
ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีปลุกเสก ป้ายทะเบียนรถเลขมงคล กรุงเก่าอยุธยา หมวดอักษร ขก “ขุมทรัพย์เพิ่มพูน เกื้อกูลบารมี” ณ วัดตะโก (หลวงพ่อรวย) พร้อมเปิดประมูลผ่านอินเทอร์เน็ตตั้งแต่บัดนี้ และจะปิดประมูล วันที่ 2 ก.ย.นี้
วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ที่ พระมหาธาตุเจดีย์มงคลสิทธาจารย์ วัดตะโก อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมี พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ จุดเทียนชัย ในการประกอบพิธีปลุกเสก ป้ายทะเบียนรถเลขมงคล กรุงเก่าอยุธยา หมวดอักษร ขก “ขุมทรัพย์เพิ่มพูน เกื้อกูลบารมี” พร้อมด้วย พระครูปลัดจริยวัฒน์ รองเจ้าคณะอำเภอภาชี เจ้าอาวาสวัดตะโก พระครูอุดมภาวนาธิมุต เจ้าอาวาสวัดบึง พระครูอดุลวิริยกิจ เจ้าอาวาสวัดวังแดงใต้ พระสงฆ์สรงสมณศักดิ์ ร่วมพิธีปลุกเสกในครั้งนี้ โดยมี นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวพิศมัย เกิดทรัพย์ ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอภาชี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมพิธี
ทั้งนี้ ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเปิดให้ทำการประมูลป้ายทะเบียนรถเลขมงคล กรุงเก่าอยุธยา หมวดอักษร ขก “ขุมทรัพย์เพิ่มพูน เกื้อกูลบารมี” สำหรับรถเก๋ง และรถกระบะ 4 ประตู จำนวน 301 หมายเลข ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะปิดประมูลผ่าน Facebook Live : กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2566 ณ ห้อง Meeting Room 3 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พ่อเมืองลพบุรี “อำพล” พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ เยี่ยมโรงเรียนกองทุนการศึกษาลพบุรี
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของจังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานและร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาของจังหวัดลพบุรี เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคด้านต่างๆ ของ โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า (บ้าน-โกรก-รก-ฟ้า) หมู่ที่ 3 ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ไขจากการประสบปัญหาขาดแคลนครูผู้สอน และมีความต้องการในการขอรับการสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนด้านอาคารสถานที่บางส่วน
โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน และย้ำให้โรงเรียนภายใต้โครงการกองทุนการศึกษา 4 แห่ง และโรงเรียนเครือข่าย 2 แห่ง นำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติเพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งฝากให้ชุมชนช่วยกันดูแลโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาซึ่ง เป็นกองทุนที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี พ.ศ.2555
นอกจากนี้ยังได้มอบไก่พันธุ์ไข่ จำนวน 20 ตัว และอาหารไก่ไข่จำนวน 4 กระสอบ ให้แก่โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้รับการตรวจเยี่ยมเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อนำไปเลี้ยงในโรงเรียนเพื่อเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในโรงเรียน (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ชัยนาท จัดโครงการ “ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ” นำบริการของส่วนราชการจังหวัดและอำเภอหันคา ให้บริการประชาชนที่ตำบลไพรนกยูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองอ้ายสาม หมู่ที่ 4 ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการ “ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ” จังหวัดชัยนาท โดยมีหน่วยงานราชการจังหวัดชัยนาทและอำเภอหันคา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรการกุศล ได้นำบริการต่างๆมาให้บริการประชาชนตำบลไพรนกยูง นายอดิศร เกิดโต นายอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท กล่าวต้อนรับและรายงานว่า อำเภอหันคา แบ่งการปกครองออกเป็น 8 ตำบล 100 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 4 แห่ง มีประชากรทั้งสิ้น 53,513 คน ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา 67 % ไร่มันสำปะหลัง 20 % ไร่อ้อย 8 % ที่เหลือราว 5 % ทำไม้ผล พืชผัก ส่วนตำบลไพรนกยูง นายสุพจน์ พุกมาก กำนันตำบลไพรนกยูง รายงานว่า ตำบลไพรนกยูง มีหมู่บ้าน จำนวน 13 หมู่บ้าน มี 1,902 ครัวเรือน ประชากร 5,222 คน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 แห่ง โรงพยาบาล รพ.สต. จำนวน 2 แห่งและมี โรงเรียน 5 แห่ง ด้านนางพรรณี ใจแสน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพรนกยูง กล่าวว่า อ.บ.ต.ไพรนกยูง มีพื้นที่ครอบคลุมทั้ง 13 หมู่บ้าน เนื้อที่ 120 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 75,509 ไร่ พื้นที่ตำบลไพรนกยูง ยังต้องมีการพัฒนาด้านต่างๆ ดังนี้ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีถนนอีกหลายสายที่ยังเป็นถนนดินลูกรังและถนนดินเดิม, ด้านการส่งเสริมอาชีพ ตำบลไพรนกยูง เข้าสู่สภาวะผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ, ด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมรายได้ทาง อบต.ไพรนกยูง และทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและเชิงศาสนา เช่น อ่างเก็บน้ำเขาพระ หมู่ที่ 9 และวัดป่าเจดีย์เขาดิน หมู่ที่ 11 ตำบลไพรนกยูง
นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ฝากเรื่องสำคัญ 3 เรื่องให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวอำเภอหันคา คือ ช่วยกันดูแลเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพราะถือว่าเด็กและเยาวชน เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ, การขับขี่รถจักรยานยนต์ ขอให้สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งหรือสวมหมวกนิรภัย 100 % เพื่อตนเองและครอบครัว,และส่วนสำคัญอีกประเด็นคือ ให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันเป็นหู เป็นตา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี แก่เด็กและเยาวชน เพื่ออนาคตของชาติต่อไป จากนั้น นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท มอบทุนพัฒนาเด็กชนบท จำนวน 20 ทุนๆละ 1,000 บาท, มอบทุนการศึกษานักเรียนในพื้นที่ จำนวน 10 ทุนๆละ 1,000 บาท,มอบชุดนักเรียน จำนวน 20 ชุด, มอบพันธุ์ปลาแก่ผู้นำชุมชนและมอบชุดอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาส จำนวน 50 ราย จากนั้น ตรวจเยี่ยมส่วนราชการจังหวัดชัยนาทและอำเภอหันคา หน่วยบริการต่างๆ ตามโครงการ “ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ” จังหวัดชัยนาท ที่มาให้บริการประชาชนที่ตำบลไพรนกยูง (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

พระนครศรีอยุธยา ร่วมนำเสนอผลงานจังหวัด TO BE NUMBER ONE รอบคัดเลือกระดับภาคกลางและตะวันออก และได้รับการคัดเลือกผ่านเข้าสู่การประกวดระดับประเทศ ประจำปี 2566 จำนวน 6 ประเภท
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวยุภา ทองถม แรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้าร่วมประกวดกิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE รอบคัดเลือกระดับภาคกลางและตะวันออก และได้รับการคัดเลือกผ่านเข้าสู่การประกวดระดับประเทศ ประจำปี 2566 จำนวน 6 ประเภท ได้แก่ 1. ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเสนา “เสนาประสิทธิ์” (รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงินปีที่ 2) 2. ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนอยุธยานุสรณ์ (รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงินปีที่ 1) 3. ชมรม TO BE NUMBER ONE ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยา (รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับทองปีที่ 2) 4. ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียน บางปะหัน (รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับทองปีที่ 2) 5. ชมรม TO BE NUMBER ONE สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงินปีที่ 1) และ 6. จังหวัด TO BE NUMBER ONE พระนครศรีอยุธยา (รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงินปีที่ 2)
ในปี 2566 กรมสุขภาพจิต ในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE กำหนดจัดงานภายใต้ชื่อ”มหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2566″ ระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2566 ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ในการนี้ ท่านผู้บริหารหน่วยงานบุคลากร และสมาชิก TO BE NUMBER ONE ของจังหวัด เข้าร่วมประกวด ร่วมกิจกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน และร่วมเฝ้ารับเสด็จองค์ประธานฯ (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าฯ นำทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรม “อยุธยาเมืองสะอาด” ปรับสภาพภูมิทัศน์และเก็บขยะบริเวณถนนซีกุน รวมพลังสร้างภาพลักษณ์ที่สวยงามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 เวลา 15.30 น. ที่สนามเปตองบึงพระราม นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ร่วมกิจกรรม “อยุธยาเมืองสะอาด” ร่วมกันเก็บขยะ ทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณถนนซีกุน โดยมี คณะรองผู้ว่าฯ ทั้ง 4 ท่าน กำกับโซน A – C มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 800 คน
สำหรับโซน A มุ่งหน้าไปทางปางช้าง โซน B มุ่งหน้าไปทางคลองมะขามเรียง และโซน C มุ่งหน้าไปทางโรงเรียนอนุบาล โดยกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาท่องเที่ยวและทุกคนที่มาเยือน ให้มีความสุขและประทับใจกับการเห็นบ้านเมืองเราสะอาดน่ามองอย่างยั่งยืน
โดยนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า ทุกวันพุธที่สองของเดือน เราจะทำความสะอาดใหญ่ โดยเชิญชวนส่วนราชการทุกส่วนทุกหน่วยงาน รวมทั้งภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา มาร่วมมือกันเพื่อปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ให้มีความสะอาด สวยงามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกๆ คน ออกมาร่วมช่วยกันรักษาความสะอาดความเป็นเมืองมรดกโลก พร้อมที่จะต้อนรับทุกคนที่มาเยือน มีความสุขและประทับใจกับการเห็นบ้านเมืองเราสะอาดน่ามองอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด” ซึ่งทำเพื่อพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกคน นอกจากนี้ เรากำลังต่อยอดไปสู่ “โครงการ 1 คน 1 ต้น เพื่อคนอยุธยา” เพื่อจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับคนอยุธยา เป้าหมาย 1 ปี จะปลูกต้นไม้ให้ได้อย่างน้อย 8 แสนต้น ตามจำนวนประชากร โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาช่วยสนับสนุนดูแลจนกว่าจะแข็งแรงต่อไป (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “มหกรรมเสน่ห์วิถีถิ่นดินแดนสองมรดกโลก” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2566 เพื่อเผยแพร่วิถีชีวิตวัฒนธรรม ขับเคลื่อน Soft Power นำรายได้สู่ชุมชน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (17 กรกฎาคม 2566) ที่ห้องประชุมรุ่งอรุณ โรงแรมธาราฮิลล์ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นางสาวพรทิพย์ กำเหนิดแจ้ง วัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี นางปรีชยา พรมชู วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ นางสาวนุชรินทร์ภัทร์ ธีระบุญยะ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร และนางฐิตารีย์ อินทร์ตาแสง วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “มหกรรมเสน่ห์วิถีถิ่นดินแดนสองมรดกโลก” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2566 ณ ลานสุพรรณิการ์ หน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเผยแพร่วิถีชีวิตวัฒนธรรม ขับเคลื่อน Soft Power ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน ศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ให้เป็นที่รู้จักนำรายได้สู่ชุมชน โดยมี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมงาน
“โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 มหกรรมเสน่ห์วิถีถิ่น ดินแดนสองมรดกโลก” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2566 ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย
1. กิจกรรมแสดงวิถีชีวิตของ 4 จังหวัด(อุทัยธานี กำแพงเพชร พิจิตร และนครสวรรค์) โดยจัดจำลองวิถีชีวิตออกแบบและตกแต่งให้เกิดมิติทางวัฒนธรรม แสดงเป็นบ้านเรือนอาศัย จัดสิ่งของเครื่องใช้ การประกอบอาชีพที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของทั้ง 4 จังหวัด (อุทัยธานี กำแพงเพชร พิจิตร และนครสวรรค์) โดยนำเสน่ห์วิถีวัฒนธรรม ได้แก่ ที่อยู่อาศัย อาหาร ศิลปะพื้นถิ่น ประเพณีและพิธีกรรมการแต่งกาย อาชีพ ความเชื่อ มาจัดแสดงผ่านการจัดนิทรรศการที่มีชีวิต 2.การจัดแสดงแสง สี เสียง มินิไลท์แอนด์ซาวด์ “สายน้ำแห่งวิถีวัฒนธรรม” เล่าเรื่องอิงประวัติศาสตร์เชื่อมโยง 4 จังหวัด 3.นิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นของทั้ง 4 จังหวัด 4. กิจกรรมจำหน่าย และสาธิตของดีของชุมชนที่มีความเป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของจังหวัด ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย/สินค้าชุมชน (CPOT/OTOP) โดยภูมิปัญญาจากกชุมชนของ4 จังหวัด 5. กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านหรือการแสดงศิลปะการต่อสู้จาก 4 จังหวัด 6. กิจกรรมจำหน่าย สาธิต และนิทรรศการแสดงผ้าพื้นถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์จาก 4 จังหวัด การแสดงแบบผ้าไทย (แฟชั่นโชว์) จากสาวงามแต่ละจังหวัด 7. กิจกรรมการสาธิต และจำหน่ายอาหารไทย อาหารพื้นถิ่นจาก 4 จังหวัด 8. การจัดนิทรรศการจำลองบรรยากาศหนังกลางแปลงในอดีต โดยฉายภาพยนตร์ย้อนยุคตลอดการจัดงาน
จึงขอเชิญเที่ยวงาน “มหกรรมเสน่ห์วิถีถิ่นดินแดนสองมรดกโลก” เที่ยวชมฟรีตลอดการจัดงาน ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2566 ณ ลานสุพรรณิการ์ หน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

ผู้ว่าฯอยุธยา เป็นประธานการประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางนโยบายและติดตามผลการดำเนินการตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมบึงพระราม ชั้น 1 อาคาร 4 ชั้น ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กศจ.) ครั้งที่ 5/2566 เพื่อติดตามผลการดำเนินการตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นางสาวเต็มจิต จันทคา ศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะกรรมการ ร่วมประชุม
โดยที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินการตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ การรวมสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การติดตามการดำเนินการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ชนิด 4 สายพันธุ์ ให้กับนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นางสาวเต็มจิต จันทคา เปิดเผยว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อชี้แจงแนวทางนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการให้กับคณะกรรมการรับทราบ และนำไปปรับใช้กับสถานบันการศึกษาต่าง ๆ และการติดตามความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก (HPV) ชนิด 4 สายพันธุ์ ให้กับนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งต้องขอขอบคุณนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลและป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กนักเรียน โดยประสานหน่วยงานผู้สนับสนุนวัคซีนดังกล่าว และนำมาดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนในครั้งนี้ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ผู้ว่าราชการสิงห์บุรี พร้อมรองผู้ว่าฯ ประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการทำแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี ประจำปีงบประมาณ 2568
วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 น.นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการทำแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี พ.ศ.2566-2570 ฉบับทบทวนและแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 จังหวัดสิงห์บุรี ณ ห้องประชุมราชาวดี ชั้น 5 โรงแรมโกลเด้นท์ดราก้อนรีสอร์ท โดยมี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน พร้อมนายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีทั้งสอง หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด หัวหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของแต่ละส่วนราชการ รวมทั้งสิ้น 120 คน ระยะเวลาในการสัมมนา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-19 กรกฎาคม 2566 โดยเนื้อหาในการสัมมนาประกอบด้วยการทบทวนทิศทางยุทธศาสตร์ กลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนา การแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการ Action Plan และแผนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวมถึงการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการตามประเด็นการพัฒนาของจังหวัดสิงห์บุรี ได้รับเกียรติจาก ดร.วัชรญ์ กีรติดุสิตโรจน์ เป็นวิทยากรบรรยาย
ด้วยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบุรณาการ พ.ศ.2565 มาตรา 21 กำหนดให้คณะกรรมการบิหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดโดยคำนึงถึงความต้องการและศักยภาพของประชาชนในจังหวัดยุทธศาตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาตร์ชาติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนพัฒนาประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค นโยบายของรัฐบาลโดยแผนพัฒนาจังหวัดจะต้องระบุรายละเอียดของเป้าหมายการพัฒนาซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปี ประเด็นพัฒนาเป้าประสงค์ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมายแนวทางการพัฒนา แผนงานโครงการสำคัญและกิจกรรมในโครงการ งบประมาณที่ต้องใช้และหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด 20 ปี (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

พัฒนาชุมชนสิงห์บุรี จัดโครงการ ทอดผ้าป่าต้นไม้ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในที่สาธารณะ
วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าต้นไม้ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” โดยมีนายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายถวิล ยี่สุ้นแสง พัฒนาการจังหวัดสิงห์บุรี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด/อำเภอ นายอำเภอท่าช้าง ผู้นำท้องถิ่น/ท้องที่ ผู้นำกลุ่ม/องค์กร ภาคีเครือข่ายและประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมมอบพันธุ์ไม้ให้กับพัฒนาการอำเภอ ทั้ง 6 อำเภอ และร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะ สร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชน สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์และฟื้นฟูบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตพื้นที่ตำบลและชุมชน ณ บ้านกะดีแดง หมู่ที่ 2 ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี
กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการขับเคลื่อนต่อยอด และขยายผลการดำเนินการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 อย่างต่อเนื่อง ตามฐานข้อมูลในระบบ THAIQM กระทรวงมหาดไทย โดยให้ดำเนินการขับเคลื่อนต่อยอด และขยายผลการดำเนินงานฯ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ภาพข่าวกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ได้ขับเคลื่อนต่อยอด และขยายผลการดำเนินการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยการจัดทำโครงการทอดผ้าป่าต้นไม้ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพลังความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชนในหมู่บ้าน ตำบล น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่การปฏิบัติการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่ายในครัวเรือนเพื่อฟื้นฟู และเติมเต็มไม้ผลให้มีความหลากหลายชนิด สร้างความสวยงามให้เต็มเส้นทาง พื้นที่สาธารณประโยชน์ และเป็นคลังอาหารสำหรับคนในชุมชน/ตำบล สู่การแบ่งปันในอนาคต (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

จังหวัดปทุมธานี ประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานประจำปี 2566 พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานเพื่อป้องกันการกลับมาทำการขอทานซ้ำ
วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30 น. นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 1/2566 โดยมี ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานจังหวัดปทุมธานี สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี สำนักงานจังหวัดปทุมธานี สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบัวหลวง ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
การประชุมในครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้รับทราบแผนปฏิบัติการตามแผนขับเคลื่อนการควบคุมการขอทาน ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) และรายงานผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานและผู้แสดงความสามารถ ประจำปีงบประมาณ 2565 ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี รวมถึงผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาระบบคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและขอทานในชุมชนร่วมกับเทศบาลนครและเมืองพัทยา ประจำปีงบประมาณ 2565 และการติดตาม ตรวจสอบ พร้อมประเมินผลการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานในจังหวัดปทุมธานีด้วย
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ยังได้ร่วมกันพิจารณาการเปิดพื้นที่สาธารณะสำหรับแสดงความสามารถของประชาชนที่ต้องการแสดงความสามารถเพิ่มเติม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานเพื่อป้องกันการกลับมาทำการขอทานซ้ำ ร่วมกับการส่งเสริมสนับสนุนกลไกลความร่วมมือด้านการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล พร้อมสรรหาแต่งตั้งคณะทำงานจากทุกสหวิชาชีพและอาสาสมัคร เพื่อร่วมกันปฏิบัติการควบคุมคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานระดับพื้นที่อย่างทั่วถึงต่อไป (แสงกฤช – ประสิทธิ์ จิตสว่าง / ปทุมธานี)

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าภาพ จัดกิจกรรม “สภากาแฟ” ประจำเดือน กรกฎาคม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงาน
เช้าวันที่ 13 ก.ค. 66 เวลา 07.30 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ร่วมกิจกรรมสภากาแฟ ประจำเดือน กรกฎาคม 2566 โดยมี หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม นำโดย น.ส.สุกัญญา เบาเนิด ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 กล่าวให้การต้อนรับ โดยภายในงานมีการจัดแสดงดนตรี และให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับชม
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พบปะพูดคุยกับผู้ร่วมกิจกรรมอย่างไม่เป็นทางการ และร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบถ้วยสัญลักษณ์ “สภากาแฟ” ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งรับเป็นเจ้าภาพในเดือนถัดไป ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2566 รวมถึงเปิดโอกาสให้ส่วนราชการต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์ภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้รับทราบอย่างกว้างขวาง
ด้าน นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวถึงการจัดกิจกรรมสภากาแฟ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้หัวหน้าหน่วยงานได้พบปะหารือข้อราชการอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งนี้ มีหน่วยงานที่รับเป็นเจ้าภาพจัดสภากาแฟ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทุกเดือน ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการประสานงานและบูรณาการทำงานร่วมกัน ตลอดจนได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงาน พร้อมเชิญชวนทุกหน่วยงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญของจังหวัดฯ อาทิ กิจกรรมอยุธยาเมืองสะอาด กิจกรรม 1 คน 1 ต้น เพื่อคนอยุธยา กิจกรรมบูรณาการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนวิธีการบริหารบุคคล เพื่อให้มีช่องทางการติดต่อที่สะดวกรวดเร็ว แนะนำวิธีแก้ไข และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ส่งผลการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้มั่นคงแข็งแรง นอกจากนี้ ยังได้ทิ้งท้ายกล่าวขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมขับเคลื่อนการทำงาน พร้อมเชิญชวนร่วมประมูลป้ายทะเบียนรถเลขมงคล กรุงเก่าอยุธยา หมวดอักษร ขก “ขุมทรัพย์เพิ่มพูน เกื้อกูลบารมี” ซึ่งปลุกเสก ณ พระมหาธาตุเจดีย์มงคลสิทธาจารย์ วัดตะโก อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

“ธีรพล” ประธานคณะกรรมการนโยบายสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จุดประกายนักศึกษาให้ “เรียนอย่างไรมีงานทำ”
นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ(มทรส.)ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายสหกิจศึกษา เปิดเผยว่า จากการที่ มทรส. มุ่งเน้นการจัดการศึกษารูปแบบ “สหกิจศึกษา” โดยเรียนรู้ภาคทฤษฎีควบคู่การปฏิบัติอย่างเข้มข้น และปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการต่างๆ เพื่อเสริมสร้าง”ทักษะชีวิต”ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อสร้างสมประสบการณ์ก่อนจบและพร้อมที่จะทำงาน คณะกรรมการกำกับนโยบายสหกิจศึกษา จึงจัดให้มี”โครงการสมรรถนะนักศึกษาในมุมมองของสถานประกอบการ” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้ให้ความสำคัญในการออกฝึกปฏิบัติสหกิจ ภายใต้หัวข้อ “สหกิจศึกษาสำคัญไฉน แนวทางสู่ความสำเร็จ เรียนจบมีงานทำ”ณ.ห้องประชุมอาคารสรรพวิทย์ ศูนย์นนทบุรี เขตเหนือซึ่งมีนักศึกษาร่วมรับฟังเต็มความจุกว่า 200 คน พร้อมถ่ายทอดไปยังศูนย์ต่างๆของ มทรส.ด้วย
มี ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธาน โดยเชิญ ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ศิษย์เก่าและเป็นอาจารย์เก่าของ มทรส. และเป็นกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ มทรส.ด้วย ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด(มหาชน) TAT ผู้ผลิตแม่พิมพ์โลหะ อุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่สำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท มีชื่อเสียงสั่งสมมานานกว่า 30 ปี และได้ขยายบริษัทนี้เพิ่มเติมจากปทุมธานี ไปยังจังหวัดชลบุรีด้วย
ดร.พยุง ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันได้เปิดโรงงานเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักศึกษาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆเข้ามาเรียนรู้งาน ตลอดจนรับนักศึกษาเข้ามาฝึกปฏิบัติกับทางบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยจะเป็นคนปฐมนิเทศด้วยตนเองทุกครั้ง เพื่อเป็นการเปลี่ยน mindset ในการทำงานจริงซึ่งแตกต่างจากการเรียนในห้องเรียน โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในช่วง 4 เดือนในโรงงาน ซึ่งจะต้อง มีวินัย ความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์และมีความมุ่งมั่นเพื่อค้นพบตัวเองว่าจบแล้วควรทำอะไร โดยย้ำกับนักศึกษาว่า การออกไปฝึกปฏิบัตินั้นต้องเป็นสถานประกอบการที่มีมาตรฐานและมีสาขาวิชาที่ตรงกับที่เรียนหรือใกล้เคียงให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของนักศึกษาเอง เมื่อจบแล้วสามารถทำงานได้ทันที และในปัจจุบัน มทรส.เอง ก็ได้มีการจัดตั้ง”ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ”เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ด้วยแล้ว (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

กำหนดอุปสมบททดแทนบุญคุณ พ่อ แม่
ร.ต.ท.ประทาน จตุพันธ์ รองสารวัตรปราบปราม ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(พระนครศรีอยุธยา) บิดา นางชาลินี จตุพันธ์ มารดา ได้กำหนดการอุปสมบท ภีรภัทร จตุพันธ์ (ปาล์ม) บุตรชาย ณ พัทธสีมา วัดคุณหญิงสมจีน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มี พ.ต.อ.ปรัญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อม เผอิญ ไทยสม หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ ภาคกลาง และแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมงานมากมาย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เทศบาลเมืองชัยนาทจัดโครงการฝึกอาชีพ18ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท
นายเจษฎา สี่พี่น้อง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชัยนาท เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมการทำน้ำมันเหลืองสมุนไพรและยาดมสมุนไพรของชุมชนบางตาทอง ให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท กว่า30 คน
โดย นายเจษฎา สี่พี่น้อง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชัยนาท เปิดเผยว่า โครงการการฝึกอาชีพให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท ทั้ง 18 ชุมชน เป็นโครงการที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ว่างงาน และประชาชนที่สนใจ ซึ่งโครงการฝึกอาชีพนี้ ทางเทศบาลเมืองชัยนาท ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มผู้สูงอายุ รวมไปถึงประชาชนที่ว่างจากงานประจำ ให้มีกิจกรรมทำเพื่อเป็นการคลายเครียด โดยโครงการดังกล่าว ได้มีการสาธิตการทำน้ำมันนวดสมุนไพร การทำน้ำยาล้างจาน การทำยาสระผม สบู่ ฯลฯ ผลัดเปลี่ยนกันไปใน18ชุมชนของเขตเทศบาลเมืองชัยนาท เพื่อที่ประชาชนจะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

ตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี ร่วมบูรณาการแก้ปัญหาลิงแนะนำจุดให้อาหารแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
พันตำรวจโท พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.1) พร้อมด้วยชุดสายตรวจของสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 ตรวจพื้นที่ พร้อม ประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ ในโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี เช่น บริเวณพระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ โดยเฉพาะการแนะนำจุดให้อาหาร “ลิง” ตามแนวทางการบูรณาการในการแก้ปัญหาลิงในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี โดยใช้สถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรีเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ,พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1 และพ.ต.อ.สมชาย ธีรภัทรไพศาล ผกก.2 บก.ทท.1 มีนโยบายในการให้ใช้สถานีตำรวจท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา พร้อมทีมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ฮ่วมแฮง แบ่งปัน สร้างสรรค์ สังคมสุขภาพดี”
วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา มอบหมาย ผู้รับผิดชอบงานองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ( HLO ) โรงพยาบาลเสนา นำทีมโดย แพทย์หญิงจิรัฎฐศรี สุวรรณบำรุงชัย แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลเสนา พร้อมทีม เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานองค์กร และชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ “ฮ่วมแฮง แบ่งปัน สร้างสรรค์ สังคมสุขภาพดี” ประจำปี 2566 ( HLO of the Year 2023 ) ระหว่างวันที่ 11 – 13 กรกฎาคม 2566 โดยโรงพยาบาลเสนา และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรางจรเข้ ( รพ.สต.รางจรเข้ ) เป็นตัวแทนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ระดับเขตสุขภาพที่ 4 นำเสนอผลงาน เรื่อง “รูปแบบการจัดบริการสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อป้องกันพลัดตกหกล้ม” และเรื่อง “การดูแลภาวะถดถอยด้านการเคลื่อนไหว ตำบล รางจรเข้ ” โดย โรงพยาบาลเสนา และ รพ.สต.รางจรเข้ ได้รับรางวัล องค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (รพศ./รพท./รพช.) และชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ (รพ.สต.) ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ประเภท ระดับดี จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

โรงไฟฟ้าวังน้อย คว้ารางวัล Zero Accident Campaign ระดับแพลทินัม สู่ปีที่2
วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นายศิลป์ชัย ศรีละวรรณโณธาดา หัวหน้ากองการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 1 โรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นผู้แทนโรงไฟฟ้าวังน้อย เข้ารับรางวัลกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2566 (Zero Accident Campaign) ระดับแพลทินัม ปีที่ 2 ในงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 35 โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมมอบรางวัล ณ อาคารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี (กอบกฤษณ์ ชูกลิ่น / อยุธยา)



