@ในที่สุด ประเทศไทยและประชาชนคนไทย ก็ได้รัฐบาลที่”ก้าวข้ามความขัดแย้ง” เป็นการ”ก้าวข้าม” โดยทิ้งปัญหาความ”ขัดแย้ง” เอาไว้อย่างเดิม โดยที่ยังไม่ได้”แก้”แต่อย่างใด คำว่า”ก้าวข้ามความขัดแย้ง” จึงเป็นเพียง”วาทกรรม”ทาง”การเมือง” ที่”นัก”เลือกตั้ง” ที่เรียกตนเองว่า”นักการเมือง”ประดิษฐ์ประดอย” ขึ้นมา เพื่อให้”ดูดี” ก็เท่านั้น…..วันนี้เรามี”นายกรัฐมนตรี”ฝึกงาน”ที่ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน”นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จในด้าน”อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ประสบความสำเร็จในด้าน”อสังหาริมทรัพย์” จะเป็นผู้ที่”เก่งกาจ” ในเรื่องการ”บริหารประเทศ”เพราะเป็นลักษณะงานที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้มาจาก 11 พรรคการเมือง ที่”เสนาบดี” ที่ถูกแต่ละพรรควางตัวให้เป็น”เจ้ากระทรวง” ส่วนหนึ่งเป็นนักการเมือง”เขี้ยวลากดิน” และส่วนหนึ่งเป็น”มือใหม่หัดขับ” ไม่แตกต่างกับ”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ที่ ไม่เคยผ่านงาน”การเมือง” แม้แต่”กระผีกริ้น”…..เช่นเดียวกับ 9 ปีก่อนที่ประเทศไทยได้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” มาเป็น”นายกรัฐมนตรี” ที่ไม่เคยมี”ประสบการณ์ทางการเมือง” และใช้เวลา”ฝึกงาน”แบบ”มะงุมมะงาหรา” อยู่นานมาก จนเป็นที่มาของการสร้างความ”ถดถอย” ให้กับ ประเทศชาติ และ “ประชาชน” นี่คือสภาพที่แท้จริงของ”รัฐบาล” ที่ แม้ว่า”ครม.จะมี”รายชื่อ” รมต.ที่”ลงตัว” แล้วทุกพรรค แต่ก็ยังไม่สามารถ”คาดหวัง”ได้ว่า จะสามารถ”ขับเคลื่อน” เรื่อง”เศรษฐกิจ”และ”ปากท้อง” ให้เป็นไปตามความ”คาดหวัง” ของ คนในชาติ….แต่ เอาเถอะ อย่างไรเสีย ก็อย่าเพิ่ง”ติเรือทั้งโกลน” คงต้องให้เวลากับ”ครม.ของ”พรรคเพื่อไทย” ภายใต้การนำของ”เศรษฐา ทวีสิน” และทีมงาน“มันสมอง”ของพรรคเพื่อไทย ในการ”นำพา”ประเทศไทย” ไป ข้างหน้า เพราะ วันนี้” เพื่อไทย” ได้ทำการ”ทุ่มหมดหน้าตัก” และไม่เหลือ”ทุนรอนทางสังคม”แม้แต่นิดเดียว ถ้า”เพื่อไทย” ไม่สามารถ”นำพา” นำประเทศไปสู่การ”อยู่ดีกินดี” ของ”ประชาชน อนาคตของ”เพื่อไทย” ใน”สนามเลือกตั้ง” ในครั้งหน้า ก็จะเหลือ”เป็นศูนย์”…..
@ดูรายชื่อ “เสนาบดี” กระทรวงสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับ”เศรษฐกิจ-ปากท้อง” ของประชาชน อย่าง “กระทรวงพลังงาน” ที่มี “พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” เป็น” เสนาบดี” ที่มีความรู้ทางด้าน”กฎหมาย” เพื่อมา แก้ปัญหา”ราคาพลังงาน” ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเป็นจริง ก็ต้องดูว่าจะมี “นโยบาย” อย่างไร ในการทำราคา”พลังงาน” ทุกชนิด ถูกลง เพื่อ “ลดภาระ” ของ “อุตสาหกรรม”และรายจ่ายใน”ครัวเรือน” ที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศและประชาชน ที่วันนี้รอไม่ได้อีกแล้ว เพราะ”น้ำมันแก๊สโชฮอลล์ 91 และ 95 ที่เป็น”หัวใจ”ของคน”ทำงาน” ขึ้นราคาทะลุลิตรละ 40 บาท ไปแล้ว “ฯพณฯ” เมื่อ “รายได้” ที่ต้องกินต้องใช้กลายเป็น”รายจ่าย”ในเรื่อง”พลังงาน”ไปแล้ว พวกเขาจะใช้ชีวิตให้”กินอิ่ม นอนอุ่น” อย่างไร นี่เป็นเรื่องแรกที่” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” เสนาบดี”กระทรวงพลังงาน ต้องแก้ไขด่วน….ส่วนอีกกระทรวง ที่เป็น กระทรวงในการ “สร้างเงิน” ให้กับประเทศชาติ คือ”กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา” ที่”เพื่อไทย”ใช้”วิธีการต่างตอบแทน” ด้วยการให้ตำแหน่ง “เสนาบดีกระทรวงท่องเที่ยวฯ”เป็นของ” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล”ในฐานะที่”กำนันป้อ” ผู้เป็นบิดา สามารถนำ สส.ในภาคอิสาน เข้าสภาอย่าง”เป็นกอบเป็นกำ” และนี้ก็จะเป็น”รัฐมนตรี” ที่เข้ามา”ฝึกงาน” เหมือนกับ “รัฐมนตรี” ในหลายๆ กระทรวง ก็ได้แต่”เอาใจช่วย”และ”เอาใจลุ้น” ให้ ทุกคนมีความ”ตั้งใจ” และสร้าง”ทีมงาน” ให้เป็น”ดรีมทีม” โดยเห็นประโยชน์ของ”ประเทศชาติ” เป็นที่ตั้ง…..
@ส่วน “เสนาบดี”กระทรวงกลาโหม ที่มีชื่อ”บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีต เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.) มาเป็น”เจ้ากระทรวง” และกลายเป็น”เงื่อนปม” ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับมวลชน”คนเสื้อแดง” ที่ ออกมา”ต่อต้าน”อย่าง”เผ็ดร้อน” ที่กล่าวกันว่า เรื่อง”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” คือ”ฟางเส้นสุดท้าย” ระหว่าง”เพื่อไทย”กับ”มวลชนคนเสื้อแดง” เพราะคน”เสื้อแดง” เชื่อว่า “บิ๊กตู่” เป็นผู้ส่ง “พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” มาเป็น”รัฐมนตรีกลาโหม” เพื่อให้”กองทัพ” เดินตาม”แนวทาง”ที่ถูกกำหนดไว้โดย”บิ๊กตู่” เพื่อความมั่นใจว่า “เพื่อไทย” จะไม่”วอแว” กับ” นโยบายของ”กองทัพ” ที่สุดท้ายแล้ว แม้แต่เรื่องนโยบาย”การเกณฑ์ทหาร” ที่”เพื่อไทย” หาเสียง โดยรับปากกับประชาชนว่าจะมีการ”ยกเลิก” ก็ทำไม่ได้ เรื่องนี้”เพื่อไทย” ต้องเลือกระหว่าง”ความต้องการของทักษิณ” กับความต้องการของ”มวลชนคนเสื้อแดง” แต่…เชื่อเถอะ สุดท้ายแล้ว “ทักษิณต้องมาก่อน” เพราะลงทุนมาเป็น”ตัวประกัน” ถึงขนาดนี้แล้ว มีแต่ต้อง”เดินหน้า” อย่างเดียว ส่วน”คนเสื้อแดง” จะ”เจ็บปวด” อย่างไร ค่อยหาทาง”เยียวยา” ภายหลัง……แต่ ถ้า รัฐมนตรี กลาโหม เป็น “สุทิน คลังแสง” อย่างที่เป็นข่าวล่าสุด ก็จะเป็น”มิติใหม่” ของ”กลาโหม” ที่มี สส.ที่ไม่ได้เป็น”นายกรัฐมนตรี”นั่งควบ” กลาโหม อย่าง”ธรรมเนียมปฏิบัติ” ที่ผ่านมา และ”รัฐมนตรี” ที่ไม่ได้มาจาก”ทหาร” อาจจะ”เปิดกว้าง” ในการ”รับรู้”และ”ฟังความคิดเห็น” จาก”ภาคประชาชน” มากกว่า”รัฐมนตรี”ที่เป็น”ทหาร” ที่เลือกที่จะเชื่อและฟังแต่รายงานของ”ทหาร”ด้วยกัน…..
@ที่เห็นชัดอีกระทรวงว่า “เสนาบดี”ไม่”ตรงปก” กับงานก็คือ”กระทรวงศึกษาธิการ” ที่แค่เห็นชื่อ”นายตำรวจใหญ่” อย่าง “ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ทำหน้าที่เป็น”เสนาบดี” ฝ่ายการศึกษาก็”สะอึก” กันทั้งประเทศ เพราะการได้”คนเก่ง” ที่เป็นการเก่งในงานของ”ตำรวจ” มาเป็นผู้”กุมนโยบาย”ของการ”ศึกษา” ทำให้ทุกฝ่าย”เป็นห่วง” โดยเฉพาะ “กระทรวงศึกษา” ในวันนี้ เต็มไปด้วยปัญหาที่รอให้แก้ไขมากมาย โดยเฉพาะที่ “สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” และนี้ก็เห็นชัดว่า” พรรคการเมือง”ที่ร่วมรัฐบาล ไม่ได้สนใจเรื่องความรู้ ความเข้าใจ “เสนาบดี” ที่ถูกส่งมาให้เป็น”เจ้ากระทรวง” แต่ให้ความสำคัญในเรื่อง” เครือญาติ” ที่ต้องเป็น”ตัวแทนพรรค”ได้เป็น”เสนาบดี”เท่านั้น…..ส่วนที่เห็นแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง ก็น่าจะเป็น “กระทรวงยุติธรรม” ที่เป็นการตั้ง”เสนาบดี” ที่”ถูกฝาถูกตัว” เพราะ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ มีความ”เหมาะสม” ที่จะเป็น”เจ้ากระทรวงยุติธรรม” และ เชื่อว่า จะสามารถ”ทะลุทะลวง” กับเรื่องของความ”เหลื่อมล้ำ” เรื่องของความ”อยุติธรรม”ได้ในระดับหนึ่งในทันที ที่เข้ามารับตำแหน่ง โดยเฉพาะปัญหาใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่”หมักหมม” มานาน ในเรื่องความ”ยุติธรรม” คงจะได้รับการ”สะสาง” ตามความต้องการของ ประชาชน……เช่นเดียวกับ “กระทรวงแรงงาน” ที่”พรรคภูมิใจไทย” ส่งมอบให้”โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ”ทำหน้าที่เป็น”เสนาบดี” ซึ่งเชื่อว่าเป็นการได้”เสนาบดี” ที่ไม่”ผิดฝาผิดตัว” เพราะ “โกเกี๊ยะ” มีความรู้ มีฝีมือ ที่เกี่ยวกับ”แรงงาน”เป็นอย่างดี “กระทรวง”จับกัง”ภายใต้การ”ขับเคลื่อน”ของ”จับกัง 1 “คงทำให้ “โรงงาน” และ”แรงงาน” เดินหน้าไปได้ด้วยดี…..
@ส่วนเรื่อง”ไฟใต้” หรือความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยัง”ไม่จบไม่สิ้น” มีการ”ก่อเหตุ” เป็นระยะๆ ล่าสุด ระเบิดแสวงเครื่อง ที่หน้าเทศบาลเมืองยะรัง มีเจ้าหน้าที่”พลีชีพ 3 ศพ เจ็บ 5 นาย คือ”ของจริง” ที่”ตอกย้ำ”การไร้ความสามารถของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ถ้า”บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็น เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ด้วยการที่เคย”ผ่านมา”การเป็น “เลขาธิการสภาความมั่นคง” ( สมช.) มาแล้ว ก็น่าจะ”มองทะลุ” ถึงปัญหา แต่ก็เชื่อว่า การแก้ปัญหาของ”ไฟใต้” ของ “กลาโหม” ยังวาง”น้ำหนัก”อยู่ที่ ผู้ที่เป็น” ผบ.ทบ.”พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์” และ”พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่ง คงจะไม่มีอะไรที่ “แปลกใหม่” สำหรับการ”จัดการ”ปัญหาของ”ไฟใต้” ที่ ฝ่ายความมั่นคง มองว่าเป็น”ปัญหาของท้องถิ่น”ไปแล้วนั่นเอง…..และก็อย่างที่เขียนไว้เมื่อ “สัปดาห์ก่อน” วันนี้เรื่อง”โกดังพลุระเบิด” ที่เป็น”โศกนาฏกรรม” ของ”ชาวบ้านที่มูโนะ” อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ก็กลายเป็นเรื่อง”ตลาดวาย” ทุกปัญหาเป็นหน้าที่ของ”ฝ่ายปกครอง” ที่ต้องรับ”ภาระ”ที่เกิดขึ้น สำหรับผู้เดือดร้อน วันนี้ก็อย่า”หวังพึ่ง” หน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว ต้อง”พึ่งพา”ตัวเองเป็นสำคัญ….ส่วนการค้าขายใน”แนวชายแดน” ที่เป็น”เส้นทางธรรมชาติ” ( เถื่อน ) ทุกอย่างเปิด”อ้าซ่า” ตาม ปกติ “ สินค้าเถื่อนทุกชนิด ทั้งการ”นำเข้า-ส่งออก” ทั้ง”พลุ,ดอกไม้ไฟ ,ประทัด” และ”วัว ควาย” ส่งออกได้ตาม”ปกติ” …..เช่นเดียวกับ ชายแดนด้าน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทั้ง”บุหรี่เถื่อน“และ”น้ำมันเถื่อน” ยังเป็นสินค้า “นำเข้า” ที่เป็นสินค้า”ยอดนิยม” ภายใต้”จมูกของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน นี่คือ สภาพของ”เมืองชายแดน”ที่”มือกฎหมาย” ยังคง”พ่าย”ให้กับขบวนการของ”นายทุน”…..แม้แต่ในตัวเมือง สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่ วันนี้มี”หญิงลาว” เข้ามา”ทำมาหากิน” ใน สถานบริการ สถานบันเทิง อย่าง”ล้นหลาม” ทั้งที่เข้าเมือง”ถูกต้อง”และ”ผิดกฎหมาย” รวมทั้ง อนุญาตการทำงานที่”ไม่ตรงปก” เป็น”แม่บ้าน” แต่ทำงาน”ขายบริการ” มีอยู่ทุก”ซอกทุกซอย” ที่เป็น “ย่านบันเทิง” ที่อยู่ได้เพราะมี”หัวเบี้ย” เก็บ”ส่วยรายหัว” หัวละ 1,000 บาท/เดือน จากเจ้าของสถานบริการ เรื่องนี้”ฝ่ายปกครอง” ในฐานะที่เป็น”ผู้ควบคุมดูแลสถานบริการ” จะบอกว่า”ไม่รู้ไม่เห็น”ไม่ได้ และ “สนั่น พงษ์อักษร” ผวจ.นราธิวาส ต้อง”ใส่ใจ” สั่งการให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงด้วย…….
@เรื่องการปล่อยให้”นายทุน” บุกรุกทำสวน”ยูคาลิปตัส” ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถึง 1,000 ไร่ วันนี้มีหลักฐานให้เห็นอยู่”ทนโท่” นักข่าว สอบถาม หัวหน้าเขตห้ามล่าฯ”ปราโมทย์ แก้วนาง” คำตอบคือ ที่ดินแปลงนั้นเป็นของ”นายทุน” ที่มี”เอกสารสิทธิ์” ที่ถูก”กฤษฎีกา” ชี้ว่า ออกโดยไม่ถูกต้อง แต่ “กรมที่ดิน” ยังไม่ได้”เพิกถอน” จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของ” พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” คนใหม่ ในการ ติดตามความคืบหน้าเรื่อง”เอกสารสิทธิ์” เป็นการเร่งด่วน…..เช่นเดียวกับการ”บุกรุกที่ดินป่าพรุ” ที่”พรุควนเคร็ง” อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ด้วยการ”เผาป่า” และการ”กานต้นเสม็ดขาว”ให้ตายแล้วปลูกปาล์มทดแทนแซมเข้าไป หลายแปลงมีการออก”เอกสารสิทธิ์ ที่ไม่ชอบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ล่าช้า” ในการ ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งล่าสุด “อรรถพล เจริญชันษา” อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ รรท.อธิบดีกรมอุทยาน สั่งให้ เจ้าหน้าที่รวมรวมหลักฐาน เข้าร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช แล้ว ทั้งสองเหตุล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่” เขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย” และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น”ยาวนาน” และ”เรื้อรัง” ที่ ต้องถึงเวลาที่”กระทรวงทรัพย์ฯ” จะต้องมีการ”สังคายนา” การทำหน้าที่ของ “เจ้าหน้าที่” ผู้รับผิดชอบ”เขตห้ามล่าสัตว์”ของ”ทะเลน้อย”ได้แล้ว…..นี่ก็เรื่องใหญ่ เพื่อ”พยาบาลพาร์ทไทม์” ของ”โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.ตรัง “จ่ายยาผิด” ทำให้ผู้ป่วยมีอาการ”โคม่า” ต้องนำส่ง รพ.มอ.หาดใหญ่ เพื่อ”ช่วยชีวิต” ซึ่งข่าวว่า นพ.สินชัย รองเดช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ( สสจ.ตรัง ) ไม่ได้นิ่งนอนใจ การสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้มีการรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น…..
@ทุเรียนยะลา ที่มีมูลค่าในตลาดค้าทุเรียนปีละ 10,000 ล้าน วันนี้มีปัญหาเรื่องการ”ตัดทุเรียนอ่อน.มีหนอนในผลทุเรียน”และมีการตรวจพบว่า”ใช้ยามากเกินไป” ผู้รับซื้อจาก”ประเทศจีน” มีการ”ตีกลับ” สินค้า และ”ล้งจีน-ล้งไทย” ก็ ผวา ไม่กล้ารับซื้อ ราคาจึงตกลงเหลือ กิโลกรัมละ 80-90 บาท เรื่องนี้จะไปโทษใครไม่ได้ นอกจาก”เกษตรกรเจ้าของสวน” ที่”เห็นแก่ได้” และขาดหลัก”วิชาการ” ตั้งแต่ต้น….ส่วน เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ เกษตรจังหวัด กรมวิชาการ ที่ไม่มีความ”ต่อเนื่อง” ในการ”ส่งเสริม” และการให้ความรู้ทาง”วิชาการ” ถึงเวลา “ทุเรียนออกสู่ตลาด” แล้วจึงจะมีการนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาพูด แต่หลังจากหมด”ฤดูกาลของทุเรียน” ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นก็ถูก”ซุกหีบ” เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด แล้ว ปัญหาจะหมดอย่างไร เรื่องนี้ “สุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย” ผวจ.ยะลา ลงจับมือกับ”เกษตรจังหวัด”ยะลา ดำเนินการตั้งแต่”ต้นน้ำ ,กลางน้ำ”และ”ปลายน้ำ” เพื่อที่ในปีหน้า ปัญหา เหล่านี้จะได้หมดไป….
@ชื่นชมกับ นโยบายของ”พจท. อนันต์ บุญสำราญ “ ที่ ผลักดัน ให้ สองข้างถนนของ จ.ยะลา “ปลอดจากร้านค้าน้ำกระท่อม” เพราะ หลังจากที่”พืชกระท่อม” ถูกปลดออกจากการเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 มีผู้คนหันมา”ขายพืชกระท่อม” และ”น้ำกระท่อม” มากกมายทุก”หัวระแหง” กลายเป็นปัญหาสังคม เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะน้ำกระท่อมมีส่วนผลสมของ”สารอื่นๆ” เช่น”ยาแก้ไอ” และการผลิตที่ไม่เป็นไปตาม”มาตรฐาน” ปนเปื้อน สกปรก ไม่มีการขออนุญาต ไม่ทำตาม พรบ.สาธารณสุข ไม่มีการ ติดป้าย ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และ สตรีมีครรภ์ห้ามซื้อ ห้ามกิน ทั้งที่ องค์กรอาหารและยา ( อย.)กำหนดว่าไม่ควรรับประทาน”สารไมทราจีนีน”เกิน 0.2 กรัมต่อวัน (หรือกินได้ 3 ใบ ต่อวัน ) และไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 7 วัน และ วันนี้ จ.ยะลา มีผู้ป่วยทางจิต และป่วยเพราะพิษของการดื่มน้ำกระท่อมเข้ารักษาตัวที่ ร.พ. จำนวนมาก…..เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และ ยากที่จะสำเร็จ เพราะลำพัง “ตำรวจ” คงจะทำอะไรไม่ได้เพราะเมื่อ”พืชกระท่อม”ไม่ใช่”ยาเสพติด” การที่จะ”จับกุม”จึงทำไม่ได้อย่างเมื่อก่อน หรือ”จับกุมแล้ว” ก็ต้องส่งตรวจสอบว่าเป็น”สี่คูณร้อย” หรือไม่ มีเพียง”กฎหมาย”ของ”สาธารณสุข” ที่บังคับใช้กับ “ผู้ขาย ผู้ค้า ผู้ผลิต” ได้ แต่ก็ต้องถามว่า”สาธารณสุข” มีการ”เอาจริง” แค่ไหนกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคงต้องมีว่า”เสนาบดี”คนใหม่ของกระทรวงสาธารณสุขอย่าง “นพ.ชลน่าน สีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมี นโยบายอย่างไรกับ”พืชกระท่อม” และ”กัญชา” ที่ เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องการให้ถูกนำกลับไปเป็น”ยาเสพติด” อีกครั้ง…..แต่ที่ จ.สงขลา ตลอดริมถนน สายสนามบินหาดใหญ่ ทั้ง ด้านซ้าย-ขวา ถูก”พ่อค้า”กระท่อม” ยึดเป็นที่”ทำมาหากิน” ขายทั้ง”ใบ”ขายทั้ง”น้ำ” มีการ ตั้งชื่อ ร้าน มีการ”โฆษณาสรรพคุณ” เสร็จสรรพ จนถนนสายดังกล่าวถูกผู้คน”ขนานนามว่าถนนยาเสพติด” ก็ต้องถามไปยัง “เจษฎา จิตรัตน์ “ ผู้เป็น”พ่อเมืองสงขลา” และ” พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์” ผบก.ภ.จว. สงขลา ว่า ท่านทั้งสอง “คิดเห็นอย่างไร” กับการ ยึดถนนสายสนามบินหาดใหญ่ เพื่อการ”ขายใบขายน้ำกระท่อม”เพราะนี่เป็นเรื่อง”ผิดกฎหมาย”และ”อับอาย” แขกบ้านแขกเมือง ที่ ผ่านไปผ่านมา…..
@เห็นภาพของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี”ป้ายแดง” หลังจากที่ได้รับการ”โปรดเกล้าฯ ก็ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็น แห่งแรก เพื่อติดตาม “สถานการณ์การท่องเที่ยว”ใน”ไตรมาสสุดท้ายของปี” ก็แสดงให้เห็นว่า “เศรษฐา” มี”สายตายาวไกล” ที่ รู้ว่าเรื่อง”การท่องเที่ยว” คือ “ธุรกิจ” ที่สามารถ”สร้างงาน สร้างเงิน” ให้กับประเทศชาติที่รวดเร็วที่สุด ถ้า”เศรษฐา” สามารถ”ทะลุทะลวง”ปัญหาอุปสรรค และนำ ปัญหาที่ “ผู้ประกอบการ” ประสพอยู่ รวมทั้งเรื่องของ”แอร์ไลน์ฯ หรือ”สายการบิน” ที่ราคาตั๋วยังแพง และ เที่ยวบิน ที่ไม่เพียงพอ การ”ขูดรีด คดโกง” นักท่องเที่ยว ได้ผล รวมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ จะทำให้ การท่องเที่ยว ของไทยสดใสได้อีกครั้ง….ส่วนเรื่องการ”สร้างสนามใหม่” พับเอาไว้ก่อนเถอะ เอาเรื่อง สนามบินเก่า 5 แห่ง ในประเทศ ที่สร้างแล้วไม่ได้ใช้งาน ทำอย่างไรจึงจะใช้งานได้ โดยเฉพาะ “สนามบินเบตง” อ.เบตง จ.ยะลา ที่”ร้างไปแล้วกว่า 6 เดือน เพราะไม่มี”แอรไลน์” ให้ความสนใจ ทั้งที่ “เบตง เป็นเมืองท่องเที่ยว” ที่มี สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อาหารการกินที่เป็น”เอกลักษณ์” และการเดินทาง”ทางรถยนต์”ไม่”สะดวกสบาย” แต่ทำไม “สนามบิน” ที่ลงทุนสร้างถึง 1,800 ล้าน จึงเป็น”สนามร้าง” ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้” เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และชาว เบตง ด้วยเถอะ….
@บ่อนการพนันออนไลน์-หวยออกไลน์ ยังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่ภาคใต้ ก็ไม่น้อยหน้า มี “เยาวชน” และผู้คนเป็นจำนวนมาก ที่ตกอยู่ในห้วง”อบายมุข” ของ”การพนันออนไลน์” ซึ่งในภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจของ”เครือข่าย” ที่เป็น”วงศ์วานย่านเครือ” ของ “นักการเมือง” และ”ลูกหลาน”ของ”คนมีสี” มีการ”จ่ายส่วย” เดือนละ”หลักแสน-หลักล้าน”ให้กับ”เจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่มีการ”ปราบปราม” ผู้เดือดร้อน ที่เป็น”ผู้ปกครองเยาวชน” ร้องไปยัง “ผู้บัญชาการกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี” ( สอท.) ซึ่งวันนี้มีข่าวว่าเป็น”หน่วยงานที่ไม่รับส่วย” ส่ง เจ้าหน้าที่เข้ามา”ปราบปราม”ที่เถอะ โดยเฉพาะ ใน จ.สงขลา ,ทุ่งสง นครศรีธรรมราช เกาะสมุย ระนอง ที่เป็นแห่งของ”บัญชีม้า” จำนวนมหาศาล….ก็ฝากไว้ สำหรับการ “พัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้” ที่ มีการเสนอ”โปรเจกส์” มายาวนาน ทั้งเรื่องการขุดคลองเชื่อม”ทะเลอ่าวไทยกับอันดามัน” จาก อ.ระโนด จ.สงขลา กับ อ.สิเกา จ.ตรัง ที่สุดท้ายก็ไม่มีการ”ขับเคลื่อน”จาก”รัฐบาล” วันนี้มีการนำเสนอโครงการ”แลนด์บริจส์” หรือ”สะพานบก” เชื่อมระหว่าง ท่าเรือน้ำลึก จ.ชุมพรกับท่าเรือน้ำลึก จ.ระนอง ที่จะเป็นการ”ย่นระยะทาง”ในการ”ขนส่งสินค้า” โดยไม่ต้อง”ขุดคลองตัดแผ่นดิน” แต่เป็นการสร้าง”ถนนมอเตอร์เวย์”และ”ทางรถไฟรางคู่” เพื่อการ”ขนสินสินค้า” ระหว่าง 2 ท่าเรือ ที่อยู่คนละฝั่งทะเล แต่ต้องใช้งบประมาณที่” หนึ่งล้านล้าน” ซึ่งต้องหา”ผู้ร่วมทุน” และอาจจะเป็นเรื่อง”ความฝัน”…..ส่วนเรื่องของ”ความจริง” ที่แน่นอน และมีการ “ผลักดัน”ไปแล้ว โดย” คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( กพต. ) คือการ สร้าง”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” หรือ”เมืองต้นแบบในอนาคต” ที่ เสนอโดย “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต. ) เพื่อให้มี “อุตสาหกรรมสีเขียว” ขนาดใหญ่ในพื้นที่ 10,000 ไร่ มี “ท่าเรือน้ำลึก” เพื่อการ”นำเข้าและส่งออก” เป็น”เกตเวย์ที่สาม”ของประเทศไทย เพื่อให้ นักลงทุนในภาคใต้ แข่งขันกับต่างประเทศได้ ที่สำคัญเป็นการลงทุนของ”เอกชน” ในวงเงิน 600,000 ล้าน รัฐช่วยเหลือในด้าน”สาธารณประโยชน์” เท่านั้น ….
@โครงการนี้ผ่านไปแล้ว 3 ปี ยัง”เดินหน้าไม่ได้” เพราะ”พ่อเจ้าพระคุณเอ็นจีโอ” คัดค้าน และ “รัฐบาล” ก็ “หวาดผวา” กับ”นักรบผ้าถุง” ที่เดินทางไป”ปิดประตูทำเนียบ” จนวันนี้”รัฐบาล”ของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซื้อเวลาไม่ต้องการ”ปะทะกับเอ็นจีโอ” ด้วยการให้”สภาพัฒน์ฯ” เป็น”เจ้าภาพ” ในการ”ศึกษาความเป็นไปได้ของ”เมืองต้นแบบที่ 4 “ หรือ”เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”ใหม่อีกครั้ง นี่คือการ”เสียเวลา”และ”เสียโอกาส” ของคนในภาคใต้…..เมื่อ เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ทีม “เศรษฐกิจ” ของ”พรรคเพื่อไทย” ควรที่จะให้ความสำคัญ กับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ”เมืองต้นแบบที่ 4 “ หรือ” นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” คือ”ทางออก” ในการ แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะส่งผลทางบวกโดยเร็วที่สุด,,,,, และ30 กันยายน นี้ ก็จะมีการ เปลี่ยนตัว “เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ และเปลี่ยนตัว เลขาธิการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) เพราะ”เกษียณอายุราชการ” ถ้า “รัฐบาล”ของ”เพื่อไทย” วางตัว “เลขาธิการสภาพัฒน์” และ “เลขาธิการ ศอ.บต.”ให้”ถูกฝาถูกตัว” ก็อาจจะได้เห็น”เมืองต้นแบบที่ 4 “ หารือ “เมืองอุตสาหกรรมจะนะ” เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น…..
@ติดตามดูการ”อภิปราย” ของ”สส.ในสภาผู้แทนราษฎร เห็น”บทบาท“ของ สส. “เลือดใหม่” ที่เป็น”คนรุ่นใหม่” อย่าง”สรรเพชญ บุญญามณี” สส.เขต 1 สงขลา ทายาททางการเมืองของ”นิพนธ์ บุญญามณี” อดีต สส.หลายสมัยของ ปชป. และ”ร่มธรรม ขำนุรักษ์” สส.เขต 3 จ.พัทลุง ทายาทของ”นริศ ขำนุรักษ์” รมช. มหาดไทย สองสายเลือด”ประชาธิปัตย์” จะเป็น สส.ที่มีคุณภาพ ที่เป็น”คนรุ่นใหม่”ของ”พรรคประชาธิปัตย์”…..ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ ณ วันนี้ มีการ”ขบเหลี่ยม เฉือนคม” ระหว่าง นักการเมือง”รุ่นเก่า” ที่นำโดย “ชวน หลีกภัย”อดีตหัวหน้าพรรค กับนักการเมือง”สายใหม่”ภายใต้การ”ชี้นำ”ของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน”เลขาธิการพรรค ที่มี”เดชอิศม์ ขาวทอง” และ”ชัยชนะ เดชเดโช” เป็น”หัวหมู่ทะลวงฟัน” เมื่อ “สส.สายใหม่” ไม่เห็นกับ”หัวหงอกหัวดำ”ของ”คนรุ่นเก่า” พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยากที่จะ”เติบโต”และยากที่จะ”สู้ศึก” การเลือกตั้งในสมัยหน้า โดยเฉพาะวันนี้”ศรัทธา”ของ”คนภาคใต้” ที่เคยมีกับ”ประชาธิปัตย์” เสื่อมสลายไปแล้วตาม”ความเสื่อม”ของ”ประชาธิปัตย์” โดยคนของ”ประชาธิปัตย์” เป็นผู้”ทำลาย”นั่นเอง……
————————————————————-
ไชยยงค์ มณีพิลึก
/////////////////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ต้อนรับ วิชานัน นิวาสจินดา รอง ผอ. สนง.นโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแถลงข่าวดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไตรมาสที่ 2. ณ ห้องรับรอง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา
/////////////////////////////////////////////

ที่ระลึก. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)มอบของที่ระลึก ให้กับ มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา ประธานในการจัดงานตาดีกาสัมพันธ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา ‘
////////////////////////////////////////////

แก้ปัญหา. ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมประชุมหารือและรับฟังแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวปัตตานีกับ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมี ดร.ซุกรี หะยีสาแม จากคณะวิทยาศาสตร์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุมคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
///////////////////////////////////////

แว่นแก้ว. ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รอง ผวจ.ยะลา เป็นประธานเปิดกิจกรรม โครงการแว่นแก้ว หน่วยที่ 157 โดยมี ปรีชา บุญพงษ์มณี ผู้ช่วยฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯกล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ณ โรงเรียนบ้านบันนังบูโย ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา
////////////////////////////////////////////////////

ปล่อยรถทุเรียน. ธราวุธ ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดยะลา ร่วมปล่อยขบวนรถทุเรียนกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค ตามโครงการเชื่อมโยงผลไม้ จังหวัดยะลา ปี 2566 “สดจากสวน ส่งตรงผู้บริโภคทั่วไทย” ซึ่งกรมการค้าภายในร่วมกับจังหวัดยะลา โดยมี อุดม ศรีสมทรง รอง อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วย ผุสสดี จ๋ายเจริญ พาณิชย์จังหวัดยะลา ร่วมปล่อยขบวน ณ บริเวณหน้า บริษัท พินิตมอเตอร์ 2555 จำกัด ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา อ .เมืองยะลา จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////////

มอบอุปกรณ์. เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.กองพลทหารราบที่ 15/ ผบ.ฉก.นราธิวาส เลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลรือเสาะ และศูนย์การศึกษาพิเศษ จ.นราธิวาส หน่วยบริการรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัว รวมถึงเป็นการพัฒนาสุขภาพจิต โดยมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ผู้แทน นายอำเภอรือเสาะ ,ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอ รือเสาะ, จ.นราธิวาส ร่วมด้วย
/////////////////////////////////////////////////

อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา ส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์และปัจจัยการผลิต สำหรับการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารระดับครัวเรือน แก่ครัวเรือนเป้าหมายจำนวน 20 ครัวเรือน โดยมี นางสาวซูเรียนา ระเด่นกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นางปรียา พรหมจันทร์ พัฒนาการอำเภอกาบัง เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอกาบัง ผู้นำ อช. ร่วมส่งมอบ พันธ์ไก่ไข่ พร้อมวัสดุ อุปกรณ์ จำนวน 2 ครัวเรือน ณ อาคารโดมราชสีห์ อ.กาบัง จ.ยะลา
//////////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับนักท่องเที่ยว. สุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่มาเยือน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งนอกจากจะมาท่องเที่ยว ซื้อสินค้า ทานอาหาร แล้ว ยังมีการมอบเงิน 40,000 บาท ช่วยเหลือประชาชนที่ประสพภัยจาก โกดังพลุระเบิด ที่ ต.มูโนะ อีกด้วย
//////////////////////////////////////////////////////

มอบทุน. เสาวพรรณ ชูรังสฤษฎิ์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมคณะ มอบเงินทุนสนับสนุนบุตรเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเด็กพิเศษตามโครงการ”ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน” ณ บ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.เมือง จ.ยะลา
///////////////////////////////////////////////////

กต.ตร. พจท.อนันต์ บุญสำราญ รอง ผวจ.ยะลา ทำหน้าที่ประธานในการประชุม คณะกรรมการ และที่ปรึกษา กต.ตร.ภจว.ยะลา ที่ห้องประชุม ภจว.ยะลา โดยมี พล.ต.ต. เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภวจ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
///////////////////////////////////////////////

รักถิ่นฐานฯ. กันตพงษ์ ลิ่มกาญจนา ประธานหอการค้า จ.ยะลา และ นิดา กรุงเทพ-ยะลา พร้อมคณะกรรมการ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน”รักถิ่นฐานบ้านเกิดสถาบัน”ต่อ ธราวุธ ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดยะลา ประธานในพิธี
//////////////////////////////////////////////////////

ตรวจสอบ. บัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ.
สำนักงาน ปปช.ประจำจังหวัดตรัง พร้อมด้วยยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ ปป.ช.ตรัง กมลวัฒนา ยังสังข์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 2 วังวิเศษ สิเกา ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ พร้อมด้วยชมรมตรังต้านโกง และผู้สื่อข่าว เข้าตรวจสอบการบุกรุกป่าไม้และสงวนแห่งชาติ ก่อสร้างและดำเนินกิจการรีสอร์ท ในพื้นที่ หาดฝรั่ง บนเกาะมุก พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่ดังกล่าวได้มีคำสั่งศาลให้รื้อถอนเมื่อปี 2563 แต่ยังไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด
////////////////////////////////////////////////////////

รับฟังความเห็น. อารีวรรณ จตุทอง กตป.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearim) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคปรำปี 2566 เขตภาคใต้ ณ ห้องประชุมนครินทร์ 2.ชั้น 1 โรงแรมเรือรัษฎา อ.เมืองตรัง
//////////////////////////////////////////////////

แสดงความยินดี. สรรเพชญ บุญญามณี สส.เขต 1 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแสดงความยินดีกับ วรพงค์ สุริแสง กำนันตำบลเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เนื่องในโอกาสเปิดที่ทำการกำนันตำบลเขารูปช้าง
/////////////////////////////////////////////////////

สมรักสมรส. นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว วรรณวิมล สุรพันธ์-สิรวิชญ์ วงค์ช่วย บุตร อนงค์ วงค์ช่วย ผู้สื่อข่าว นสพ.มติชน จ.สงขลา ณ ห้องจัดเลี้ยง โรงแรมเดอะพาโก้ ดีไซด์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
///////////////////////////////////////////////////////

แถลงข่าว. สุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดแถลงข่าว การแข่งขันสงขลามาราธอน พร้อม อำพล พงศ์สุวรรณผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยณหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา
//////////////////////////////////////////////////////

แรกหว่านข้าว. นัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นประธานในการแรกหว่านข้าวในฤดูทำนาหยามนาในปีนี้และได้พูดถึงนโยบายการทำงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติเนื่องในโอกาสเดินทางมาเป็นประธาน เปิดพิธีหยามนา ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา
///////////////////////////////////////////////////

ประชุมใหญ่. พรรคประชาชาติประชุมใหญ่สามัญ เลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคได้รับการลงคะแนนจากสมาชิกพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรค
////////////////////////////////////////////////



