สมัยนี้ เรารณรงค์เรื่องลด ละ การสูบบุหรี่กันมากขึ้น ในบางประเทศเริ่มให้การสูบบุหรี่ผิดกฎหมาย โดยกำหนดว่า ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ.เท่าไรก็ตาม จะซื้อบุหรี่ไม่ได้อีกต่อไป ให้ค่อยๆ ละ เลิก บางประเทศอย่างภูฏานก็ให้บุหรี่ผิดกฎหมายไปเลย ในไทยบุหรี่ไฟฟ้ากำลังระบาดหนักในเยาวชนด้วย และส่งผลกระทบหนักต่อสุขภาพ บางรายอายุไม่เท่าไรจะเป็นมะเร็งปอดกันซะแล้ว หรือจะป่วยโรคหัวใจ กลายเป็นภาระในการรักษาระยะยาว
บุหรี่ ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตเพิ่ม บุหรี่เป็นต้นเหตุสำคัญก่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เนื่องในในควันบุหรี่มีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตราย อาทิ นิโคติน และคาร์บอนมอนอกไซด์ องค์การอนามัยโลกระบุว่า 1 ใน 4 หรือ 25% ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะสตรีที่สูบบุหรี่ร่วมกับการกินยาคุมกำเนิดมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น
นิโคติน เป็นตัวการทำให้เกิดการเสพติดในบุหรี่ เป็นปัจจัยที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หลอดเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจหดเกร็งตัว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้หัวใจต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น คาร์บอนมอนอกไซด์ จะเข้าไปจับตัวกับเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนน้อยลง ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและทำงานหนักมากขึ้น เพื่อให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างพอเพียง ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ร่วมกับการรับประทานยาคุมกำเนิด จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปกติ
หากเลิกสูบบุหรี่เป็นเวลานานกว่า 10 ปี โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเทียบเท่าได้กับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ สำหรับผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจขาดเลือด หากเลิกสูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจซ้ำ และลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ถึง 36% เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่ต่อไปเรื่อยๆ
การเลิกบุหรี่ ต้องอาศัยความตั้งใจแน่วแน่ โดยเวบไซด์ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แนะแนวทางการเลิกบุหรี่ ด้วยตัวเองไว้ คือ
1.กำหนดวัน “ปลอดบุหรี่” ของตนเอง อาจเป็นวันสำคัญทางศาสนา วันคล้ายวันเกิดตนเองหรือบุตร ภรรยา ไม่ควรเลือกช่วงเวลาที่มีความเครียด
2.ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อมิให้มีสิ่งมากระตุ้นความรู้สึกอยากสูบบุหรี่
3.แจ้งคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน นายจ้าง เพื่อนสนิท ให้ทราบถึงความต้องการเลิกสูบบุหรี่ เพื่อให้เป็นกำลังใจและเป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ
4.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ อาหารรสจัด ไม่ควรรับประทานอาหารให้อิ่มจนเกินไป และไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนานๆ เพราะหลังรับประทานอาหารอาจเกิดความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ได้
5.ในช่วงแรกของการเลิกสูบบุหรี่อาจรู้สึกหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้า – ออกลึกๆ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยลดความอยากสูบบุหรี่ หรืออาบน้ำให้ร่างกายรู้สึกสบายมากขึ้น
6.ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ พยายามหางานอดิเรกทำเพื่อคลายเครียด ส่วนใหญ่หลังเลิกสูบบุหรี่อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้น การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และลดการรับประทานอาหารรสหวานจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกทางหนึ่ง
( ขอขอบคุณข้อมูลจากเวบไซด์ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชย์การุณ )



