พบกันเป็นประจำทุกวันเสาร์ กับ “ข่าวสังคมออนไลน์” นำเสนอข่าวสารรอบตัว รวมทั้งกิจกรรมตามแต่ละพื้นที่ต่างๆ อีกมากมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ทุกเหตุการณ์…..

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข วางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยนอก ผ่าตัด LAB และอำนวยการ โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขยายบริการรองรับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น เข้าถึงบริการด้านการแพทย์ที่ทันสมัย คาดก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในปี 2568
ช่วงเช้า ของวันที่ 27 สิงหาคม 2566 ที่โรงพยาบาลเสนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายแพทย์โอกาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยนอก ผ่าตัด LAB และอำนวยการ โดยมีพระครูสมบูรณ์จริยธรรม (หลวงพ่อแม้น) เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมพิธี
นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้ทุกโรงพยาบาลพัฒนาศักยภาพ ยกระดับบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการและเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด สำหรับโรงพยาบาลเสนาเป็นโรงพยาบาลทั่วไปที่รองรับการบริการประชาชนในอำเภอเสนาและใกล้เคียง รวมทั้งบางส่วนของอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี กระทรวงสาธารณสุข จึงจัดสรรงบประมาณ จำนวน 192 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกฯ ทดแทนอาคารหลังเดิม ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 40 ปี และมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถปรับปรุงโครงสร้างได้ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการบริการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาล ประชาชนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและสะดวกยิ่งขึ้น
ด้าน แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา กล่าวว่า อาคารผู้ป่วยนอก ผ่าตัด LAB และอำนวยการ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 ชั้น โครงสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหว ชั้นที่ 1 เป็นห้องตรวจโรค ห้องตรวจสอบสิทธิ์ ห้องบัตร ห้องเอกซเรย์ ห้องประชาสัมพันธ์ ห้องจ่ายยา, ชั้นลอย (1A) เป็นห้อง LAB และอำนวยการ, ชั้นที่ 2 เป็นห้องไตเทียม หอผู้ป่วยหนัก (ICU) ชั้นที่ 3 ห้องตรวจพิเศษ (หู คอ จมูก ตา เลเซอร์ตา) ห้องตรวจการได้ยิน ห้องตรวจสูติกรรม, ชั้นที่ 4 ห้องผ่าตัด และชั้นที่ 5 เป็นหอผู้ป่วยสามัญ คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จให้บริการประชาชนได้ในปี 2568 (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ชัยนาท จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ผู้สื่อข่างรายงานว่า ที่วัดพระแก้ว ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีพระครูพิมลธรรมพิทักษ์ เจ้าคณะอำเภอสรรคบุรี เป็นประธานสงฆ์ โดยมีคณะสงฆ์สรรคบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ร่วมพิธี ฯ
ทั้งนี้จังหวัดชัยนาท ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท ได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2566 จำนวน 12 ครั้ง เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการเสริมสิริมงคลต่อตนเอง ด้วยการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปเป็นกรอบแนวคิดในการดำรงชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยสับเปลี่ยนจัดพิธีที่วัด สำคัญของแต่ละอำเภอ หมุนเวียนไปจนครบทั้ง 8 อำเภอของหวัดชัยนาท โดยในครั้งต่อไปจะจัดพิธีขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ วัดศรีมงคล อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท (สุรพล บำรุงศรี / ชัยนาท)

สระบุรี เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสัญจร กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 6 จังหวัด 5/2566
วันที่ 28 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์ฝึกอบรมเครือซิเมนต์ไทยม่วงน้อย อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ครั้งที่ 5/2566 โดยมี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานราชการ ประธานหอการค้าจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มภาคกลางตอนบน ทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ฯ
โดยการประชุม มีประเด็นสำคัญที่ร่วมกันพิจารณา ประกอบด้วย การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งปัจจุบันของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน การวิเคราะห์ศักยภาพของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด สรุปแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนและข้อเสนอแนวทางการพัฒนา (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

เหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกาชาดจังหวัด ภาค 8 ครั้งที่ 2/2566 เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และความสมานสามัคคีระหว่างสมาชิกเหล่ากาชาด
ช่วงเช้าของวันที่ 28 ส.ค. 2566 ณ อาคารสำนักงานเหล่ากาซาดจังหวัดอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมกาชาดจังหวัด ภาค 8 ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นายอลงกต วรกี นายพีระพล ตัณฑโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ที่ปรึกษา /คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี นายกกิ่งกาชาดอำเภอ และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ โดยการประชุมในครั้งนี้ เหล่ากาชาดภาค 8 ประกอบด้วย เหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ เหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร เหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย เหล่ากาชาดจังหวัดตาก เหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 8 เข้าร่วมการประชุม
ตามข้อบังคับสภากาชาดไทย ที่กำหนดให้ผู้แทนภาคจัดให้มีการประชุมนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ภายในภาคปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ซึ่งเหล่ากาซาดจังหวัด ภาค 8 ได้มีมติเห็นชอบให้มีการหมุนเวียน สับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และในครั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 8 เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และความสมานสามัคคีระหว่างสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดในภาค 8 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ความคิดเห็น และรับทราบนโยบาย แนวทางปฏิบัติงานของสภากาชาดไทย รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัดในภาค 8 ด้วย (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

อุทัยธานี จัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 190 ปี บ้านสะแกกรัง เพื่อเป็นการรักษาความเป็นเอกลักษณ์คุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2566 ที่วัดอุโปสถาราม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 190 ปี บ้านสะแกกรัง โดยมี นายอลงกต วรกี นายพีระพล ตัณฑโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมงาน
จังหวัดอุทัยธานีถือเป็นจังหวัดทางประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่ง โดยสถานที่หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ริมฝังแม่น้ำ นั่นคือ “แม่น้ำสะแกกรัง” มีชุมชนชาวแพที่มีวิถีชีวิตผูกพันสายน้ำแห่งนี้ โดยมีเรือนแพที่มีทะเบียนถูกต้อง ประมาณ 350 หลัง มีผู้อยู่อาศัยจริงประมาณ 100 กว่าหลังคาเรือน ชาวแพมีอาชีพทำประมงน้ำจืด เลี้ยงปลาในกระชัง โดยการจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 190 ปี บ้านสะแกกรัง เพื่อเป็นการรักษาความเป็นเอกลักษณ์คุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเนื่องด้วยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีการย้ายที่ตั้งเมืองจาก “เมืองอุไทยธานีเก่า” (อำเภอหนองฉาง) มาอยู่บ้านสะแกกรัง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อยู่ใกล้กับริมน้ำสะแกกรังมีความเหมาะสมทางด้านยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านคมนาคมขนส่งและการค้าขาย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2376 โดยนับถึงปีปัจจุบันนี้จะมีอายุครบ 190 ปี (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

ทีมรักเมืองเพรียว พร้อมหัวหน้ากลุ่มสะพานบุญดาวเรือง ห่วงใย…ไม่ลืมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันก่อน ดร. ภาณุพงส์ ทิพยเศวต (นายกคล้าย) พร้อมทีมรักเมืองเพรียว และนายณัฐพล อ่อนเปี่ยม หัวหน้ากลุ่มสะพานบุญดาวเรืองและทีมงาน ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนพร้อมมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน (ดาวเรือง) เขตเทศบาลเมืองสระบุรี รวมจำนวน 14 ราย สร้างความซาบซึ้งใจให้กับผู้ที่ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือ และกลุ่มเครือญาติเป็นอย่างยิ่ง (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

พศจ.อยุธยา พบสามเณร 10 ขวบ ท่องปาฏิโมกข์ 227 ข้อ ผ่าน ภายใน 46 นาที นับเป็นสามเณรอายุน้อยที่สุด ใน“โครงการสามเณรทรงพระปาฏิโมกข์ ปีที่ 3“ ของวัดตะโกหลวงพ่อรวย
วันที่ 24 สิงหาคม 2566 ที่ วัดตะโกหลวงพ่อรวย อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัด “โครงการสามเณรทรงพระปาฏิโมกข์ ปีที่ 3“ ประจำปี 2566 ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ มีสามเณรท่องปาฏิโมกข์ อายุน้อย 10 ขวบ สวดผ่านด้วย
พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ (พระอาจารย์แก้ว) เจ้าอาวาสวัดตะโก เจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดตะโก เปิดเผยว่า โครงการนี้มีประธานดำเนินงาน พระมหาใจ เขมจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร และอาจารย์สำนักศาสนศึกษาวัดตะโก แต่ที่น่าสนใจคือ มีสามเณร สุเทพ นรากุล อายุ 10 ขวบ สอบผ่าน โดยสามเณรใช้เวลาในการสอบ ประมาณ 46 นาที ซึ่งนับเป็นสามเณร ที่ทำสถิติอายุน้อยที่สุดที่สอบได้ในโครงการปีนี้ และตั้งแต่มีการจัดสอบสามเณรทรงพระปาฏิโมกข์มา พระอาจารย์แก้วกล่าว
สำหรับการสวดปาฏิโมกข์ เป็นการทบทวนศีล 227 ข้อ ของพระภิกษุ โดยจะมีการสวดทุก 15 วัน คือ ในวันขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 15 ในเดือนเต็ม หรือวันแรม 14 ค่ำ ในเดือนขาด นอกจากนั้น ยังอนุญาตให้ทำอุโบสถเป็นพิเศษในคราวที่ภิกษุแตกความสามัคคี เมื่อภิกษุกลับมาสามัคคีกันอีกครั้ง แม้จะยังไม่ถึงวันปาฏิโมกข์ ก็ให้สวดปาฏิโมกข์ได้ เรียกว่า สามัคคีอุโบสถ การฟังปาฏิโมกข์เป็นกิจของสงฆ์ที่สำคัญและเป็นสังฆกรรมเฉพาะพระภิกษุเท่านั้น ซึ่งการสวดพระปาฎิโมกข์ ปัจจุบันมีพระผู้สวดได้น้อย ยิ่งต่างจังหวัดหาพระภิกษุผู้ทรงพระปาฎิโมกสวดยาก เนื่องจากผู้ท่องจำปาฎิโมกข์ต้องอาศัยความมานะและอดทน ต้องท่องจำและสวดปากเปล่าให้ได้และสวดด้วยความรวดเร็ว (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัยตลาดอินทร์บุรี
นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ประธานกรรมการมูลนิธิประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสิงห์บุรี เชิญถุงยังชีพและมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัยทั้ง 21 รายและกล่าวให้กำลังใจกับผู้ประสบภัย ณ โดมศูนย์บริหารประชาชน ตลาดอินทร์บุรี หมู่ที่ 6 ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนางนงเยาว์ เทพศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภออินทร์บุรี คณะกรรมการเหล่ากาชาด นายกเทศบาลตำบลอินทร์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และจิตอาสาอำเภออินทร์บุรี เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียงกัน
ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้มอบเงินจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯกรณีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ จำนนวน 1 ราย เป็นเงิน 10,000 บาพร้อมเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณีจำนวน 1 รายเป็นเงิน 3,000 บาท และเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉินจำนวน 21 ครอบครัวเป็นเงิน 63,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้าในตลาด 100 ปี อินทร์บุรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ ได้รับความเสียหาย 34 คูหา ราษฏรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 21 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 64 รายและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

สิงห์บุรีฝึกซ้อมบัญชาการเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัย
จังหวัดสิงห์บุรี โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดการฝึกซ้อมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กรณีเกิดอุทกภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในรูปแบบการฝึกซ้อมบนโต๊ะขึ้น ณ ห้องประชุมอัมพวัน โรงเรียนสิงห์บุรี อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อม
นางสาวนงเยาว์ เทพศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า ในการฝึกซ้อมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากในรอบหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดสิงห์บุรีได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกติดต่อกันเป็นเวลานาน ประกอบกับหากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาททำการระบายน้ำที่ระดับท้ายเขื่อนตั้งแต่ 1,800 ลูกบาตรเมตรต่อวินาทีขึ้นไป ก็จะส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานได้มีความรู้ความเข้าใจ รับทราบขั้นตอนวิธีปฏิบัติ รู้ในบทบาทหน้าที่ตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยระดับจังหวัด พร้อมทั้งรับทราบปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานด้านการเผชิญเหตุ จังหวัดสิงห์บุรีจึงจำเป็นต้องฝึกซ้อมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดขึ้น โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานราชการระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ องค์กรสาธารณกุศล เข้าร่วมฝึกซ้อม (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ประธานหอการค้าพระนครศรีอยุธยา มอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้รับการฝึกอบรมในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ (YPC) หวังนำข้อมูลไปปรับใช้ในการวางแผนพัฒนาจังหวัด
วันที่ 25 สิงหาคม โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ นางณัฐณิชา สอนดี ประธานหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานใน พิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้รับการฝึกอบรมในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young public and private collaboration : YPC) โดยหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่าย ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาความพร้อมของผู้นำรุ่นใหม่ ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาระบบราชการตามสภาวการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป
นางณัฐณิชา สอนดี ประธานหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young public and private collaboration : YPC) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง มีเครือข่ายการเป็นผู้นำคลื่นลูกใหม่ โดยพัฒนาความพร้อมของผู้นำรุ่นใหม่ในภาครัฐและเอกชน สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถ ความรู้ ทักษะ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้บรรลุเป้าหมาย รวมถึงการร่วมกับทางจังหวัดปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องตรงตามความต้องการของตลาดและต่อยอด เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่คนในชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และประเทศชาติ ซึ่งเชื่อมั่นว่าความตั้งใจของคนรุ่นใหม่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและจังหวัดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างทั่วถึง (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

โครงการดำเนินกิจกรรม ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เทศบาลเมืองตาคลี
นางเพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี เป็นประธานเปิดโครงการดำเนินกิจกรรมศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เทศบาลเมืองตาคลี ประจำปี 2566 หลักสูตร “เสริมศักยภาพการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชุมชนให้ได้ผลสำเร็จ” โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล ตัวแทนผู้นำชุมชน และคณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ย ประจำศูนย์ไกลเกลี่ยระงับข้อพิพาทเทศบาลเมืองตาคลี เข้าร่วมอบรมฯ วัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในลักษณะส่งเสริมให้ชุมชนเกิดความสมานฉันท์ด้วยวัฒนธรรมสันติวิธี ที่ยึดหลักความเป็นกลางและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อลดความขัดแย้ง ความแตกแยกในเชิงความคิด เน้นการเคารพและยอมรับความเห็นของทุกฝ่าย ซึ่งนำมาสู่ความรัก ความสามัคคี และความสงบสุขของชุมชนอย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจาก นายสุริยนตร์ โสตถิทัต ผู้พิพากษา จากสถาบันและองค์กรด้านยุติธรรมต่างๆ มาบรรยายให้ความรู้ ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ สำนักงานเทศบาลเมืองตาคลี (กิตติ์ธเนศ พัวพรพงษ์ / นครสวรรค์)

โครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นประจำปี 2566
นางเพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม “โครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2566” และนายอำนวยชัย กีรกมลชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองตาคลี เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการฝึกอบรม วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่มีอาชีพอยู่แล้วและต้องการต่อยอดอาชีพเดิมหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพ รวมถึงประชาชนผู้สนใจ ได้มีทักษะด้านอาชีพเพิ่มมากขึ้น เป็นการส่งเสริมและสร้างโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และยังเป็นการช่วยลดปริมาณขยะอีกด้วย มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมประกอบด้วย กลุ่มอาชีพของหมู่บ้านมั่นคงพนาวัลย์และประชาชนผู้สนใจ ทั้งสิ้น 34 คน ณ อาคารอเนกประสงค์ สหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคงตาคลี จำกัด ในเขตเทศบาลเมืองตาคลี (กิตติ์ธเนศ พัวพรพงษ์ / นครสวรรค์)

สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท จัดโครงการพัฒนาและยกระดับกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อหนุนเสริมแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวอริสรา คำชารี วัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท กล่าวเปิดโครงการพัฒนาและยกระดับกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อหนุนเสริมแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน โดยมีนางประวงษ์ กานนท์รังษี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท กล่าวรายงาน
สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท จัดโครงการพัฒนาและยกระดับกิจกรรมทางวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อหนุนเสริมแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน กำหนดจัดระหว่างวันที่ 26-31 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมการทอผ้าพื้นเมืองลาวเวียงบ้านเนินขาม ตำบลเนินขาม อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท (วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

“รบพิเศษ สมาร์ทแมน Special Force Smartman 2023” ชิงถ้วย ผู้บัญชาการทหารบก
พลโท ณัฐวุฒิ นาคะนคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี เป็นประธาน เปิดการแข่งขันกีฬาเพาะกาย “รบพิเศษ สมาร์ทแมน Special Force Smartman 2023” ชิงถ้วย พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
การจัดการแข่งขันกีฬาเพาะกาย “รบพิเศษ สมาร์ทแมน Special Force Smartman 2023″ เกิดจากความร่วมมือทางด้านกีฬาเพาะกาย ระหว่าง หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กับ สมาคมกีฬาเพาะกาย และฟิตเนส แห่งประเทศไทย โดยที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ในด้านการฝึกร่างกายของกำลังพลในกองทัพบก รวมถึงการต่อยอดเป็นการแข่งขันกีฬาเพาะกายในกองทัพบก มาตั้งแต่รายการ “หนุ่มมาดเท่ห์ เสน่ห์ ทบ.” และ “สมาร์ทแมน ป่าหวาย” จนทำให้กีฬาเพาะได้รับการบรรจุเข้าเป็นชนิดกีฬา ในการแข่งขัน กีฬาภายในกองทัพบก ติดต่อกันมาเป็นประจำโดยตลอด เพื่อเป็นการร่วมส่งเสริมกีฬาเพาะกายในทุกเหล่าทัพ รวมทั้งประชาชนทั่วไป (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

คึกคักเปิดตัวนักฟุตบอลอคาเดมี ที่ MOU กับสโมสรสระบุรียูไนเต็ดส่วนทีม ”สระบุรียูไนเต็ด” ตั้งเป้าปีนี้ 2023/2024 ต้อง T 2 เท่านั้น
เมื่อเร็วๆนี้ ณ.สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ผู้บริหารสโมสรสระบุรียูไนเต็ด กำหนดให้มีพิธี “เปิดตัวนักฟุตบอลอคาเดมี ที่ทำ MOU กับสโมสรสระบุรียูไนเต็ด” และเปิดตัวนักเตะ ทีมสโมสรสระบุรี ยูไนเต็ด ปี ( 2023/2024) โดยมี ดร.มงคล ศิริพัฒนกุล ประธานกิตติมศักดิ์ เป็นประธานฯ และมี ร.ต.อ.เอกชัย บุญเพ็ง ผู้อำนวยการอคาเดมีสระบุรี (รองประธานสโมสรสระบุรีอคาเดมี) นายอธิชาติ ขาวอุไร ผู้จัดการทีมฯ นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รอง นายก อบจ.สระบุรี นักกีฬาฟุตบอล,ผู้ฝึกสอน, กองเชียร์ สื่อมวลชน ร่วมในพิธี เป็นจำนวนมาก
การเปิดตัว ทีมนักฟุตบอล รุ่น U 8-U 12 พร้อมหัวหน้าผู้ฝึกสอน จำนวน 4 ทีม ประกอบด้วย 1 ทีม SBG สระบุรี หัวหน้าผู้ฝึกสอนคือ พ.ท.บุญชิดชัย จักรพล 2 ทีม BK สนุ๊กแดนซ์ อาจารย์เชาวลิต โต้ตอบ เป็นผู้ฝึกสอน 3 ทีม ศูนย์ฝึกมานิตย์ น้อยเวช (มานิตย์ น้อยเวช) ผู้ฝึกสอน และ 4 ทีม เยาวชนขุนศึกสระบุรี
ต่อด้วย เปิดตัวนักฟุตบอลอคาเดมีสระบุรี ยูไนเต็ด รุ่น U 14 ผู้ฝึกสอนคือ ปฏิพน เพชรวิเศษ รุ่น U 15 มี นายอธิเบศร์ วรรณพฤกษ์ เป็นผู้ฝึกสอน U 16 นายประดิษฐ์ มีสันทัด ผู้ฝึกสอน และ U 18 นายวิชากรณ์ มีบุตรดี เป็นผู้ฝึกสอน
ดร.มงคล ศิริพัฒนกุล ประธานกิตติมศักดิ์ กล่าวให้โอวาท แก่ คณะผู้บริหาร สโมสรฯ ทีมนักฟุตบอล ผู้สนับสนุน และกองเชียร์ ที่ร่วมในพิธีว่า เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่หลายๆฝ่ายให้การสนับสนุนสโมสรสระบุรี ยูไนเต็ด ที่มีส่วนสำคัญต่อการนำเยาวชนสระบุรี มาหล่อหลอมฝึกฝนให้เป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ดีถูกต้องตามหลักสากล สู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ และหวังว่าสักวันหนึ่งทีมนักกีฬาฟุตบอล จ.สระบุรี จะเป็นทีมสำคัญทีมหนึ่งของประเทศไทย
ส่วน ร.ต.อ.เอกชัย บุญเพ็ง รองประธาน สโมสรสระบุรี ยูไนเต็ด คีย์แมนคนสำคัญ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ปีนี้ ต้อง “ T 2” เท่านั้น จากนั้นได้เปิดผ้าคลุมหุ่น “เสื้อ”ตัวใหม่ ที่จะให้นักเตะใช้สวมใส่แข่งขันในฤดูกาล 2023-2024 เสร็จแล้วเป็นการ เปิดตัวนักฟุตบอลสโมสร สระบุรี ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2023-2024 ทั้ง นักเตะต่างชาติ และนักเตะไทย รวมถึง ผู้ฝึกสอน (สตาฟโค๊ช) ตามลำดับ จำนวน 33 คน ในตอนท้ายได้ร่วมกัน ร้องเพลงเชียร์ และถ่ายภาพร่วมกัน
นายอธิชาติ ขาวอุไร ผู้จัดการทีมฯ เปิดเผยด้วยว่า วันนี้เป็นวันเปิดตัว ทีมสระบุรี ยูไนเต็ด วัตถุประสงศ์ของเราก็คือจะพาทีมเลื่อนชั้นไปสู่ T 2 ให้ได้ หลักๆเลยต้องการให้เยาวชนในจังหวัดของเรามีพื้นที่แสดงออกในการแสดงความสามารถในการเล่นฟุตบอล มีพื้นที่รองรับให้เขาได้แสดงความสามารถ สระบุรียูไนเต็ดชุดนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่าง นักเตะฝีมือเก๋า กับนักเตะเยาวขนที่ผลักดันขึ้นมาใหม่เพื่อมาทดแทนรุ่นพี่ สำหรับน้องๆ รุ่นนี้ จะมีรุ่นพี่มาคอยประคอง เราทำทีมสระบุรี ยูไนเต็ดในครั้งนี้เพื่อคนสระบุรีมีทีมฟุตบอลได้เชียร์ เป็นทีมของคนสระบุรีโดยตรงครับ (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

ส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ว่าที่ร้อยตรี อดิศักดิ์ วิโสรัมย์ นายอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการอบรมส่งเสริมอาชีพการปลูกผักปลอดสารพิษ ประจำปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการปลูกผักอินทรีย์ที่ถูกต้อง มีผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน ให้สามารถจัดทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ทั้งชนิดแห้ง และชนิดน้ำใช้ในครัวเรือนของตนเอง รู้จักการเพาะพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในครัวเรือน โดยมี นางกานติมา วิโสรัมย์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอท่าวุ้ง ประธานแม่บ้านมหาดไทยอำเภอท่าวุ้ง นายณรงค์ กล่อมเกลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคู้ นายวินัย เรืองอยู่ กำนันตำบลลาดสาลี่ พนักงาน อบต.บางคู้ สมาชิก อบต.บางคู้ คณะวิทยากรอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และประชาชนกลุ่มเป้าหมายหลักของตำบลบางคู้ และตำบลลาดสาลี่ จำนวน 50 คน เข้าร่วมโครงการ ณ อาคารอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ผู้ช่วย ผบ.ตร. อวยพรคล้ายวันเกิด
พลตำรวจโท ปิยะ สอนตระกูล อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานอวยพร ในงาน ครบรอบวันเกิด55ปี ของนายสิริวุฒิ ศรีวิริยานนท์ โดยมีนายนัทธี บ่อสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมแขกผู้มีเกียรติร่วมงานมากมาย ณ ร้านอาหารลุงนวย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)



