@เริ่มที่ รัฐบาล กับปัญหาการ ฟื้นฟู เศรษฐกิจ ที่ความจริง ย่ำแย่ อยู่แล้ว และถูก ซ้ำเติม ด้วย สงครามจากตะวันออกกลาง ที่ทำให้ เศรษฐกิจ ของประเทศ ย่ำแย่ มากขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้น วิกฤติ หรือ โคม่า แต่ก็อยู่ในภาวะของ เงินฟุบ ทั่งประเทศ เพราะคน ส่วนใหญ่ ในภาคการเกษตร ในภาค แรงงาน คนค้าขาย ระดับล่างๆ และ รากหญ้า รวมทั้ง กลุ่ม เปราะบาง ที่เคยมีเงินใน กระเป๋า บัดนี้ กระเป๋าแห้ง การ จับจ่ายใช้สอย ต้องทำแบบ กระเบียดกระเสียรในตลาดสด หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ มี คนขาย มากกว่าคนซื้อ ทำให้ เศรษฐกิจ ได้รับผล สะเทือน ทั้งระบบ…..ล่าสุด หลัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีการ พูดคุย กับ ซีอีโอ 38 คน ของประเทศ เป็นผู้ กุมชะตากรรม เศรษฐกิจไทย เพื่อ ฟังความคิดเห็น ในการ นำพาประเทศไทย ออกจาก ก้นเหว ทางเศรษฐกิจ ซึ่ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ออกมา ป่าวประกาศ ต่อประชาชนชาวไทยว่า อีก 6 เดือน คนไทยจะเห็นผล การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่เป็น รูปธรรม จะเป็นจริง หรือไม่จริง จะทำได้ หรือ ไม่ได้ ก็ต้องรอติดตาม เพราะยังไม่รู้ว่า ทางข้างหน้าอีก 6 เดือน จะมี วิกฤติอะไรเกิดขึ้นกับ ประเทศไทย และ โลก กลมๆ เบี้ยวๆ ใบนี้…..โดยเฉพาะ สงครามในตะวันออกกลาง ที่การ เจรจา เพื่อ สงบศึก ระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ยังไม่เกิดขึ้นจริง และ สหรัฐอเมริกา ก็เริ่ม โจมตีทางอากาศ ในหลายพื้นที่ของ อิหร่าน หาก สงครามในตะวันออกกลาง ยาวออกไป อย่างไม่มีกำหนด นั้นหมายถึง วิกฤต ของ น้ำมันเชื้อเพลิง และ ก๊าซ ที่ส่งผลให้มีราคาแพงมากขึ้น และ ราคาน้ำมัน ก็จะส่งผลกระทบ ในทุกภาคส่วนของทุกประเทศ และประเทศเล็กๆ อย่างไทย ก็จะกระทบที่รุนแรงกว่า…..
@วันนี้ หนึ่งเดียวที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส คาดหวังคือ โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส หรือการ แจกเงิน ให้กับประชาชน เพื่อใช้จ่ายในการ ซื้อสินค้า ใน 4 เดือน เพื่อ หวังเห็นการ กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ให้ ตะกร้าเงิน มีการหมุนเวียนอย่างน้อย 2-3 รอบต่อครั้ง ซึ่งเท่ากับว่า เงินกู้ 400,000 ล้าน ต้องใช้ใน โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส หรือ คนละครึ่ง ไปแล้ว เฉียด 200,000 ล้าน ส่วนเงินกู้ที่เหลืออีก 200,000 ล้านเศษๆ ก็จะใช้ในเรื่องการ สร้าง เศรษฐกิจ เพื่อ ให้เกิดการ จ้างงาน ในประเทศ และถ้า เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ครั้งนี้ ไม่ เข้าเป้า ที่ รัฐบาล และ รองนายก หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ อย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส คาดหวัง เอาไว้ ก็มี เศรษฐกิจของประเทศ ก็จะ ดับกุบ เหมือน เครื่องยนต์ที่ หมดน้ำมัน……สิ่งที่ต้องติดตามดูคือการตั้งคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. ที่จะมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ จากคณะใหญ่ เป็นคณะเล็กที่มีองค์ประกอบเพียง 7-8 คน เพื่อให้เกิดการ ขับเคลื่อน ที่ คล่องตัว และรวดเร็ว กับการ แก้ปัญหา เศรษฐกิจ สิ่งสำคัญที่สุด ในการ ขับเคลื่อน ให้ เศรษฐกิจ ของประเทศไปได้ คือ เรื่องของ ภาคอุตสาหกรรม และ ภาคการเกษตร ที่เป็น เส้นเลือดใหญ่ ของประเทศ ถ้าทั้งสองภาคส่วน ฟื้น เศรษฐกิจของประเทศก็ไปได้ และ นอกจาก เศรษฐกิจ จะฟื้นแล้ว คนตัวเล็ก ตัวน้อย ก็จะได้รับ อานิสงส์ ลืมตาอ้าปาก ได้ด้วยเช่นกัน……ปัญหาที่ ประชาชน คนไทย ต้อง เตรียมรับมือ หรือ รับเคราะห์ คือ การขึ้นราคา ค่าไฟฟ้า เป็น อัตราใหม่ ในเดือน มิถุนายน นี้ ที่ รัฐบาล ใช้ สูตรใหม่ โดยที่ รัฐบาลใช้ วิธีคำนวณ ให้คนใช้ไฟมาก ช่วยคนใช้ไฟน้อย ซึ่งเป็นการ แก้ปัญหา ง่ายๆ และ ห่วยๆ โดยที่ รัฐบาล ไม่ต้อง ควักเงินจ่าย แม้แต่ สตางค์แดงเดียว ผิดกับ รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่น ที่ รัฐบาล ตั้งงบประมาณ จำนวนหนึ่ง ในการ ช่วย แบกภาระ ค่าไฟฟ้า ให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำมันแพง……
@และนี่ก็อาจจะเป็นเรื่อง เคราะห์ซ้ำกรรมซัด สำหรับ ประเทศไทย ที่การท่องเที่ยวเครื่องจักร ที่ ปั๊มเงิน ให้กับประเทศไทย ที่ยังเดินเครื่องได้ กำลังได้รับ ผลกระทบจาก ไวรัส อีโบล่า ที่เป็น สายพันธุ์ใหม่ จาก ประเทศคองโก และ ยูกันดา ซึ่งเป็น ไวรัส ที่ ยังไม่มี วัคซีน ในการ บำบัดรักษา วันนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการ สั่งกักตัว ของ ผู้ที่เดินทางมาจาก ประเทศคองโก และ ยูกันดา เป็นเวลา 21 วัน และ มีสนามบินในประเทศ ที่มี ชาว คองโก และ ยูกันดา เดินทางมาไทยคือ สนามบินสุวรรณภูมิ และ สนามบิน เกาะภูเก็ต ซึ่ง เท่ากับ เป็นพื้นที่ เสี่ยง ที่ ประชาชน ต้อง ระวังป้องกันตัว และ แน่นอน เชื้อ ไวรัส อีโบล่า คืออีกหนึ่ง ปัญหา ที่ บั่นทอน การท่องเที่ยว และทำให้ เม็ดเงิน จากการท่องเที่ยว หดหายไป และกระทบกับ ทุกภาคส่วนของ ธุรกิจการท่องเที่ยว…..เรื่อง มาเฟีย ที่เกิดขึ้นกับ เมืองท่องเที่ยว ในการ ยึดสถานที่สาธารณอย่าง ชายหาด เพื่อ หาผลประโยชน์ มาเฟีย เหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มี เจ้าหน้าที่ร่วมมือ และร่วมในการ รับผลประโยชน์ อย่างเช่นในหลายแห่งของ เกาะภูเก็ต ที่ไม่ใช่เฉพาะที่ หาดฟรีด้อม เพียงแห่งเดียว มาเฟีย ที่ เป็น กำนันชื่อดัง และผู้นำท้องถิ่นแต่ ข้าราชการ ทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้อง คือผู้ที่ ส่งเสริม สนับสนุน มาเฟีย ที่ สมควรถูก โยกย้าย และ ทำโทษ เห็นด้วยกับการ ย้าย ปลัดจังหวัด ป้องกันจังหวัด และ นายอำเภอทั่ง 3 อำเภอของ จ.ภูเก็ต ออกจากพื้นที่ และ ตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งข่าวว่า มาจากเรื่อง “ส่วยสถานบันเทิง” เรื่องของส่วยสถานบันเทิง ไม่ได้มีเฉพาะ เกาะภูเก็ต แต่เกิดขึ้นกับทุกจังหวัดที่เป็น เมืองท่องเที่ยว เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ ที่ เมืองด่านนอก ชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมี นักลงทุนชาวมาเลเซีย และ นักลงทุนชาวอินเดีย เข้ามาเป็นเจ้าของ สถานบันเทิง และ ทำผิดกฎหมาย เป็นแหล่ง ค้าประเวณี เป็นแหล่ง มั่วสุมเสพยาเสพติด เป็นแหล่งที่ นายทุนไทย นำเอา ตู้เกมการพนัน กว่า 50 ตู้ มาเพื่อให้ในการ มอมเมา ประชาชน โดยอ้างว่า เมืองชายแดนแห่งนี้ เศรษฐกิจ ซบเซา ไม่มี สิ่งผิดกฎมาย และ สิ่งมอบเมา เมืองด่านอก อ.สะเดา จ.สงขลา ก็จะ ซบเซา เมื่อ นายทุน คือได้เพียงเท่านี้ และ เจ้าหน้าที่ ทั้ง ฝ่ายปกครอง และ ฝ่ายที่รับผิดชอบในเรื่อง กฎหมาย อย่างตำรวจก็ คล้อยตาม ก็ต้องถามไปยัง อธิบดีกรมการปกครอง และ ผบ.ตร. เห็นสมควรให้ รางวัล หรือ ย้าย จากพื้นที่ เพื่อเอา ผู้ที่ เข้มแข็ง ไม่ตกอยู่ภายใต้ คำสั่งของ มาเฟีย ที่เป็น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เชื่อว่า ข้าราชการ ที่ดี ยังมีอยู่ใน ประเทศไทย…..
@เช่นเดียวกับเรื่อง ชาวยิว หรือ อิสราเอล ใน เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และที่ เกาะภูเก็ต จ.ภูเก็ต ที่ วันนี้อยู่ใน สภาวะ ฝีแตก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ไปทั่ว จากการ ละเลย ของ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ทั้ง มหาดไทย ทั้งตำรวจ ที่ปล่อยให้ชาวยิว กลายเป็น มาเฟีย เข้ามา ครอบครองที่ดิน และ ธุรกิจทั้งผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย โดยอาศัย คนไทยเทา และ ข้าราชการเทา เป็นผู้ให้ความร่วมมือ และให้ความคุ้มครอง….. ซึ่งนอกจาก ชาวยิว แล้ว ยังมี ชาวต่างชาติอื่นๆที่เป็น อิหร่าน เป็น รัสเซีย และ ฝรั่งตาน้ำข้าว ที่เข้ามา อยู่อาศัย ทำงาน ทำธุรกิจที่ ผิดกฎหมาย เป็นอาชีพต้องห้าม โดยหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ต่าง เพิกเฉย จนกลายเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ เป็น ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ …..โดยเฉพาะ คนต่างชาติ ที่เข้ามาแล้ว ไม่กลับออกไป เป็นกลุ่ม ต่างชาติ โอเวอร์สะเตย์ เป็น คนเถื่อน จำนวนมาก ที่เป็นทั้ง อาชญากร ที่ ก่ออาชญากรรม และ งานอื่นๆ ที่ แย่งอาชีพ ของคนไทย ที่ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และ ฝ่ายปกครอง ไม่ได้ สนใจ กับปัญหาของต่างชาติที่ โอเวอร์สะเตย์ หรือ อยู่เกินกำหนด และ หลบซ่อน อยู่ในประเทศไทย เรื่อง ง่ายๆ ปัญหา ง่ายๆ อย่างนี้ ยังแก้ไม่ได้ หรือเพราะไม่ต้องการแก้ เพราะ ส่วย จำนวน มหาศาล ที่ มาเฟีย ส่งให้เป็น รายเดือน เรื่องนี้ เป็น ภัยความมั่นคง ที่ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และ ผอ. กอ.รมน. ต้อง สั่งการ ให้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ให้ ชุดภัยแทรกซ้อน ของ กองทัพภาคที่ 4 ที่กำกับดูแลโดย พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เร่ง ดำเนินการ กับ ปัญหาของ ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ เป็นการ ด่วน อย่ารอให้ ถั่วสุกงาไหม้….
@เรื่อง การได้มาของ สัญชาติไทย ของ ผู้นำชาวยิว ประธาน ชาบัด ที่ เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นการได้ สัญชาติ อย่าง ถูกต้อง หรือไม่ และ จำนวนของ ชาวยิว ที่ได้ สัญชาติไทย แล้ว ณ วันนี้มีจำนวน เท่าไหร่ เพราะอย่างลืมว่า เมื่อ เขาได้ สัญญาติ ลูก หลาน ของเขา ก็จะเป็น คนไทย มี สิทธิเสรีภาพ แบบเดียวกับคนไทย และ มีการนำ ชาวยิว เข้ามา ตั้งชุมชนในเมืองต่างๆ มากขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่อง ความมั่นคง ที่ รัฐบาลต้อง ระมัดระวัง และต้อง ตัดไฟแต่ต้นลม.….
@ชาว หาดใหญ่ จ.สงขลา ผิดหวัง จากการที่มีข่าวว่า รัฐบาล ไม่พร้อม ในการเดินทางไปประชุม ครม.สัญจร ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 9-10 เดือน มิถุนายน 2569 โดยอ้างว่า เรื่องการของบประมาณ ในโครงการต่างๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก ทำให้ รัฐบาลต้อง ตรวจสอบรายละเอียด ซึ่งเรื่อง เบื้องหลัง จะมีอะไรที่มากกว่านี้หรือไม่ ไม่รู้ แต่ คน หาดใหญ่ ที่ต้องการเห็น ครม.สัญจร และต้องการเห็นการ ขับเคลื่อน ปัญหา น้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อ ปลายปี 2568 ที่ ยังอยู่กับความ เสียหาย ที่ยังรอการ เยียวยา และ งบประมาณ ในการ ฟื้นฟูเมือง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ คุณภาพชีวิต ของผู้คน….. รวมทั้งการแก้ปัญหา น้ำท่วม รอบใหม่ ในอีก 5 เดือน ข้างหน้า ที่ บัดนี้ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ คู คลอง ยังต้องมีการ บูรณะ มีการ ขุดลอก เพราะ เศษหิน ดิน โคลน ขยะ มูลฝอย ที่เกิดจาก น้ำท่วม เกิดจากการ ทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ยัง ทับถมเต็ม คู คลอง ที่สำคัญ คลอง ร 1 ที่ ผังกั้นน้ำ ประตูน้ำ เสียหายเป็นระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร วันนี้ ยังไม่มีการ ปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อ รับมือกับ นำท่วม ในอีก 5 เดือน ข้างหน้า ซึ่งข่าวว่า หน่วยงาน ชลประทานในพื้นที่บอกว่าต้องใช้งบเป็น 1,000 ล้านบาท ในการ บูรณะ ซ่อมแซม และ ยังไม่มีคำตอบจาก อธิบดีกรมชลประทาน เรื่องนี้ต้อง กระตุ้นไปยัง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรงเกษตรและสหกรณ์ ให้ เร่งดำเนินการ ก่อนที่จะถึงหน้าฝนในอีก 5 เดือนข้างหน้า…..
@อีกเรื่องคือ ณ วันนี้ คลองอู่ตะเภา เป็น เส้นเลือดใหญ่ ไหลจาก ต้นน้ำ อ.สะเดา ผ่าน อ.คลองหอยโข่ง และเข้าสู่ กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง ณ วันนี้ใน คลองเต็มไปด้วย สิ่งกีดขวาง ตอไม้ กอไผ่ และ อื่นๆ เต็มไปหมด เมื่อเกิด น้ำหลาก ก็จะไหลไม่สะดวก และน้ำก็จะ ท่วม เรือกสวน ไร่นา บ้านเรือน ของประชาชน การ บูรณา ขุดลอก คลอง อู่ตะเภา ให้ น้ำไหลได้สะดวก ก็มีความสำคัญ ที่ต้องฝาก รมช. คมนาคม สรรเพชญ บุญญามณี ผู้ กำกับดูแลงานของ กรมเจ้าท่า ดำเนินการด้วย…..
@เรื่อง น่า หดหู่ สำหรับ เจ้าหน้าที่ จังหวัดสงขลา คือไม่สามารถ บังคับใช้ กฎหมาย ในการ รื้อถอน โฮมสะเตย์ ที่ก่อสร้างอย่างถาวรใน ทะเลสาบสงขลา ที่ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ทั้งที่ ศาลสั่งให้ รื้อถอน ผ่านไปแล้ว 2 ปี คำสั่งศาล ไม่มีความ ศักดิ์สิทธิ์ เพราะ เจ้าท่าสงขลา เกรงใจ ผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ ซึ่งเป็น เจ้าของ โฮมสะเตย์ วันนี้ ปปช. สงขลา ต้องเข้าไป ตรวจสอบ และสั่งให้ ดำเนินการรื้อถอน ให้เป็นไปตาม กฎหมาย ล่าสุด กรมเจ้าท่า มีคำสั่งให้ เจ้าของ โฮมสะเตย์ ทั้งหมด รื้อนถอนภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นี้ ก็ต้องติดตามดูว่า สุดท้ายแล้ว ทั้ง กรมเจ้าท่า และ ปปช.สงขลา จะ พิทักษ์ ความ ถูกต้อง ความ ศักดิ์สิทธิ์ ของ กฎหมาย ได้หรือไม่ หรือ อิทธิพล ของ เจ้าของโฮมสะเตย์ ยังอยู่เหนือกฎหมายต่อไป บ้านเมือง มีขื่อมีแป กฎหมาย ต้อง ศักดิ์สิทธิ์ และต้องบังคับใช้ได้กับทุกคน ไม่ใช่กับ ชาวบ้าน ตาสีตาสา แต่ใช้กับ ผู้มีอันจะกิน ผู้มีอิทธิพล ไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ บ้านเมืองก็จะ เละตุ้มเป๊ะ…..
@กลับมาดูเรื่อง ไฟใต้ ภายใต้การ กำกับดูแลของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใน อุ้งมือ ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่มาทำหน้าที่ ดับไฟใต้ มา ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2568 จนถึง ปัจจุบัน แต่ สถานการณ์ ยังไม่ดีขึ้น ล่าสุด ทหาร ตำรวจ ยัง เป็น เป้าหมาย ของ กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ตายเป็น ใบไม้ร่วง ล่าสุด มี สตรี เด็ก ที่ บาดเจ็บ ล้มตาย จาก สถานการณ์ ที่ไม่ว่าจะเกิดจาก ลูกหลง หรือ ตั้งใจ แต่ทำให้เห็นถึง ความ โหดเหี้ยม ของ แนวร่วม และ กองกำลังติดอาวุธ ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ซึ่งดูแล้ว สถานการณ์ อาจจะ เลวร้าย เพิ่มขึ้น…..ย้าย ทหาร ระดับ นายพล นายพัน จาก กองทัพภาคที่ 2 มา รับผิดชอบในการ ป้องกัน ปราบปราม ก็แล้ว มีการส่ง ทหารรบพิเศษ มาทำหน้าที่ ในการ แก้ปัญหา แหล่งบ่มเพาะ ก็แล้ว แต่ สถานการณ์ ก็ยังไม่ กระเตื้อง หรือ ให้เห็นว่า ดีขึ้น แม้แต่ในเวทีการ ถอดบทเรียน 22 ปี ของ ไฟใต้ เพื่อ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย และ สันติสุข ที่ยั่งยืน ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา วิทยากรที่เป็น อัยการ เป็น อดีต เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และอื่นๆ ต่างเห็นพ้องต้องกัน ให้ คะแนน สอบตก กับการแก้ปัญหาไฟใต้ในรอบ 22 ปี …..ก็ต้องถาม พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ว่า นโยบายใหม่ ในการ ดับไฟใต้ ก็ท่าน เป็น นโยบาย ที่ ถูกทาง หรือไม่ และหาก ถูกทาง ทำไม สถานการณ์ความ รุนแรงของ ไฟใต้ จึงไม่ ลดลง และหาก สถานการณ์ความ รุนแรง ยังคงอยู่อย่างนี้ นโยบายการ สร้างพื้นที่ปลอดภัย จะเกิดได้อย่างไร การให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการดับไฟใต้ จะเป็นจริงอย่างไร …..
@พื้นที่ของ จ.พัทลุง มีเหตุ อุกฉกรรจ์ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้อาวุธสงคราม ในการก่อเหตุ ก็ยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ล่าสุด มีการ ยิงใส่ กลุ่มของ นักข่าว ในตัวเมืองพัทลุง พล.ต.ต. เชาวลิตร เลี้ยงสุพงษ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เร่ง ไขลาน ให้ ตำรวจ ทุก สภ. กวาดล้างอาวุธสงคราม และ จับกุม คนทำผิด มาลงโทษ เพื่อ ป้องปราม เพื่อให้ คดีอุกฉกรรจ์ ลดลง อย่าให้ พัทลุง กลับไปเป็น บ้านป่าเมืองเถื่อน เหมือนในอดีต เพราะขณะนี้ พัทลุง เป็น เมืองท่องเที่ยว ที่เป็น เมืองรอง ที่มี นักท่องเที่ยว เดินทางไปเที่ยวมากขึ้น อย่าให้เรื่อง อาชญากรรม มาทำลายการท่องเที่ยว…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
————————————————————————————–
///////////////////////////////////////////////

ดินพระราชทาน . พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่ เป็นประธานในพิธีพระราชทานดินฝังศพ เป็นกรณีพิเศษแก่ ด.ต.มะยากี ดีเยาะผบ.หมู่ (ป.) สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ตำรวจผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยของครอบครัวและเพื่อนตำรวจ ณ สุสานมัสยิดนูรุลอิสลามปาว์มานีส ต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี
///////////////////////////////////////////

ลูกเสือชาวบ้าน. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดอบรมลูกเสือชาวบ้านเฉลิมพระเกียรติ ณ อาคารอเนกประสงค์ ตลาดน้ำปากพล ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง โดยมี นาที รัชกิจประการ ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้านภาคใต้ กล่าวรายงาน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ และ สส.พรรคภูมิใจไทย จ.พัทลุง ร่วมในพิธี
//////////////////////////////////////////////////

ติดตามสถานการณ์. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ยาเสพติด การจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ โดยมี นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
////////////////////////////////////

ห่วงใย. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และคณะ เข้าเยี่ยม ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง ผบ.หมู่ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ที่ถูกยิงบาดเจ็บ และภรรยาเสียชีวิต จากการโจมตีของ กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น ณ ตึกมูลนิธิเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว รพ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////

ประชุม. วิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รอง ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วน ราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ และผู้เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 5/2569 ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อรับทราบข้อราชการ ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลภารกิจสำคัญของกระทรวง กรม และจังหวัด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส
//////////////////////////////////////////

เลี้ยงอาหาร. พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี ได้เปิดจวนผู้ว่าฯ จัดงานเลี้ยงอาหาร พร้อมมอบเงินสนับสนุนเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ประธานสโมสรปัตตานี เอฟซี คณะผู้ฝึกสอน และทัพนักกีฬา ในโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นสู่การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกได้สำเร็จ ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัด, นายอำเภอจากทั้ง 12 อำเภอ ณ เรือนชบา จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
///////////////////////////////////

ร่วมงาน. อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา ร่วมพิธีเปิดงานสมโภชหลักเมืองและงานกาชาดจังหวัดยะลา ครั้งที่ 64 ประจำปี 2569 พร้อมรับโล่รางวัลชนะเลิศ การประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมและของดีเมืองยะลา โดยมี นก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา เป็นประธาน ณ เรือนชบา จวนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา
/////////////////////////////////////////

แลกเปลี่ยน. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ร่วมแชร์ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาเมือง ในฐานะวิทยากร “หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 6” ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับ บริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ณ โรงแรมเดอะควอเตอร์ ลาดพร้าว กทม.
////////////////////////////////////////////////////

สานสัมพันธ์. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เป็นประธานในกิจกรรม อบจ.ยะลา ร่วมใจสานสัมพันธ์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อคืนความสุขสู่ชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีนายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต 1 ดร.ระเด่น สะมะแอ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา นายกเทศมนตรีตำบลยะหา ณ มัสยิดดารูอัลกุรอาน ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////

ประธาน. รัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา เป็นประธานงาน “วันเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณูปการและคุณงามความดีของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ และอุทิศตนเพื่อประเทศชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตลอดชีวิตแห่งการรับใช้แผ่นดิน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา
///////////////////////////////////////////

สมทบทุน. นิพนธ์ บุญญามณี และครอบครัว” บุญญามณี “พร้อมผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่น้อมนำเงินร่วมบุญในพิธีบำเพ็ญกุศลศพคุณแม่กัลยา บุญญามณี สมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 5,020,066 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป
//////////////////////////////////////////////

ป้องกัน. ธวัชชัย เพ็ชรหวล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้กับนักเรียน โรงเรียนบ้านหินคอกควาย สังกัด สพป.ตรัง เขต 1 จำนวน 133 คน โดยมีวิทยากรจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 422 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะความคิดสร้างภูมิคุ้มกัน ด้านร่างกายจิตใจให้ห่างไกลจากยาเสพติด โดย อบต.บ้านนา
////////////////////////////////////////

สืบทอดศิลปะการแสดง รองเง็ง ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ สพม.ตรัง-กระบี่ ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง โกมาต แป้นเกิด วัฒนธรรมจังหวัดตรัง เป็นประธาน พิธีเปิดโครงการถ่ายทอดศิลปะการแสดง รองเง็ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยผู้บริหาร คณะครู และและนักเรียนเข้าร่วม
//////////////////////////////////////////////

ติดตาม. คณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.ตรัง ลงพื้นที่ติดตาม โครงการบูรณะอาคารสถานีรถไฟกันตัง งบประมาณกลุ่มจังหวัดอันดามัน ราคากลาง 10,000,000บาท โดย หจก. ปุริมปรัชญ์ เสนอราคา 9,985,000 บาท ทำการปรับปรุงให้เหมือนของเดิม รักษาเอกลักษณ์ ตามที่กรมศิลปากรกำหนด / และโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ คสล. และระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในสนามกีฬา ศรีกันตัง เทศบาลเมืองกันตัง ใช้งบอุดหนุนเฉพาะกิจเทศบาล ราคากลาง 4,063,700 บาท ห.จ.ก.บี.เอ็ม.พี. ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง ผู้ชนะการประกวดราคา 3,321,000 บาท ทั้งสองโครงการ ได้เริ่มงานก่อสร้างไปแล้ว คาดว่าน่าจะเสร็จตามเวลาที่กำหนด
///////////////////////////////////////

ดูความพร้อม. ไชยบูร เรืองหนู ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลสทิงพระ ลงพื้นที่ดูการเตรียมความพร้อม การจัดโครงการการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน กิจกรรมจัดเก็บขยะ กิจกรรมวางที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ (ซั้งกอ)และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ หาดมหาราช อ.สทิงพระ จ.สงขลา
//////////////////////////////////

ผ้าป่ามหากุศล. นายแพทย์ประวิทย์ วรรณโร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็ดพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา กล่าวขอบคุณ ผู้ร่วมบริจาคเงินในการทอดผ้าป่าของโรงพยาบาล เพื่อนำเงินสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ ณ รพ.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งได้เงินจากการร่วมบุญร่วมกุศล 1,800,000 บาทเศษโดยมี ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย
//////////////////////////////////////



