้นที่โดยรอบเสร็จแล้ว  ซึ่งมีความแข็งแรงพร้อมรับช่วงน้ำหลากที่จะมาถึง 

        จากนั้น  เวลา 10.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และคณะ ได้พื้นที่ตรวจความมั่นคงแข็งแรงของประตูระบายน้ำในเขตพื้นที่อำเภอบางปะอิน หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน โดยมี นายดุสิต ศิริวราศัย นายอำเภอบางปะอิน และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ เมื่อช่วงน้ำหลากปีที่ผ่านมา ประตูระบายน้ำแห่งนี้ เกิดการทรุดตัวทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนในเขตอำเภอบางปะอิน  ทั้งนี้ ชลประทานฯ ได้ดำเนินการซ่อมแซมด้วยการทำผนังกั้นน้ำแบบถาวร ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก  ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าเดิม  

        นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า  การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบความมั่นคงและแข็งแรงของประตูระบายน้ำ สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรรม ในนโนบายการป้องกันอุทกภัยในปี 2566  โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ รวมถึงการวางแผนรับมือน้ำหลากล่วงหน้า  และเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมโดยเร็ว  รวมถึงระบบการป้องกันน้ำท่วมสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล  ต้องมีการซักซ้อมแผนต่าง ๆ ด้วยถึงแผนอพยพ หากเกิดน้ำท่วมโรงพยาบาล  ซึ่งในปีนี้ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะดำเนินมาตรทุกมาตรการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยให้ส่งผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด  (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

พระนครศรีอยุธยา จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 1 กรกฎาคม 2566 ครบ 112 ปี

        วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ที่ โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและรองผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีทบทวนกล่าวคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 1 กรกฎาคม 2566 โดยมี โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงวุฒิ สำนักงานลูกเสือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา คณะผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้มีเกียรติ และลูกเสือ เนตรนารี เข้าร่วมพิธีฯ

       นายไพรัตน์ เพชรยวน กล่าวว่า วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี นับเป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องจากลูกเสือจะช่วยให้คนไทยรู้จักรักชาติ มีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี และมีความกตัญญู เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ จึงกำหนดให้กองลูกเสือ เนตรนารี ทั่วประเทศ ประกอบพิธีและจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454  โดยทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย ในปัจจุบัน) และจัดตั้งกองลูกเสือตามโรงเรียน ต่าง ๆ ให้กำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือขึ้น รวมทั้งพระราชทาน คำขวัญให้ลูกเสือว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ ” ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่จัดตั้งกองลูกเสือขึ้น ต่อจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา  (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สระบุรีประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ

                วันที่ 28 มิถุนายน 2566  ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายผล  ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดสระบุรี เพื่อรับทราบการขับเคลื่อนงาน ผลการสอดส่องโรงการของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีการออกตรวจให้คำแนะนำ 2 ครั้งในพื้นที่อำเภอเมือง แก่งคอย จำนวน 3 โครงการ อำเภอเมือง หนองโดน ดอนพุด จำนวน 5 โครงการ มีการแนะนำให้ปรับปรุงแก้ไขให้ทุกโครงการเกิดประโยชน์สูงสุด ติดตามการขับเคลื่อนโครงการ STRONG จิตพอเพียงต้านการทุจริต ไตรมาสที่ 3 จำนวน 14 กิจกรรม เช่นการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย 13 ชมรม กิจกรรมจับตามองและแจ้งเบาะแส เป็นต้น ติดตามความก้าวหน้าการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมิน  โอกาสนี้ได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณี คันกั้นน้ำหรือ ทำนบศรีธนญชัย ที่อำเภอพระพุทธบาท ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ถูกทำลาย ซึ่งทางผู้อำนวยการ ปปช.จังหวัด ได้ขอให้แจ้งเรื่องกับ ปปช.ด้วยเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคดีทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและโบราณสถาน เพื่อจะได้ตั้งคณะทำงานดำเนินการแก้ไขต่อไป  (สมนึก  สุขีรัตน์ / สระบุรี)

สิงห์บุรีจัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย

        วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30 น.นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ได้นำสิ่งของพระราชทานจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาช่วยเหลือผู้ประสบภัย นางปทุม อารีย์ผู้ประสบอัคคีภัยเป็นผู้สูงอายุได้รับบาดเจ็บจากเหตุอัคคีภัย บ้านพักอาศัย เลขที่ 14/1 หมู่ที่ 4 ตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เสียหายทั้งหลัง มีผู้อาศัยรวม 3 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566  ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ได้มอบเงินจำนวน 3,500 บาทพร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค พัฒนาสังคมและมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสิงห์บุรีมอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมจำนวน 3,000 บาทพร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของอัคคีภัย และให้กำลังใจกับผู้ประภัย โดยมี นางสาวนงเยาว์ เทพศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภออินทร์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้านและประชาชนตำบลประศุก เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียงกัน  (อำนาจ  สุขเย็น / สิงห์บุรี)

มอบเข็มเชิดชูเกียรติ แก่คณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ ครบ 2 ครั้ง

        นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ให้แก่คณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายดุสิทธิ์ คงคาหลวง ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรีพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในพิธี ที่ ห้องรับรองป่าสักชลสิทธิ์  ศาลากลางจังหวัดลพบุรี

        ทั้งนี้ทางมูลนิธิ ฯ ได้ขอบคุณคณะกรรมการฯ ที่ได้ดำเนินการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี มาแล้ว ครบ 2 ครั้ง คือ คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก ครั้งที่ 3 ปี 2562 และครั้งที่ 4 ปี 2564 จึงให้จังหวัดลพบุรี กำหนดจัดพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติในครั้งนี้เพื่อแสดงความยินดี เป็นเกียรติ และขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานฯ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางสมจิตต์ แต่งสมุด 2.นายเฉลิมชัย ลิ้มสกุล 3.นายอำนวย จั่นเงิน 4.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ราชวงศ์ นวลอินทร์ และ 5.นางสาววรางคณา สิทธิวรยศ   (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ด้วยบารมี “หลวงพ่อรวย” วัดเชิงเขาสร้างถาวรวัตถุให้กับ ร.ร.วัดเชิงเขามูลค่า 14 ล้าน 5 แสนบาท

                เมื่อวันก่อนที่บริเวณโดมอเนกประสงศ์ ร.ร.วัดเชิงเขา ( เทศบาล 6) พระครูปลัดนิวัฒน์ อกิญจฺโน รองเจ้าคณะอำเภอเมืองสระบุรี เจ้าอาวาสวัดเชิงเขา ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร คณะครู บุคลากร ร.ร.เทศบาล 6 (วัดเชิงเขา) กำหนดจัดโครงการ “บวร” บ้านวัด โรงเรียน ประกอบกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคี และ “ส่งมอบงานก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรมระบบการประกอบอาคาร ประกอบไปด้วย โดม-อเนกประสงศ์ เสาธง รั้วด้านหน้าโรงเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร ลานกิจกรรม โรงจอดรถ รวมมูลค่า 14,500,000 บาท ( สิบสี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน)

                โดยในวันดังกล่าว วัดเชิงเขา ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ “พระธรรมโพธิมงคล” เจ้าคณะภาค 2 เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กทม. เดินทางมาเป็นประธานสงฆ์ พระราชธีราภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 2 พระวิสิฐคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระเถระชั้นผู้ใหญ่ คณะสงฆ์วัดเชิงเขา คุณสิริรัตน์ แสงทักษิณ เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำมันหอม (ดอกบัว 9 ดอก) กรรมการผู้อุปถัมภ์วัดเชิงเขา ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต (นายกคล้าย) พี่น้องประชาชน พุทธศานิกชนชาว จ.สระบุรี และทั่วไป ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก  (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

พระนครศรีอยุธยา เรียกประชุมสภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 16 อำเภอ หารือการคัดเลือกอาหารถิ่น เพื่อเป็นเมนูอาหารประจำจังหวัด ในกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น”

       วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ที่ ห้องประชุมโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมสภาวัฒนธรรม เพื่อหารือการคัดเลือกกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น”  โดยมี นางสุนิสา โกศินานนท์ รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ร่วมประชุมฯ

        นายประทีป การมิตรี  เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมสภาวัฒนธรรมอำเภอ เพื่อร่วมกันหาแนวทางการคัดเลือกเมนูอาหารประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  โดยให้ดำเนินการคัดเลือกเมนูอาหารประจำจังหวัด ๆ ละ 3 เมนู ตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกเพื่อกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะได้พิจารณาคัดเลือกให้เหลือจังหวัดละ 1  เมนู เพื่อเป็นเมนูประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งการคัดเลือกเมนูในครั้งนี้ จะให้แต่ละอำเภอเสนอเมนูอาหารประจำถิ่นตนเองที่คิดว่าหากมาอยุธยา ต้องมาทานเมนูนี้  รวมถึงร้านอาหารทุกร้าน จะต้องมีเมนูที่นำเสนอนี้จำหน่ายภายในร้านด้วย

       สืบเนื่องจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ขอความร่วมมือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการคัดเลือกกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของอาหารไทย อาหารท้องถิ่น ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทย รวมถึงการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย และอาหารท้องถิ่นต่อยอดสมุนไพร่ไทย สรรพคุณทางเลือก และส่งต่อเป็นภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดรุ่นสู่รุ่น อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมศักยภาพของเครือข่ายวัฒนธรรม ในการบริหารจัดการงานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น  (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เทศบาลนครนนท์ ชื่นชมต้นแบบผู้สูงอายุไม่รับเบี้ยชรา มอบทุนการศึกษาแก่เด็กยากจน

        เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอาจเป็นความหวังของใครหลายคนในวัยเกษียณ ในขณะที่ผู้สูงอายุบางส่วนที่มีความพร้อมทางการเงิน ได้รวมกลุ่มและนำเบี้ยงยังชีพ จัดตั้งเป็นกองทุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนและด้อยโอกาส เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้เด็กได้รับโอกาสกทางการศึกษา

        วันที่ 28 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษากองทุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุช่วยเหลือเด็กยากจนและด้อยโอกาส โดยมีคณะผู้บริหาร ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี อาคาร 2 ซึ่งมอบให้เด็กนักเรียนที่ศึกษาในสถานศึกษาในเขตพื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี จำนวน 27 แห่ง 30 ทุน ทุนละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 810,000 บาท และมหาวิทยาลัยในเขตเทศบาลฯ 1 แห่ง 25 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 50,000 บาท รวมจำนวนทุนทั้งสิ้น 835 ทุน เป็นจำนวนเงิน 860,000 บาท

        นายกฯสมนึก กล่าวว่า กองทุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนและด้อยโอกาส ดำเนินการมอบทุนมาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อให้เด็กที่เรียนดีแต่ยากจน ได้รับโอกาสทางการศึกษา และขอเชิญชวนผู้สูงอายุที่ไม่ประสงค์รับเบี้ยยังชีพ ร่วมบริจาคเข้ากองทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน สอบถามรายละเอียดได้ที่ กองสวัสดิการสังคม โทร 0 2589 0500 ต่อ 2134  (สมคิด – สมนึก  ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

กาชาดลพบุรีและโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ลพบุรี เชิดชูเกียรติผู้บริจาคดวงตาให้สภากาชาดไทย 

        นางสุวจี ศิริปัญโญ  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยแพทย์หญิงนุชรินทร์ อักษรดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี รวมทั้งทีมบุคลากรทางการแพทย์และเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ร่วมเชิดชูเกียรติและมอบพวงหรีดเคารพศพ และมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง อายุ 64 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเลือดออกในสมองจากความดันโลหิตสูง โดยได้มีการบริจาคดวงตาหลังเสียชีวิตซึ่งทีมจัดเก็บดวงตาศูนย์รับบริจาคอวัยวะโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชได้ดำเนินการจัดเก็บและนำส่งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย  เพื่อจะนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยกระจกตาพิการ ทำให้สามารถมองเห็นเหมือนเป็นแสงสว่างให้กับผู้ป่วยที่รอคอยด้วยความหวังต่อไป  

        นอกจากนี้แพทย์หญิงนุชรินทร์  อักษรดี พร้อมคณะฯในนามโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ยังมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้บริจาคดวงตาอีกด้วย  (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

อำเภอหนองแซง สระบุรี ย้อนอดีตจัดงาน ลงแขกดำนา แข่งขัน จับปลาช่อน/ปลาไหล อนุรักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

           เมื่อเร็วๆนี้ ที่ บริเวณ แปลงนาสาธิต หมู่ที่ 1 ตำบลเขาดิน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี นาย มนัสพันธ์ ดอนก้อนไพร นายอำเภอหนองแซง เป็นประธานในพิธี “ย้อนวิถีการทำนาแบบโบราณ” โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายไพฑูรย์ บัวศรี กำนัน ตำบลเขาดินผู้ใหญ่บ้านภาคเอกชน  เกษตรกร ครู นักเรียน ร่วมงาน เป็นจำนวนมาก  วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เชิดชูเกียรติชาวนาปลูกจิตสำนึกให้เล็งเห็นความสำคัญของข้าวและชาวนา ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ สร้างความรักสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน อนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตพื้นบ้านอันดีงาม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เกษตรกร รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ

           บรรยากาศภายในงานมีการบายศรีสู่ขวัญ การ (ลงแขก) ดำนาด้วยวิถีชาวบ้าน โดยมีนายมนัสพันธ์ ดอนก้อนไพร นายอำเภอหนองแซง นำชาวบ้าน ประชานชน เกษตรกร และนักเรียน ร่วมปลูกกล้าดำนา โดยจัดให้มีการแข่งขัน “ดำนา ในแปลงนาข้าว” แบบทีมผสมโดยมีชาวบ้านในอำเภอหนองแซง 9 ตำบลร่วมการแข่งขัน สร้างความสนุกสนานกับกองเชียร์ของแต่ละทีม และชาวบ้านที่มาร่วมงาน  โดยทีมที่ชนะการแข่งขันอันดับ 1 จะได้เงินรางวัล 1,500 บาท อันดับ 2 ได้เงินรางวัล 1,000 บาท อันดับ 3 ได้เงินรางวัล 800 บาท ที่เหลือจะได้รางวัลชมเชยทีมละ 500 บาท

           จากนั้นเพื่อเป็นการสร้างสีสัน เพิ่มความสนุกสนาน ในหมู่ประชาชนด้วยการจัดการแข่งขัน จับปลาไหล และปลาช่อน ตามวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาว อำเภอหนองแซง ประธานในพิธี (นายอำเภอหนองแซง )ปล่อยปลาช่อน ลงในคูน้ำ ซึ่งการจับปลาช่อน จะให้เด็กๆนักเรียนโรงเรียนวัดเขาดิน และเด็กในหมู่บ้าน ที่แต่งกายชุดนางรำมาร่วมร่ายรำก่อนพิธีเปิดงาน เข้าร่วมการแข่งขันด้วย เด็กๆ ต่างไม่กลัวที่จะเปื้อนดินโคลน ต่างพาลุยโคลน เข้าแย่งกันไล่จับปลาช่อนที่ถูกปล่อยลงคูน้ำก่อนหน้านี้ สร้างความสนุกสนานกันท่ามกลางเสียงเชียร์ และ ยังไม่ทันที่เด็กๆ เหล่านั้นจะจับปลาช่อนหมด ก็ได้ปล่อยปลาไหลลงในคูน้ำต่อเพื่อเพิ่มเกมการแข่งขัน โดยมีชาวบ้าน(ผู้ใหญ่) ร่วมวงไล่จับปลาไหลด้วย สร้างความครื้นเครง กันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยปลาที่จับได้สามารถนำกลับไปประกอบอาหารได้เลย

           ยังไม่หมดเพียงแต่นั้น คณะกรรมการจัดงาน ยังจัดการแข่งขัน รถกระแทะซิ่ง (รถเกษตร) ซึ่งมีรถเข้าร่วมการแข่งขันจาก 200 ทีมเข้าร่วมชิงชัย โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลจากนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมเงินรางวัล 6,000 บาท 4,000 บาท 2,000 บาท และ 1,000 บาทตามลำดับ โดยแต่ละทีมได้แต่งรถกระแทะซิ่ง เพื่อเพิ่มอัตราเร่งกันอย่างเต็มที่เพื่อการแข่งขันประลองความเร็วในครั้งนี้   (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

วรรวิสา ภู่โพล้ง  คว้าตำแหน่ง MUT พระนครศรีอยุธยา พร้อมเป็นตัวแทน เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ซึ่งการประกวดฯ จะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2566

        ช่วงค่ำของวันที่ 1 กรกฎาคม 2566   ที่ อยุธยาฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอธิริศร์ เตชะสินนิวัฒน์ในนามตัวแทน KEN STAR ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ พระนครศรีอยุธยา ประจำปี พ.ศ.2566 จัดการประกวดรอบตัดสิน เฟ้นหาสาวงามพระนครศรีอยุธยาสู่เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 โดยได้รับเกียรติจาก นายนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  คุณพัศพณิช พึ่งผูกใจ ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลผู้ถือลิขสิทธิ์) บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด มาร่วมส่งกำลังให้ MUT พระนครศรีอยุธยา เข้าประกวดฯ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม หลังได้ตัวแทนครบทั้ง 77 จังหวัด และจะประกวดรอบตัดสินในวันที่ 20 สิงหาคม 2566  (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ฉลองเหรียญรางวัล นักกีฬาผู้สูงอายุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

        ณ โรงแรมอยุธยาแกรนด์โฮเตล นายวิทยา ภิรมย์พานิช ผู้จัดงานฉลองเหรียญรางวัล กีฬาผู้สุงอายุ โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พิษณุโลกเกม พระนครศรีอยุธยา ได้มา 8 เหรียญ 1 เหรียญทองจากร้องเพลงลูกกรุงหญิง 3 เหรียญเงินจากหมากรุกประเภทเดี่ยวและคู่อย่างละ 1 เหรียญเงิน ลีลาศอีก 1 เหรียญเงินในจังหวะตลุง 4 เหรียญทองแดง จากลีลาศจังหวะรำวงและจังหวะรุมบ้า วิ่ง 200 เมตรเหรียญทองแดง กอล์ฟ อีกหนึ่งเหรียญทองแดง มีบรรดานักกีฬาอาวุโสต่างดีใจที่ทางนักกีฬาที่ได้รับเหรียญต่างๆ ตั้งใจทำชื่อเสียงมาสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

นักศึกษาราชมงคลสุวรรณภูมิ คว้ารางวัลการประกวด TIKTOK Content Creator

                มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) ขอแสดงความยินดีและชื่นชม กับนางสาวญานกร  สุสะสินธิ์ และนางสาววริศรา โตโสภา นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.สุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวด TIKTOK Content Creator หัวข้อ SoftPower Street Food Good ต่อใจ @Ayutthaya ในงานมนุษยศาสตร์แลสังคมศาสตร์วิชาการ ครั้งที่ 7 เป็นการพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์และผลิตสื่อด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)