สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับปฏิบัติการระดมโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ทั่วยูเครน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงวันอังคาร เป็นการตอบโต้ต่อสิ่งที่รัสเซียเรียกว่า “การก่อการร้าย” ซึ่งมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่ภายในรัสเซีย


ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียตอบโต้โดยใช้อาวุธนำวิถีระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือ ไฮเปอร์โซนิก ซึ่งปล่อยจากทั้งทางอากาศ ทางบก และทางทะเล โจมตีพื้นที่ 7 ภูมิภาคของยูเครน รวมถึงกรุงเคียฟ และเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสอง และประสบความสำเร็จในการทำลายเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลังงานของยูเครน เช่น คลังน้ำมัน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง และสนามบินทหาร


ด้านกองทัพอากาศยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ทั่วยูเครน โดยมีการใช้โดรน 656 ลำ และขีปนาวุธอีก 73 ลูก ตลอดทั้งคืนวันจันทร์ต่อเนื่องวันอังคาร และระบบป้องกันของยูเครน สามารถยิงตกหรือทำลายขีปนาวุธได้อย่างน้อย 40 ลูก และโดรนอย่างน้อย 602 ลำ


รายงานของกองทัพอากาศยูเครนระบุด้วยว่า ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้มีการใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือ ไฮเปอร์โซนิก รุ่น “เซอร์คอน” จำนวน 8 ลูก ซึ่งน่าจะเป็นจำนวนการใช้ขีปนาวุธชนิดนี้มากที่สุดในคราวเดียวของรัสเซียนับตั้งแต่เริ่มสงคราม เมื่อปี 2565 โดยขีปนาวุธเซอร์คอนมีพิสัยทำการไกล 1,000 กิโลเมตร และมีความเร็วมากกว่าเสียงถึง 9 เท่า


ทั้งนี้ ผลจากการโจมตีของรัสเซียทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คนในยูเครน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังมีการเตือนล่วงหน้าจากรัสเซีย ว่าจะปฏิบัติการโจมตี “อย่างเป็นระบบ” ต่อเป้าหมายทั่วยูเครน โดยเฉพาะในกรุงเคียฟ เพื่อตอบโต้เหตุโดรนโจมตีหอพักนักศึกษา ในภูมิภาคลูฮันสก์ ที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ทว่ายูเครนยืนยันว่า เป็นการโจมตี “เป้าหมายทางทหาร”.

เครดิตภาพ : REUTERS