
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรง และผ้าไตร ถวายพระอินทร์แปลง เนื่องในการสมโภชครบ 457 ปี และพระราชทานผ้าไตร 10 ไตร ณ วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 เมื่อเวลา 14.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรง และผ้าไตร ถวายพระอินทร์แปลง เนื่องในการสมโภชครบ 457 ปี และพระราชทานผ้าไตร 10 ไตร ถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิราชธิดา ณ พระวิหารพระอินทร์แปลง วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ท่านผู้หญิงอังกาบ บุญยัษฐีติ เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ และถวายเครื่องสักการะแด่ พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระเทพมงคลโสภณ เจ้าคณะภาค 17-18 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร นางภราไดย สุวรรณรัตน์ เปิดกรวยกระทงถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการประกอบพิธีถวายน้ำสรง และผ้าไตร ที่ทรงพระราชทานถวายแด่หลวงพ่อพระอินทร์แปลง ทั้งนี้ พระสงฆ์ทั้งนั้นเจริญชัยมงคลคาถา
จากนั้น ท่านผู้หญิงอังกาบฯ จุดเครื่องสักการะบูชาเทพยดานพเคราะห์ เทียนประจำวัน พราหมณ์อ่านประกาศบวงสรวงเทพยดา พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทมงคลสูตร พราหมณ์อ่านประกาศบูชาเทวดา ตามวันนพเคราะห์สลับกับพระสงฆ์สาธยายมนต์ ทั้ง 9 วัน และอ่านประกาศขอพรเทวดานพเคราะห์ ทั้ง 9 พระองค์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน
นอกจากตัววัด ยังมีพระพุทธรูปสำคัญ ที่มีนามว่า พระอินทร์แปลง หรือ พระเจ้าอินทร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เพื่อให้เป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากการบูรณะที่ยาวนาน จึงได้อัญเชิญมาวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร จนถึงปัจจุบัน นอกจากจะมีพระอินทร์แปลงเป็นพระประธานในวิหารแล้ว ภายในวิหารยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เกี่ยวกับตำนานพระอินทร์อีกด้วย (สนง.ปชส.อย. ข้อมูล / ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก และพิธีบำเพ็ญกุศลดิถีคล้ายวันมรณภาพ ปีที่ 6 พระมงคลสิทธาจารย์ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก) ณ วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา
วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ พระมหาธาตุเจดีย์มงคลสิทธาจารย์ หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก และพิธีบำเพ็ญกุศลดิถีคล้ายวันมรณภาพ ปีที่ 6 พระมงคลสิทธาจารย์ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก โดยเจ้าประคุณสมเด็จฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าโกศอัฐิอดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก หน้าสรีรสังขาร พระมงคลสิทธาจารย์ พระสังฆาธิการ พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ รองเจ้าคณะอำเภอภาชี/เจ้าอาวาสวัดตะโก และพระเถรานุเถระ ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ สวดมาติกา จากนั้น พระญาณไตรโลก รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/เจ้าอาวาสวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร เป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนา โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอภาชี ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี
หลวงพ่อรวย นามเดิม “รวย” นามสกุล “ศรฤทธิ์” เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดตะโก เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2484 โดยพระเดชพระคุณพระครูสุนทรธรรมนิวิฐ (หลวงพ่อชื้น) เจ้าอาวาสวัดภาชี และเจ้าคณะอำเภอภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดจ้อย เจ้าอาวาสวัดวิมลสุนทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดตะโก เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายา ทางพระพุทธศาสนา “ปาสาทิโก” หลวงพ่อรวย ได้จำพรรษาที่วัดตะโก มาโดยตลอด
มรณภาพเมื่อเวลาประมาณ 21.00 นาฬิกา ของวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2560 ที่ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร ด้วยอาการสงบ สิริอายุรวม 95 ปี 7 เดือน 10 วัน 76 พรรษา ซึ่งในทุกๆวันอาทิตย์ ทางวัดตะโก โดยพระครูสิทธิสรคุณ (พระอาจารย์แก้ว) เจ้าอาวาสวัดตะโก จะได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ถวาย สรีระสังขาร หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก อดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก เป็นประจำ โดยมีบรรดาศิษยานุศิษย์ ที่เป็นพระสงฆ์ และฆราวาส ได้ยื่นความจำนง ขอเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญกุศลเป็นประจำ และในการบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ คณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของคณะสงฆ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ของหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก ได้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมอบรางวัลไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม ครั้งที่ 2 และมอบเทียนพรรษา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2566
วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 เวลา 12.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงโปรดให้ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมอบรางวัลไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม ครั้งที่ 2 และมอบเทียนพรรษา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2566 ณ อาคารหอประชุม มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอาทิตย์ สอนไทย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พลตรี อภิชัย วิไลเนตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 พันตำรวจเอก นฤนาท พุทไธสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รอรับ-ส่งผู้แทนพระองค์
คณะกรรมการจัดงาน ไตรสรณะบูชา พระเสมาสยาม จึงได้มีความประสงค์ที่จะถวายกำลังใจแด่พระสงฆ์ และเพื่อให้พุทธศาสนาสนิกชนได้ระลึกนึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ยกย่องเชิดชูบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาส่งเสริม สนับสนุน สร้างขวัญกำลังใจในการปกป้อง รักษา คุ้มครองพระพุทธศาสนา ขัดเกลาเยาวชนที่นับถือพระพุทธศาสนา ให้มีความสนใจ ศึกษาประวัติความเป็นมาของพระพุทธศาสนา ตลอดจนเพื่อสนองคุณงามความดีต่อชาติ พระศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นเอกอัครศาสนุปถัมภก ในการมอบรางวัลครั้งนี้ จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นต้น โดยมีพระเถระทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัล
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลจากหลากหลายอาชีพ อาทิ อ๊อฟ พงษ์ภัทร (ศิลปินและผู้จัดละคร) และเยาวชนต้นแบบชาวพุทธ ได้เข้ารับรางวัลดังกล่าว มีพระสงฆ์และสามเณร และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา รวมจำนวนทั้งสิ้น 232 รูป/ราย และมีผู้ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลตามพระอัธยาศัย จำนวน 6 คน (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

สิงห์บุรี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา
วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.30 น.พระครูนาคดิตถ์คณาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัดสิงห์บุรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566
ณ พระอุโบสถกลางน้ำ วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร โดยมี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าศาล นายอำเภอเมือง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลือง เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฯ เฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้พุทธศาสนิกชนที่เป็นพสกนิกร ภายใต้พระบรมโพธิสมภารได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ชัยนาทเชิญเที่ยวงานสืบสานประเพณีห่มผ้าพระบรมธาตุเจดีย์ 2-4 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชวชิรกิจจาทร(ยุวชน เขมปุญโญ) เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย นายนที มนตริวัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นางประวงษ์ กานนท์รังสี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท นายศักดิ์ชัย กรัดกระยาง นายกเทศมนตรีตำบลชัยนาท และ น.ส.อริสรา คำชารี วัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “เล่าขานตำนานพระบรมธาตุเจดีย์ สืบสานประเพณีห่มผ้าพระธาตุ” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 สิงหาคม 2566 ตามโครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ณ วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท
วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 6 ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท เป็น พระอารามหลวง ชั้นโท ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2410 เป็นวัดเก่า สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาท 4 กม. ภายในวัดนี้มีเจดีย์พระบรมธาตุรูปแบบสถาปัตยกรรมอู่ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
สำหรับประเพณีห่มผ้าพระบรมธาตุเจดีย์ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยในระยะแรกมีการแห่ผ้าห่มพระบรมธาตุเจดีย์ทางน้ำ ร่วมด้วยกับงานประเพณีแข่งเรือยาวเข้าพรรษาของจังหวัดชัยนาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 ทางวัดพระบรมธาตุ วรวิหาร ได้ขอรับพระราชทานน้ำสรงและผ้าห่มพระบรมธาตุเจดีย์ศรีไชยนาท จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานดังกล่าวต่อเนื่องมาทุกปี
กิจกรรมภายในงาน วันที่ 2 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. พิธีสรงน้ำและห่มผ้าพระบรมธาตุเจดีย์ พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เวลา 19.00 น.การแสดงแสง สี เสียง “เล่าขานตำนานพระบรมธาตุเจดีย์ สืบสานประเพณีห่มผ้าพระธาตุ” วันที่ 3-4 สิงหาคม 2566 การจำหน่ายอาหารย้อนยุค การแสดงทางวัฒนธรรม เช่น ลิเก เพลงฉ่อย โปงลาง รำมะนา รำวงย้อนยุค เป็นต้น (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

จังหวัดฯ ร่วม ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี จัดกิจกรรมสภากาแฟ เพื่อปรึกษาหารือการทำงาน แบบไม่เป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามฝึกยิงปืน ทาง “ยุทธวิธีชัยจินดา“ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยนางวันทนา ดำธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ได้เปิดกิจกรรมสภากาแฟ เพื่อปรึกษาหารือการทำงานแบบไม่เป็นทางการ มีผู้เข้าร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน รวมไปถึงสื่อมวลชนทุกแขนง
กิจกรรมดังกล่าวเป็นการพบปะ สร้างสัมพันธ์ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น แจ้งกิจกรรม นโยบายที่จะดำเนินการ โดยจัดขึ้นเดือนละครั้ง สลับหมุนเวียนไปตามหน่วยงานต่างๆ ในการเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การประสานงานและเสริมสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างกันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาความต้องการพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการและพัฒนาจังหวัดสระบุรีให้สอดคล้องกับความต้องการและสถานการณ์ โดยในครั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เป็นเจ้าภาพ
และในโอกาสนี้ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ได้จัดแสดงชุดปฏิบัติการพิเศษ คชสาร ภ.จว.สระบุรี สาธิตการปฏิบัติงานเข้าระงับเหตุการณ์คนร้ายบุกห้างสรรพสินค้า และทดสอบการยิงปืนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด อีกด้วย (สมนึก สุขีรัตน์ /สระบุรี)

อดีตบิ๊ก กพร. ชื่นชมภาคเอกชน สนับสนุนงบกว่า 1 ล้านบาท ให้เด็กประชันฝีมือทักษะคุมหุ่นยนต์
นายธีรพล ขุนเมืองอดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่าปัจจุบันระบบการทำงานได้ใช้หุ่นยนต์เป็นกลไกหลักสำคัญในการผลิตทั้งภาคอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและอื่นๆอีกจำนวนมาก และเพื่อให้นักศึกษาเชิงช่าง ทั้ง ระดับ ปวช.ปวส.และปริญญาตรีได้เรียนรู้ควบคู่การปฏิบัติอย่างเข้มข้น จึงได้จัดให้มี โครงการ “การแข่งขันทักษะการควบคุมหุ่นยนต์ Collaborative Robot ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2566 Cobot Contest Thailand 2023 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”ระหว่างวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2566
โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้แสดงความรู้ความสามารถในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ มีการระดมความคิด แลกเปลี่ยนความรู้ในการสร้างและควบคุมหุ่นยนต์อัตโนมัติ มีการวางแผนการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี และเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันทักษะการควบคุมหุ่นยนต์ มากจากการประยุกต์การเขียนโปรแกรมของหุ่นยนต์แขนกล สำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 32 ทีม จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 2 วัน ผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมบัวสวรรค์ มทร.รัตนโกสินทร์ สำหรับทีมชนะเลิศได้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น
นายธีรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนในการจัดงานครั้งนี้ โดยเฉพาะเงินรางวัลในการแข่งขันมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดย บริษัท ยูเอสอี โฟล ไลน์ จำกัด และ บริษัท เอบีบี ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) ซึ่งนอกจากนักศึกษาจะมีทักษะที่เพิ่มขึ้นแล้วยังได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างสถาบันต่างๆ และมีความพร้อมในการทำงานหลังจบการศึกษาอันเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ซึ่ง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งสู่ thailand 4.0 ต่อไป (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

กองทัพบกสืบสานพระราชปณิธานฯปลูกป่าสร้างฝาย พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี
วันที่ 25 ก.ค. 66 กองทัพบก จัดกิจกรรม โครงการ กองทัพบก อาสาปลูกป่า สร้างฝาย สืบสานพระราชปณิธานฯ เพื่อต้องการเพิ่มพื้นที่ป่า และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ด้วยความร่วมมือกันระหว่างกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ฯ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน นักเรียน โดยมี พล.ท. พนา แคล้วปลอดทุกข์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีปลูกป่าสร้างฝายเฉลิมพระเกียรติฯ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 อีกทั้งเพื่อให้ส่วนราชการ ประชาชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ได้สืบสานพระราชปณิธาน และมีส่วนแก้ไข อนุรักษ์ รวมถึงการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้อย่างเป็นรูปธรรมให้เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างยั่งยืนต่อไป
การดำเนินงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ถือเป็นการรวมพลังกันของหน่วยทหาร ข้าราชการท้องถิ่น และประชาชนอย่างเข้มแข็ง เพื่อสร้างให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนตลอดไป (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีหล่อเทียนพรรษาเป็นปฐมฤกษ์ ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา
วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ที่ วิหารพระมงคลบพิตร นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าที่ ร.ต. สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา คณะครู และนักเรียน ร่วมประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา เป็นปฐมฤกษ์ ก่อนถึงเทศกาลเข้าพรรษา พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ พระเกจิอาจารย์ 10 รูป นำโดย พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น ประธานฯ ได้ปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม จากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นำเทียนไปถวายตามวัดสำคัญต่างๆ จำนวน 10 วัด
ว่าที่ ร.ต.สมทรงฯ กล่าวว่า การจัดพิธีหล่อเทียนครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย เพื่อให้พระสงฆ์ได้นำเทียนไปใช้ประโยชน์ในช่วงจำพรรษา พร้อมทั้งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย รวมถึงให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญแห่เทียนพรรษา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ เทศบาลฯ ได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมหล่อเทียนพรรษา ณ ลานหน้าวิหารพระมงคลบพิตร อีกด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

นายก “สมนึก” เทศบาลนครนนทบุรี จัดงานแห่เทียน-ประกวดเทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ ครั้งที่ 36
วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00 น. ที่ท่าน้ำหอนาฬิกานนทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี คุณณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวโครงการจัดการประกวดเทียนพรรษาและประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2566 ครั้งที่ 36 พร้อมมอบต้นเทียนพรรษา และร่วมหล่อเทียนเป็นปฐมฤกษ์ โดยมีนายวินัย วรวัตร์ วัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี คณะผู้บริหาร ที่ปรึกษา สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ร่วมกิจกรรม ณ ศาลาริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี
นายสมนึก กล่าวว่าเทศบาลนครนนทบุรี จัดโครงการการประกวดเทียนพรรษาและประเพณีแห่เทียน เพื่อส่งเสริมบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนกับภาครัฐและเอกชนในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี โดยภายในงานได้มีการมอบต้นเทียนพรรษาพร้อมเงินสนับสนุนให้แก่ชุมชน โรงเรียน หน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 24 ต้น เพื่อนำไปถวายวัดในเขตเทศบาลนครนนทบุรี จำนวน 24 วัด โดยจะนำต้นเทียนไปตกแต่งให้สวยงาม นอกจากนี้ผู้แทนภาคเอกชนได้มอบเงินเพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรม ได้แก่ บริษัท เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน มอบเงินสนับสนุนการจัดงาน จำนวน 40,000 บาท และ บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด (ข้าวหงษ์ทอง)
สำหรับงานประเพณีแห่รถเทียนพรรษาของเทศบาลนครนนทบุรี อาจจะแตกต่างจากงานประเพณีแห่เทียนพรรษาของหลายจังหวัด ที่ต่างก็มีรูปแบบโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ รถเทียนพรรษาของนนทบุรี ก็มีความสวยงามประณีตบรรจงจากความตั้งใจที่แสดงออกผ่านฝีมือในการถักถ้อยร้อยมวลบุปผาชาตินานาชนิด ผ่านการสื่อสารที่งดงาม อ่อนช้อยหรือจากวัสดุเหลือใช้ที่เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม ออกมาเป็นงานฝีมือที่โดดเด่นเป็นหนึ่งไม่แพ้ที่ใด ทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรีให้เป็นที่รู้จักอีกทางหนึ่งด้วย (สมคิด – สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

พระนครศรีอยุธยา จัดประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (คพรฟ.) กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย ครั้งที่ 2
วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่ห้องประชุมมงคลบพิตร 2 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 2/2566 (ครั้งที่ 71) พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมฯ โดยมี นายอาวุธ วงศ์ประเสริฐ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนพัฒนา เป็นผู้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
นายไพรัตน์ เพชรยวน เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นครั้งที่ 2 โดยมีการรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาแต่งตั้งบุคคลภายนอกควบคุมงานเอกสารกองทุนพัฒนา การจัดโครงการอบรมสัมมนาศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบลและผู้เกี่ยวข้อง เสนอการยกเลิกโครงการชุมชนแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 การเปลี่ยนแปลงหน่วยดำเนินการโครงการชุมชนแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และพิจารณาแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อีกด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เทศบาลเมืองสิงห์บุรีเชิญชวนหล่อเทียนจำนำพรรษา ประจำปี 2566
วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 เวลา 8:30 น.นายณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแห่เทียนจำนำพรรษาเทศบาลเมืองสิงห์บุรีประจำปี 2566 โดยมีนางสาวนภัสวรรณ บุญฮุย ปลัดเทศบาลฯ กล่าวรายงาน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ประธานชุมชน ประชาชนในเขตเทศบาลฯ และนักเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ร่วมในกิจกรรมดังกล่าว พร้อมได้มอบต้นพยุงให้14ชุมชนนำไปปลูก เป็นธรรมเนียมของเทศบาลฯที่ได้จัดกิจกรรมหล่อเทียนประจำทุกปี
โดยกิจกรรมหล่อเทียนและแห่เทียนพรรษาดังกล่าว เทศบาลเมืองสิงห์บุรีได้จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษา ก่อนการเข้าพรรษา คือการหล่อเทียนและแห่เทียนเข้าสู่วัด โดยทางเทศบาลเมืองสิงห์บุรีจะทำการหล่อเทียนทั้งหมด 10 เล่ม และตั้งองค์พระป่าทั้งหมด 10 กองเพื่อนำไปถวายให้แก่วัด 9 วัดในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรีโดยในระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคมนี้ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไป เข้ามาร่วมหล่อเทียนตลอดทั้งวัน และทำบุญกองผ้าป่า 9 วัด ที่บริเวณหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด สาขาสิงห์บุรี ถ.ขุนสรรค์ สำหรับวันที่27 กรกฎาคม จัดขบวนแห่เทียนพรรษา ที่ถนนขุนสรรค์ จากปั๊มเชล์(เก่า) ถึง วัดโพธิ์แก้วนพคุณ โดยจะจัดขบวนอย่างสวยงาม ทั้งเด็กๆร่ายรำ และคณะรำวง3ส. ร่วมแห่เทียนและตั้งองค์ผ้าป่า ไปถวายวัด 9 วัดในเขตเทศบาลฯ
เทศบาลเมืองสิงห์บุรี ขอเชิญชวนสาธุชน มาร่วมหล่อเทียนทำบุญ 9 วัดกับเทศบาลฯ เพื่อเป็นบุญเป็นสิริมงคล และร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยต่อไป (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ครบรอบวันสถาปนา 124 ปี พิบูลวิทยาลัย
นายวชิระ เกตุพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ครบรอบ 124 ปี โดยมีนายธรรมวิทย์ ธรรมพิธี ผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะศิษย์เก่าโรงเรียน คณะครูและนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการจัดพิธีเปลี่ยนเครื่องห่มหลวงพ่อขาวและพิธีบวงสรวง พิธีสักการะพระสังฆภารวาหมุนี (เนียม ภุมมสโร) พิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพิธีทำบุญ “วันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน 124 ปี พิธีรับมอบทุนการศึกษา (เงินบริจาค) พิธีมอบโล่ เกียรติบัตรครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ครบ 30 ปี และ 15 ปี พิธีมอบรางวัล “ครูดีศรีพิบูล” และพิธีมอบโล่ให้แก่ศิษย์เก่าดีเด่น ณ ห้องประชุมโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ป.ป.ช.อยุธยา บูรณาการป้องกันการทุจริตตรวจรถบรรทุกน้ำหนักเกิน หลังมีสถิติการจับกุมได้เกือบ 300 ราย
วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นางสาวภัคศรัณย์ โอสถสงเคราะห์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต ร่วมกับ ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ลงพื้นที่สังเกตการณ์สถานีตรวจสอบน้ำหนักบางปะอิน ขาเข้า ถนนสายเอเชีย และสถานีตรวจสอบน้ำหนักอยุธยา ขาเข้า ถนนสาย 347
นายชานนท์ สุวรรณาภินันท์ โค้ช STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ทั้ง 2 จุด เป็นการสังเกตการณ์ และเป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหัวหน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนักและเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเป็นอย่างดี
จากการลงพื้นที่พบว่า สถานีตรวจสอบน้ำหนักบางปะอิน-ขาเข้า มีรถเฉลี่ยเข้าชั่งน้ำหนักประมาณ 2,000 – 3,000 คัน/วัน ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักขณะรถเคลื่อนที่ (Weigh in Motion : WIM) เพื่อชั่งน้ำหนักรถบรรทุก จากสถิติการจับกุมตั้งแต่ปี 2565 – 2566 รวม 6 เดือน สามารถตรวจจับในพื้นที่ได้ 70 ราย ตรวจจับนอกพื้นที่ 217 ราย รวม 287 ราย ในส่วนของสถานีตรวจสอบน้ำหนักอยุธยา-ขาเข้า มีรถเฉลี่ยเข้าชั่งประมาณ 1,000 คัน/วัน ใช้เครื่องชั่งระบบ WIM และ STATIC โดยจะมีป้าย VMS แสดงต่อผู้ขับขี่ให้ทราบว่าให้รถบรรทุกเข้าชั่ง โดยรถบรรทุกจะวิ่งผ่านระบบคัดแยกประเภทรถอัตโนมัติ และเข้าชั่งที่ระบบ STATIC ขณะที่ สถิติการจับกุมในปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 จำนวน 17 ราย อย่างไรก็ตาม หากพบผู้กระทำผิด จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากผู้ใดพบเห็นเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จากรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ติดต่อได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เขตพื้นที่การศึกษาลพบุรีเขต 1 จับมือ ซีพี-เมจิ ร่วมกับร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย เดินหน้าปฏิบัติการ”แยก-ขวด ลด-ขยะ “พัฒนาชุมชนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”
นายนิพนท์ นนธิ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 เป็นประธานในพิธี เปิดปฏิบัติการ ซีพี-เมจิ ”แยก-ขวด ลด-ขยะ” ลดปริมาณขยะพลาสติกที่ใช้เวลาในการย่อยสลาย และเป็นปัจจัยของภาวะโลกร้อน ด้วยการรณรงค์ให้ความรู้การจัดการขวดพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี จูงใจสร้างนิสัยให้เยาวชนคัดแยกขยะพลาสติกด้วยแคมเปญ “ขวดแลก นม (เมจิ)” จัดกิจกรรมประกวดเรียงความ กิจกรรมสร้างสิ่งประดิษฐ์จากขวดนมเมจิ ณ โรงเรียนเมืองใหม่ (ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยมี ดร.พรรณวดี ปามุทา ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองใหม่(ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) นายภูวนาถ โชคเพิ่มพูน ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด พร้อมคณะครู นำนักเรียนจำนวน 2,500คน เข้าร่วมโครงการ ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน 2566 (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท จัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมนกเงือก วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดชัยนาท ตำบลหางน้ำสาคร อำเภอมโนรมย์ จังหวัดขัยนาท สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท จัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีนางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเปิดโครงการฯ นางวันทนา โพธิ์รัง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดชัยนาท มีเนื้อที่ 1,200 ไร่ เปิดการเรียนการสอน ระดับ ปวช.สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ และ ระดับ ปวส.สาขาวิชาพืชศาสตร์และสัตวศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีงานฟาร์มโค กระบือ แพะ สุกร ไก่เนื้อ และ ไก่ไข่
ด้านนางสาวภัทรากรณ์ สมทิพย์ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท กล่าวรายงานว่า ปัญหาคอร์รัปชัน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายๆวงการ เช่น วงการราชการ การเมือง ธุรกิจ หรือแม้แต่วงการการศึกษา มีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ที่มองว่าการคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่ “ยอมรับได้” หากตนเองได้รับผลประโยชน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ ด้านคุณธรรม จริยธรรมของคนในสังคม จึงได้ดำเนินการจัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องอันจะเป็นรากฐานสำคัญ ทำให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ทำให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดชัยนาทได้รับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่ดีในการดำเนินชีวิต โดยมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยเครือข่ายเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา จำนวน 60 คน เจ้าหน้าที่/ วิทยากร/ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท จำนวน 8 คน รวมทั้งสิ้น 68 คน ระยะเวลา1 วัน
นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีหน้าที่ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรมมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น มีความเป็นผู้นำที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต โดยการเสริมสร้างความรู้ ปลูกฝังทัศนคติและค่านิยมไม่ยอมรับการทุจริต โดยให้สภาเด็กและเยาวชน มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน สามารถออกแบบและจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ รวมทั้งนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดการพัฒนากระบวนการทำงานของสภาเด็กและเยาวชนร่วมกับเครือข่ายต่างๆ (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

ราชมงคลถ่ายทอดความรู้ซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด รุ่นที่ 11
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษม เจนวิไลศิลป์ อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ศูนย์นนทบุรี ผู้แทนคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม กล่าวเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด รุ่นที่ 11 (ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2566) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวิทย์ วงษ์ยืน เป็นวิทยากร พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษม เจนวิไลศิลป์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรีชัยยง ศิริพรมงคลชัย เป็นผู้ช่วยวิทยากรบรรยายให้ความรู้ แก่ บุคคลภายนอกที่เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับหลักการและส่วนประกอบในการ ซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด ณ ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมยานยนต์ไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี (เขตใต้) (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)



