ทั้งนี้ จากกระแสที่เป็นเรื่องอึกทึกครึกโครม หลังเกิดกรณี “ไลฟ์สยิวโผล่โซเชียล” จนเป็นปรากฏการณ์ชวนอึ้งที่นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากความตั้งใจ หรือเป็นแค่การกลั่นแกล้งกันแน่นั้น…

ที่แน่ ๆ กรณีนี้ทำให้สังคมเกิดคำถามตัวโต ๆ

วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับโลกออนไลน์ยุคปัจจุบัน

จนมี “ไลฟ์สยิวคอนเทนต์สยิว” เกลื่อนกลาด

ทั้งนี้ หากมองลึกลงไปที่ปรากฏการณ์ “สยิวออนไลน์-คอนเทนต์ 18+” ที่ปัจจุบันคอนเทนต์ประเภทนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและสามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก และที่สำคัญยังพบว่า… ในปัจจุบัน คอนเทนต์ 18+ สามารถดึงดูดเม็ดเงินได้มหาศาล ซึ่งทำให้เกิดอาชีพใหม่ คือ เซ็กซ์ครีเอเตอร์ (Sex Creator) ขึ้น ที่ระยะเวลาไม่กี่ปีไทยพบเซ็กซ์ครีเอเตอร์หน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการเติบโตขยายตัวของ “ตลาดคอนเทนต์ 18+” ทำให้ทาง ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้ความสนใจติดตาม โดยเคยวิเคราะห์เรื่องนี้ กับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้…

ในฐานะเป็นปรากฏการณ์สังคมรูปแบบหนึ่ง

ทาง ผศ.ดร.ภูษิตรองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยสะท้อนเรื่องนี้ว่า… จากเดิมที่การโชว์วาบหวิวจะจำกัดอยู่เฉพาะแค่ในโลกใต้ดินที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงยาก แต่ในยุคที่โซเชียลเข้าถึงได้ง่าย ทำให้ช่องทางนี้เป็น “ช่องทางสร้างรายได้” ให้กับคอนเทนต์ที่มีลักษณะของการโชว์วาบหวิว จนทำให้คอนเทนต์ 18+ ในปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป แถมยัง มีระบบการผลิตที่ชัดเจน และ นำกระบวนการครีเอเตอร์และกลยุทธ์การตลาด มาใช้…

ทำโปรโมตคอนเทนต์ 18+ ผ่านสังคมออนไลน์

ดึงดูดให้คนจ่ายเงินแลกกับการได้เข้ากลุ่มลับ

และวิธีการกับรูปแบบที่เปลี่ยนไป จึงกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับคอนเทนต์แนวนี้ ส่งผลให้โมเดลธุรกิจนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ 18+ มักจะเก่ง หรือมีความเชี่ยวชาญการ ใช้ช่องว่างของระบบคัดกรอง เพื่อทำให้คอนเทนต์ 18+ เข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากขึ้น ที่ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่กลุ่มเซ็กซ์ครีเอเตอร์ใช้ และนอกจากนั้นยังนิยมนำกลยุทธ์ดึงดูดสมาชิกใหม่ ๆ ให้ยอมเสียเงินเพื่อแลกกับการได้เข้ากลุ่มลับ 18+ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ ผศ.ดร.ภูษิต อธิบายว่า… มีชื่อเรียกว่า… กลยุทธ์แบบหางยาว (Long Tail Marketing) ซึ่งเป็นการขายคอนเทนต์ราคาไม่แพง แต่เน้นเจาะฐานตลาดที่กว้าง โดยจะจูงใจให้ผู้สนใจอยากเข้าชมคลิปโชว์สยิว หรือคอนเทนต์ 18+ ผ่านแพลตฟอร์มซ้ำ ๆ บ่อย ๆ

เพราะถ้ายิ่งมีคนเข้าดูมาก ยิ่งถูกดูซ้ำเรื่อย ๆ

ย่อมหมายถึง “ตัวเลขรายได้ที่เพิ่มพูนมากขึ้น”

ยิ่งเข้าไปดูซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ บ่อย ๆ ก็จะยิ่งทำให้เจ้าของช่องมีรายได้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้องผลิตคอนเทนต์ใหม่ออกมาเยอะ ๆ ซึ่งกลยุทธ์ที่ว่านี้มีเป้าหมายคือทำให้ผู้ที่ยอมจ่ายเงินรู้สึกว่าไม่ได้จ่ายแพงเกินไป เป็นการผูกขาดพฤติกรรมผู้บริโภคให้เสพติดความบันเทิงรูปแบบนี้ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้เจ้าของคอนเทนต์”

ขณะที่ “จุดแข็ง” ของแพลตฟอร์มแนวนี้ นักวิชาการคนเดิมเคยชี้เรื่องนี้ไว้ว่า… คือ การเข้าถึงผู้คนได้จำนวนมากของผู้ผลิตคอนเทนต์แนวนี้ ยิ่งช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้มีคนว่างงานจำนวนมาก ปัจจัยนี้ยิ่งกลายเป็นตัวเร่งให้หลายคนตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการหวิวออนไลน์เพื่อความอยู่รอด จนเกิด กลุ่มเซ็กซ์ครีเอเตอร์หน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในสมรภูมินี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า… ในอนาคตการแข่งขันในสมรภูมินี้จะยิ่งดุเดือดและร้อนแรงขึ้น เนื่องจากทุกคนต่างต้องการแย่งชิงเม็ดเงิน จนทำให้ เซ็กซ์ครีเอเตอร์ต้องงัดทุกกระบวนท่าเพื่อรักษาฐานแฟนคลับเดิม ไม่ให้ปันใจไปหาคนใหม่

ผศ.ดร.ภูษิต ยังระบุถึงเรื่องนี้ว่า… แพลตฟอร์มสยิวออนไลน์แบบนี้น่าจะยังเติบโตต่อไปได้อีก แต่สิ่งที่สังคมต้องจับตาและพึงระวังก็คือ คอนเทนต์หลังจากนี้อาจจะยิ่งทวีความรุนแรงและล่อแหลมเกินกว่าที่กฎหมายจะรับได้ และความน่ากลัวคือ คอนเทนต์โชว์หวิวเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแพลตฟอร์มเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่กำลังล้นทะลักและเชื่อมโยงไปสู่ปัญหาใหม่ ๆ เรื่องอื่น ๆ ตามมามากมาย อาทิ ปัญหาจาก “ภัยเซ็กซ์ติ้ง” ผ่านรูปแบบของ ลิงก์สยิวทั้งคลิปและภาพโป๊เปลือยที่ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายบนโซเชียล ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องอับอายและเสียชื่อเสียงมานักต่อนักแล้ว

โลกออนไลน์และโซเชียลวันนี้ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป ดังนั้นสังคมไทยอาจต้องหันมาสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างจริงจัง”…เป็นคำแนะนำ และคำเตือน ที่นักวิชาการด้านการสื่อสารและการตลาดอย่าง ผศ.ดร.ภูษิต ระบุไว้

ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมุมวิเคราะห์เรื่องนี้

เพื่อสะท้อนและฉายภาพซ้ำเพื่อย้ำเตือน

ภัยรูปแบบนี้” ปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์