กัมพูชาจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 ก.ค. ที่จะถึง นายกรัฐมนตรีวัย 70 ปีคนนี้ เป็นหนึ่งในผู้นำซึ่งดำรงตำแหน่งนานที่สุดในโลก ปกครองกัมพูชานานเกือบ 40 ปี โดยปราศจากการต่อต้าน สมเด็จฮุน เซน เตรียมส่งต่อมรดกทางการเมือง ซึ่งจะเป็นการมอบอำนาจให้กับ พล.อ.ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต
ซีรีส์ซึ่งกำลังออกอากาศ มีชื่อว่า “The Son Under the Full Moon” หรือ “ลูกชายใต้เดือนเพ็ญ” บอกเล่าเรื่องราว ให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของสมเด็จฮุน เซน ควบคู่ไปกับความยากลำบากของบ้านเมือง และครอบครัวของเขา ภายใต้การปกครองอย่างโหดร้ายสมัยรัฐบาลเขมรแดง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการผสมผสานความเป็นจริง เข้ากับนิยายแฟนตาซี
สมเด็จฮุน เซน, ผู้สนับสนุนของเขา และนายโสก อายสาน โฆษกพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ละครเรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงในอดีต โดยอานสาน ระบุเพิ่มเติมว่า การผลิตซีรีส์ดังกล่าวไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ แต่มาจากทุนของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคซีพีพี
“ซีรีส์ชีวประวัตินี้มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว นั่นคือการโปรโมตรผู้นำของเรา เพื่อให้ผู้คนและโลกได้รู้ความจริงเกี่ยวกับความอุตสาหะของสมเด็จฮุน เซน จากคนธรรมดา สู่การเป็นรัฐบุรุษ” อายสาน กล่าว
ด้านนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งตอนนี้ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส กล่าวว่า ลัทธิบุคลิกภาพมีไว้เพื่อปกปิดความไร้แก่นสาร เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณธรรมที่แท้ของผู้นำ และซีรีส์เรื่องนี้เป็นเพียงหนึ่งในโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จฮุน เซน ซึ่งพยายามขัดเกลาภาพลักษณ์ของเขา
แต่ขณะเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน กลับดำเนินการอย่างโหดเหี้ยมต่อสื่อเสรีในอดีตของกัมพูชา โดยสั่งปิดหนึ่งในสำนักข่าวอิสระกลุ่มสุดท้ายเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนบรรดาสมาชิกฝ่ายค้านซึ่งไม่ได้หนีออกนอกประเทศ ถูกจับกุมและต้องรับโทษจำคุก นักเคลื่อนไหวหลายคนกล่าวหาสมเด็จฮุน เซน ว่าใช้ระบบกฎหมายของกัมพูชาเป็นอาวุธจัดการพวกเขา
อนึ่ง บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การจัดการกับมหาอำนาจโลกของสมเด็จฮุน เซน บ่งชี้ถึงความรู้ความสามารถที่ไม่เป็นไปตามแบบแผน (unorthodox savvy) ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของเขา ที่จะใช้มาตรการเด็ดขาด พื่อปราบปรามผู้เห็นต่างในประเทศ
“สมเด็จฮุน เซน เข้าใจเหตุการณ์โลกโดยปราศจากการศึกษาอย่างเป็นทางการ แต่ตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา เขาปกครองประเทศด้วยความรุนแรง” นายวิรัก อู นักวิเคราะห์การเมือง กล่าว “ในช่วงสุดท้ายของการปกครองกัมพูชา ดูเหมือนว่าสมเด็จฮุน เซน พยายามอย่างมากในการสร้างและควบคุมเรื่องราวเกี่ยวกับมรดกของเขา”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



