การรีแบรด์นี้คือข้อบังคับสำหรับหน่วยงานรัฐบาลทุกแห่งของฟิลิปปินส์ ซึ่งขณะนี้จำเป็นต้องใช้โลโก้ “บากอง พิลิปีนาส” ทั้งบนหัวกระดาษจดหมายทางการ, เว็บไซต์, บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ และโครงการสำคัญที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐ
การประกาศรีแบรนด์และโลโก้ใหม่ มีขึ้นภายหลังการตัดสินใจเปลี่ยนสโลแกนภาคการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ และการเปลี่ยนโลโก้ของหน่วยงานกำกับดูแลความบันเทิงและเกมของฟิลิปปินส์ หรือพักคอร์ (PAGCOR) ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลให้บางคนกล่าวหามาร์กอส จูเนียร์ ว่าเขาหมกมุ่นอยู่กับการปฏิรูปเครื่องหมาย แทนการจัดการแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ชาวฟิลิปปินส์ทั่วไปต้องเผชิญ
ทั้งนี้ การสร้างแบรนด์ใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับฟิลิปปินส์ เพราะมีหลายรัฐบาลในอดีตที่ดำเนินการในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น แนวคิด “ดาอัง มาตูวิด” หรือ “เส้นทางตรง” ของอดีตประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโน ที่ 3, สโลแกน “สาธารณรัฐที่เข้มแข็ง” ของอดีตประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล-อาร์โรโย หรือแม้แต่แบรนด์ “ฟิลิปปินส์ 2000” ของอดีตประธานาธิบดีฟิเดล รามอส
กระนั้น “บากอง พิลิปีนาส” ของมาร์กอส จูเนียร์ ทำให้เกิดความสงสัยในทันที เพราะนอกจากความล้มเหลวในการรีแบรนด์หน่วยงาน เมื่อไม่นานมานี้แล้ว แบรนด์ใหม่ข้างต้นยังมีความคล้ายคลึง กับสโลแกน “บากอง ลิปูนาน” หรือ “สังคมใหม่” ของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส บิดาผู้ล่วงลับของผู้นำฟิลิปปินส์คนปัจจุบัน
“สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามดับกลิ่นการปกครองแบบเผด็จการของมาร์กอส โดยใช้ทรัพยากรของชาวฟิลิปปินส์” นางฟรานซ์ แคสโตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าว “เราต้องไม่ลืมการละเมิดสิทธิมนุษยชน, การคอร์รัปชั่น และการกดขี่ที่เป็นแสดงถึงลักษณะเฉพาะของการปกครองของมาร์กอส”
นอกเหนือจากการใช้แบรนด์รัฐบาลที่คล้ายกัน มาร์กอส จูเนียร์ ยังรื้อฟื้นโครงการต่าง ๆ ของบิดา เช่น โครงการมาซากานา 99 เพื่อส่งเสริมการผลิตในชนบท หรือร้านค้าคาดิวา ซึ่งจำหน่ายสินค้าราคาถูกในบางพื้นที่ รวมทั้งการตัดสินใจเรียกกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่เพิ่งเปิดใหม่ว่า “มหารลิกา” ซึ่งเป็นชื่อที่อดีตประธานาธิบดีมาร์กอส เคยเสนอให้ใช้เปลี่ยนชื่อประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น นางริซา ฮอนติเวรอส สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายค้าน ยังสังเกตเห็นความคล้ายคลึงระหว่าง “บากอง พิลิปีนาส” กับ “บากอง ลิปูนาน” โดยเธอกล่าวว่า มันรื้อฟื้นความทรงจำของการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมกับแนะนำว่า รัฐบาลควรให้ความสนใจกับการปฏิรูปที่แท้จริง แทนที่จะยึดติดกับการเปลี่ยนโลโก้
“ไม่มีแบรนด์ใดที่สามารถแทนที่ระบบและสถาบัน ซึ่งยกระดับสนามแข่งขัน ได้อย่างแท้จริง ไม่มีแบรนด์ใดที่สามารรับประกันการสิ้นสุดของความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจได้ และไม่มีแบรนด์ใดที่สามารถทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกคนจะรู้สึกถึงความมั่งคั่งและความก้าวหน้าในประเทศของพวกเรา” ฮอนติเวรอส กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



