พบกันเป็นประจำทุกวันเสาร์ กับ “ข่าวสังคมออนไลน์” นำเอาข่าวสารรอบตัว รวมทั้งกิจกรรมตามแต่ละพื้นที่ต่างๆ มากมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ทุกเหตุการณ์ทุกจังหวัดในภาคกลาง…….

องคมนตรี ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ตอนล่าง) ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการสระเก็บน้ำพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะ ให้การต้อนรับ จากนั้น รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการสระเก็บน้ำพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย และการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ตอนล่าง) จากนั้น ได้เดินทางไปสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ซึ่งอยู่ภายในบริเวณโครงการและเยี่ยมชมสภาพพื้นที่โดยรอบ โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะ พบปะเยี่ยมเยียนราษฎรและเกษตรกร ผู้เข้าร่วมงาน
โครงการอ่างเก็บน้ำพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง) เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2534 ณ วังไกลกังวล ให้ก่อสร้างโครงการพระราชานุสาวรีย์ฯ มีการใช้น้ำ ที่เก็บในอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก เพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งของราษฎรที่มีพื้นที่อยู่รอบบริเวณพระราชานุสาวรีย์ฯ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 256 ไร่ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย สวนสาธารณะและอื่นๆ มีพื้นที่ 56 ไร่ ส่วนที่ 2 พื้นที่อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ 200 ไร่ ปริมาณความจุที่ระดับเก็บกัก 1,209,000 ลูกบาศก์เมตร สำหรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำ โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริหารจัดการสระเก็บน้ำดังกล่าว ในรูปแบบพื้นที่แก้มลิง ได้แก่ 1) การเติมน้ำเข้าสระ รับน้ำเข้าสู่พื้นที่สระเก็บน้ำ โดยใช้ระบบท่อเติมน้ำ 2) การนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งจะทำการส่งน้ำให้แก่พื้นที่เกษตรกรรมรอบโครงการฯ จำนวน 1,037 ไร่ ผ่านระบบชลประทาน และ 3) การบริหารจัดการน้ำในช่วงเกิดอุทกภัย ในช่วงน้ำหลากและเกิดปัญหาอุทกภัย โดยการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในสระเก็บน้ำตลอดเวลา
คณะเดินทางไปยังเขื่อนพระราม 6 ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รับฟังบรรยายสรุปผลการบริหารจัดการน้ำเขื่อนพระราม 6 และการจัดการน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก โอกาสนี้ องคมนตรี พบปะเยี่ยมเยียนกลุ่มผู้ใช้น้ำและราษฎรบริเวณโครงการ จากนั้น คณะได้เยี่ยมชมสภาพพื้นที่บริเวณสันเขื่อน พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณเขื่อนพระรามหก และประตูระบายน้ำพระนารายณ์ (เผอิญ -วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าฯ สระบุรี จัดพิธีมอบเข็มพระราชทานเข็ม 60 ปี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ 19 กันยายน 2566 ที่ห้องรับรองศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีอัญเชิญเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้แก่กรรมการมูลนิธิ ฯ ประจำจังหวัด โดยมีคณะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย ผู้เข้ารับมอบเข็มพระราชทานฯ เข้าร่วมพิธี
โดยนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประธานมูลนิธิราชประซานุเคราะห์ประจำจังหวัดสระบุรี ประธานในพิธี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเชิญเข็มพระราชทานฯ เพื่อมอบให้แก่กรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสระบุรี โดยมีนายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ ปลัดจังหวัดสระบุรี นางสาวน้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี นายชำนาญ แตงจุด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และนายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ เข้ารับมอบเข็มพระราชทานฯเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะกรรมการบริหาร กรรมการฝ่ายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ผู้บริหารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนที่มูลนิธิให้การสนับสนุนผู้มีอุปการคุณที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ อาสาสมัครมูลนิธิ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี วันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันที่ 23 สิงหาคม 2566 จังหวัดสระบุรี โดยผู้วาราชการจังหวัดสระบุรี เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มเครื่องหมาย 60 ปี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และเป็นผู้แทนรับพระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด เพื่อมอบให้แก่กรรมการมูลนิธิฯ ในครั้งนี้ (สมนึก สุขีรัตน์/สระบุรี)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร ในการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายแด่หม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันอังคารที่ 19 กันยายน 2566 เวลา 9.00 น.พระเดชพระคุณพระพรหมวัชราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามประธานฝ่ายสงฆ์ และพลอากาศตรีสุพิชัย สุทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในฝ่ายฆราวาสพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวาย หม่อมหลวงบัว กิติยากร เนื่องในวันคล้ายวันพิราลัย ณ วัดสาลโคดม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจังหวัดสิงห์บุรี เข้าร่วมพิธีวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย หม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์) เกิดเมื่อ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2452 เป็นธิดาของ เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) กับท้าววนิดาพิจาริณี (บาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) และเป็นหม่อมในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และเป็นที่รู้จักในฐานะพระราชมารดาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกาฝ่ายพระชนนีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
อนึ่ง หม่อมบัว กิติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งดำรงชีวิตอยู่ ได้มีศรัทธารับเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถหลวงพ่อเศียร วัดสาลโคดมพร้อมทำนุบำรุงอารามตลอดมาและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชศรัทธาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนเริ่มสร้างอุโบสถ และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ก.ประดิษฐานไว้ที่หน้าบันอุโบสถหลวงพ่อเศียรถวายไว้เป็นพุทธบูชาในพระพุทธศาสนาเป็นหลังแรก (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี ประชุมเพื่อติดตามการสอดส่องการดำเนิน โครงการในพื้นที่จังหวัดสระบุรี
วันที่ 19 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมตะแบกนา ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต1 ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี ครั้งที่ 3/2566 เพื่อติดตามผลการดำเนินการสอดส่อง โครงการตามแผนการสอดส่องของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี ทั้งนี้เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี ได้เสนอข้อแนะนำให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโครงการในปี 2566 ไปแล้ว 6 โครงการ จากแผนการลงพื้นที่ 25 โครงการ
โครงการที่ ก.ธ.จ.สระบุรี เสนอแนะและดำเนินการ ได้แก่ โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต สายบ้านชะอม – บึงไม้ อำเภอแก่งคอย โครงการติดตั้งไฟแสงสว่าง ป้าย เครื่องหมายจราจร ราวกั้นในเขตชุมชน บ้านหาดสองแคว ตำบลท่าตูม อำเภอแก่งคอย โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงหนองโน โครงการก่อสร้างสนามกีฬาบ้านกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบ้านกระทุ่มใบมัน ตำบลดอนทอง โครงการปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมวางท่องระบาย หมู่ 1,2,6 ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ นอกจากนี้ยังได้หารือในประเด็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งอาจไม่ใช่หน้าที่โดยตรงแต่ ก.ธ.จ. อาจเป็นตัวเชื่อมเพื่อสู่การแก้ไขได้ รวมถึงการให้รางวัลแก่บุคคลที่กระทำความดีด้วย (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

วันสถาปนาศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานทหารครบรอบ 44 ปี
พลอากาศเอก ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเนื่องในวันสถาปนา ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานทหาร ครบรอบ 44 ปี ของการก่อตั้งหน่วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน กำลังพล ครอบครัว ตลอดจนอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลของหน่วย ที่ได้เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ในสมรภูมิต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้เป็นประธานเปิดอาคารนวัตกรรมของศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพ โดยมีข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมพิธีที่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ค่ายจิรวิชิตสงคราม ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 200,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ เพื่อเป็นการสร้างสมดุลให้ทรัพยากรธรรมชาติของสัตว์น้ำให้ยั่งยืน
วันที่ 18 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำวัดโพธิ์ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีศรีอยุธยา นิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2566 ระดับจังหวัด โดยมี นางชลธิชา สันติภาตะนันท์ ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคกลาง อำเภอบางปะอิน องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2549 อนุมัติให้วันที่ 21 กันยายน ของทุกปี เป็นวันประมงแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบัน สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ มีปริมาณลดลงเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการทดแทนสัตว์น้ำที่ถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์ หรือปริมาณสัตว์น้ำที่ถูกทำลาย ตลอดจนเป็นการสนับสนุนอาชีพประมงและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบอาชีพทำการประมง สร้างจิตสำนึก หวงแหนทรัพยากรสัตว์น้ำ กรมประมง
โดยสำนักงานประมงจังหวัดฯ ดำเนินการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โดยคัดเลือกแหล่งน้ำที่มีความเหมาะสม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน และขอความร่วมมือจากชาวประมงและประชาชนงดจับสัตว์น้ำทุกชนิด ในวันที่ 21 กันยายนของทุกปี
โดยสำนักงานประมงจังหวัดฯ ดำเนินการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โดยคัดเลือกแหล่งน้ำที่มีความเหมาะสม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน และขอความร่วมมือจากชาวประมงและประชาชนงดจับสัตว์น้ำทุกชนิด ในวันที่ 21 กันยายนของทุกปี (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ป.ป.ช.จังหวัดอุทัยธานี จัดกิจกรรมแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงานในรอบ 12 เดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ย้ำ ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพโปร่งใส ตรวจสอบได้
เวลา 10.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมสุพรรณิการ์ ศาลากลาง(หลังเก่า) จังหวัดอุทัยธานี นางภัทรียา เมฆวณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานจัดแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุทัยธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 พร้อมด้วย หัวหน้ากลุ่มงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกันแถลงผลการดำเนินงานต่อสื่อมวลชนจังหวัดอุทัยธานี
โดยนางภัทรียา เมฆวณิชย์ กล่าวว่าผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ในปีงบประมาณ 2566 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดอุทัยธานี ได้รับเรื่องร้องเรียนด้านการปราบปรามการทุจริต จำนวน 28 เรื่อง เป็นหนังสือร้องเรียน 13 เรื่อง หนังสือราชการ 7 เรื่องบัตรสนเท่ห์ 5 เรื่อง เว็บไชต์ 2 เรื่อง และเบาะแส 1 เรื่อง โดยผลการดำเนินการตรวจรับคำกล่าวหาแล้วเสร็จ จำนวน 27 เรื่อง เหลืออีก 1 เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ และคดีทุจริตที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 3 คดี ส่วนแนวทางด้านการป้องกันการทุจริตได้แก่ 1.โครงการ STRONG – จิตพอเพียงด้านทุจริตแผนงานปฏิบัติงาน 2. โครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 3. โครงการแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่ 4. โครงการต้านและลดทุจริตด้วยกลไกสหยุทธ์เฉพาะกรณีพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต 5. ติดตามการดำเนินการตามการป้องกันการทุจริต 6. การเฝ้าระวังการทุจริตในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี 7. การดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการเบื้องต้น ในกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ และกรณีการแจ้งเบาะแสการทุจริตจากเครือข่ายภาคประชาชน และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ 8. คณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดอุทัยธานี 9. ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
ทั้งนี้ การดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดอุทัยธานี จะมุ่งเน้นการทำงานด้วยความ ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตไปในทิศทางเดียวกัน (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

วัฒนธรรม ร่วมกับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำร่องเปิดตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง ยกระดับ 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ปักหมุดแลนด์มาร์ก ช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว
วันที่ 9 กันยายน 2566 ที่วัดท่าการ้อง ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาเป็นประธานเปิดตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง โดยมี พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน รองเจ้าคณะอำเภอบ้านแพรก เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง กล่าวสัมโมนียคาถา นายประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสุนิสา โกศินานนท์ รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และวัฒนธรรมจังหวัด 17 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ร่วมกิจกรรม
โดยนางโชติกา อัครกิจโสภากุล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดกิจกรรมฟื้นฟูเปิดตลาดน้ำ และตลาดบก เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย มุ่งพัฒนาตลาดบกและตลาดน้ำ ยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ของไทย ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและความยั่งยืน โดยคัดเลือกตลาดน้ำและตลาดบกของแต่ละจังหวัดมาจัดแผนประชาสัมพันธ์ดึงดูดความน่าสนใจนำร่องด้วย 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ หลังจากซบเซาในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยปีนี้จะเปิดทั้งหมด 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ
อาทิ ตลาดเก่าหัวตะเข้ กรุงเทพมหานคร ตลาดจีนชากแง้ว จังหวัดชลบุรี ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ตลาดเขมราษฎร์ธานี จังหวัดอุบลราชธานี จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 เพื่อยกระดับให้รู้จักในวงกว้าง เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ผ่านตลาดบกและตลาดน้ำ ให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของไทยที่ห้ามพลาด ต้องแวะเช็คอิน ปักหมุดแลนด์มาร์ก
สำหรับตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง เปิดบริการเมื่อปี 2552 รวมระยะเวลา 13 ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดได้สัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวอยุธยาริมน้ำ โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ และอาหารในท้องถิ่น อาทิ ผลิตภัณฑ์ของชุมชน ของกิน ของใช้ ของฝากของที่ระลึก มีเวทีจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม การสืบสานการแสดงลิเก การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน มีแพตลาดน้ำ จำหน่ายเมนูท้องถิ่น อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวกะลา ปลาต้มเค็ม ขนมเบื้องญวน หอยทอด ทอดมัน หมูสะเต๊ะ เมี่ยงคำ นอกจากนี้ ยังมีจุดบริการให้อาหารปลาแพริมแม่น้ำ ทั้งนี้เปิดบริการวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

มุ่งส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และรายได้เพื่อสาธารณกุศล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศูนย์ผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองชัยนาท (ท่าแจง) อำเภอเมืองชัยนาท เภสัชกรหญิงมีนามาส ลีวะพงษ์เพียร ประธานชมรมวิ่งเมืองชัยนาท พร้อมด้วย นายเจษฎา สี่พี่น้อง นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาท พ.ญ.อังคณา อุปพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และ พ.ต.ท.สมนึก เสงี่ยมงาม รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชัยนาท ร่วมแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “วิ่งชมเจ้าพระยาเมืองชัยนาท 2566” โดยมีผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมวิ่งฯ คณะกรรมการชมรมวิ่งเมืองชัยนาท และสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว
เภสัชกรหญิงมีนามาส ลีวะพงษ์เพียร ประธานชมรมวิ่งเมืองชัยนาท เปิดเผยว่า ชมรมวิ่งเมืองชัยนาท ร่วมกับ เทศบาลเมืองชัยนาท และโรงพยาบาลชัยนาท กำหนดจัดกิจกรรม “วิ่งชมเจ้าพระยาเมืองชัยนาท 2566” ในวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2566 ณ บริเวณเขื่อนเรียงหินหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง รายได้เพื่อสาธารณกุศล เช่น มอบให้โรงพยาบาล ในการซื้อเครื่องมือแพทย์ ซื้ออุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ถวายวัดเนื่องจากนักวิ่งบางส่วนอาจใช้วัดเป็นสถานที่พัก นอกจากนี้ยังมีการซื้ออุปกรณ์ให้กับรถกู้ชีพกู้ภัย
สำหรับการสมัคร ค่าสมัครแบ่งตามประเภท ดังนี้ มาราธอน ระยะทาง 42 กม. ค่าสมัคร 1,000 บาท ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม.ค่าสมัคร 800 บาท มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม. ค่าสมัคร 600 บาท ฟันรัน ระยะทาง 5 กม. ค่าสมัคร 400 บาท ผู้สมัครทุกคนจะได้รับเสื้อ Chip บันทึกข้อมูลการวิ่ง ผู้เข้าเส้นชัยทุกคนได้รับเหรียญรางวัล ส่วนผู้เข้าเส้นชัยอันดับ1-5 ทุกรุ่นได้รับถ้วยรางวัล และพิเศษประเภท VIP ไม่กำหนดระยะทางไม่มีการแข่งขัน ค่าสมัคร 1,500 บาท
โดยปีนี้ ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 2,000 คน รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร อีกส่วนหนึ่งมอบให้กับโรงเรียนซึ่งจะเป็นโรงเรียนใดนั้น ทางชมรมวิ่งเมืองชัยนาท จะได้พูดคุยกับคณะกรรมการชมรมฯอีกครั้ง จึงขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งชมเจ้าพระยาเมืองชัยนาท 2566” โดยเข้าไปในเพจเฟสบุคของ “ชมรมวิ่งเมืองชัยนาท” กดลิงค์กรอกใบสมัครทาง Google Form หากไม่สะดวกสามารถมาติดต่อได้ที่คลินิกหมอสุรชัย หรือโทรศัพท์สอบถาม 093-1176400 สามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 นี้ (วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

OR จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์สื่อมวลชนภูมิภาค ประจำปี 2566 ตอกย้ำวิสัยทัศน์” เติมเต็มโอกาส ผู้ร่วมธุรกิจ เติบโตร่วมกัน” อย่างแท้จริง
เมื่อเร็วๆนี้ นายสมยศ คงประเวช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารต้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ต้อนรับคณะสื่อมวลชนภูมิภาคจากจังหวัดลำปางและสระบุรี ที่เข้าเยี่ยมชม สถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำและธุรกิจ (OR Academy) และศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Business Center หรือ OASYS) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายสมยศ เปิดเผยว่า OR จัดกิจกรรมสัมมนาสื่อมวลชนภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นสื่อมวลชนในต่างจังหวัด ซึ่งมีสถานปฏิบัติการหลักของ OR ตั้งอยู่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชนในพื้นที่ และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รามทั้งร่วมหาแนวทางในการสร้างโอกาสเติบโตให้กับทุกภาคส่วนทั้งภาคธุรกิจ สังคม ชุมชน อย่างยั่งยืน ซึ่งในปีนี้ได้เชิญสื่อมวลชนจากจังหวัดลำปางและสระบุรี มาเยี่ยมชมสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำและธุรกิจ (OR Academy) และศูนย์ธุรกิจไลฟัสไตล์ (OASYS) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจของ OR และธุรกิจ Cafe Amaz0n ได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำและธุรกิจ (OR Academy) เป็นศูนย์การเรียนรู้ จัดการฝึกอบรมให้ ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของ OR ตลอดจนหลักสูตรที่ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด (OSHE Training) ให้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า รวมถึงบุคคลภายนอก เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเป็นมือ อาชีพ โดยมีศูนย์การเรียนรู้ 2 แห่ง ได้แก่ OR Academy อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ QSHE Training Center จังหวัดสระบุรี ส่วนศูนย์ธุรกิจไลฟิสไตล์ หรือ OASYS ของ Cate Amazon ถือเป็นแหล่งถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กาแฟ แหล่งรวบรวมความภูมิใจของคาเฟ่ อเมซอน ที่จะถ่ายทอดแรงบันดาลใจ เป็นศูนย์รวมของระบบที่ดำเนินงานแบบมืออาชีพ ประกอบด้วยศูนย์ฝึกอบรมคาเฟ่อเมซอน โรงคั่วกาแฟ และโรงเก็บเมล็ดกาแฟดิบ โรงงานเบเกอรี โรงงานผงผสม และศูนย์ กระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และรองรับการเติบโตของธุรกิจ Cafe Amazon และเพื่อสร้างมาตรฐาน และคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

ทำบุญบ้านใหม่
เผอิญ ไทยสม หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ ภาคกลาง พร้อมเพื่อนฝูง ญาติและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแสดงความยินดีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ กับ นเรศว์ รัตตไพศาล เจ้าของปั้มบางจาก พร้อมครอบครัว (ถนนสายเอเชียขาล่อง) เลขที่ 66/14 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภออ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

TPI มอบบริษัทที่ปรึกษา เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อก่อตั้ง “โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ที่ทำการชุมชนบ้านถ้ำพัฒนา หมู่ 10 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี บริษัท ทีพีไอ โพลีน โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) มอบหมายให้ บริษัท ทอพ-คลาส คอนซัลแทนทฺ จำกัด (บริษัทที่ปรึกษาโครงการ) จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย “โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ อำเภอแก่งคอย “ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (Zone 3)
โดยมี นายสุรินทร์ รัตนพันธ์ ปลัดอำเภอแก่งคอย หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน และมีผู้บริหารของ เทศบาลเมืองทับกวาง ผู้บริหารระดับสูง ของ ทีพีไอฯ คุณวิบูลย์ศิริ บุญพัฒน์ ผจก.มวลชนสัมพันธ์ ทีพีไอฯ พร้อมทีมงาน วิศวกร จาก บริษัทที่ปรึกษาฯ ประชาชน ในพื้นที่ หมู่.10 ตำบลทับกวางเป็นจำนวนมาก ร่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด ( มหาชน) มีแนวคิดดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ อำเภอแก่งคอย “ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ ( Zone 3) กำลังการผลิตติดตั้ง 9.6 เมกะวัตต์ (ขนาดพิกัดที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ 11.9925 เมกะวัตต์) ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเทคโนโลยี่โฟโตโวลเทอิก ที่ติดตั้งบนพื้นดิน บริเวณหมู่ที่ 10 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ตามแนวทาง BCG Model ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกัน
ได้แก่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อเป็นการลดภาระการผลิตไฟฟ้าของหน่วยงานภาครัฐ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์
บรรยากาศการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ มีชาวบ้าน (บางคน) ได้ลุกขึ้นสอบถามข้อข้องใจในโครงการดังกล่าวด้วยเกรงกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเผ็ดร้อน จากผู้ดำเนินรายการด้วย โดยใช้เวลาการเปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ราว 2 ชั่วโมงเศษ จึงแล้วเสร็จ (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

ผู้ประกอบการลพบุรี รับรางวัลโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรม ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน
นางสาวสมใจ มีสมบูรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนางสาวเกวลี จำปา วิศวกรชำนาญการ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อเป้าหมายการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจและสังคม (CSR-DIW to Covid-19 Relief) และแถลงผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาและยกระดับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่เมืองสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีสถานประกอบการโรงงานในพื้นที่จังหวัดลพบุรีเข้าร่วมรับรางวัล ดังนี้ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด (โรงงานลพบุรี),บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด ,บริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ จำกัด ,บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) โรงงานลพบุรี 4 ,บริษัท เบ็ทเทอร์ฟาร์ม่า จำกัด และบริษัท ทรัพย์ทิพย์ จำกัด รับรางวัล CSR-DIW Continuous 2566 และ บริษัท เค.พี. อะโกร อินดัสทรี้ (ลพบุรี) จํากัด รับรางวัล CSR-DIW Award 2566 (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

แลนด์มาร์ค SME อยากช็อปของดีต้องงาน SME ONE FEST 2023
งาน SME ONE FEST 2023 แหล่งรวมสตีทฟู้ด และจัดแสดงสินค้า ของดีของเด็ดทั่วไทย พบกับกิจกรรมภายในงานอีกมากมาย แจกแหลก เอาไปเลย เครื่องใช้ไฟฟ้า และพิเศษสุดกับรางวัล นาทีทอง แจกคูปองเงินสดสำหรับซื้อสินค้าภายในงาน ห้ามพลาดกับงาน SME ONE FEST 2023 BY สสว. น้องมะเฟืองชวนช็อปของดี SME ทั่วไทย พบกัน 22 – 24 กันยายน 2566 ณ ถนนนเรศวร ระหว่างวัดมหาธาตุ และวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และงานแสดงสินค้าสัญจรจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ร่วมกว่า 10 จังหวัด จัดโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม สสว. และสมาคมสมาพันธ์ SME ไทย สสว. เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอเชิญร่วมประกวดภาพถ่ายวัดท่าการ้อง หัวข้อ “ยลวิถีตลาดน้ำ งดงามวัฒนธรรม เสน่ห์ล้ำอยุธยา” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 15,500 บาท ส่งผลงานได้ถึงวันที่ 27 ก.ย. นี้
นางสุณิสา โกศินานนท์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมประกวดภาพถ่ายวัดท่าการ้อง ในหัวข้อ “ยลวิถีตลาดน้ำ งดงามวัฒนธรรม เสน่ห์ล้ำอยุธยา” เปิดรับผลงานภาพถ่าย ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2566 เวลา 16.30 น. ลุ้นรับเงินรางวัล- รางวัลชนะเลิศ เงินสด 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินสด 3,500 บาท จำนวน 1 รางวัล- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินสด 2,500 บาท จำนวน 1 รางวัล- รางวัลชมเชย เงินสด 1,500 บาท จำนวน 3 รางวัล
สามารถอ่านลายละเอียดเพิ่มเติม และดาวโหลดใบสมัครได้ที่ Linkhttps://drive.google.com/…/10T4GlW-3HzcpHF9Cg1G8…หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 035-336882-3 หรือโทร. 085-1722066 คุณพชร (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เกษตรกรลำสนธิ จังหวัดลพบุรี รับรางวัลผลงานส่งเสริมการเกษตรดีเด่น
นางปรีดาวรรณ บุญสนิท เกษตรอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสาวแสนพลอย พรมหนองแสน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และนายสุริยา ห่วงถวิล ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเขารวกพัฒนาก้าวไกล เข้ารับมอบรางวัลผลงานส่งเสริมการเกษตรดีเด่น ประจำปี 2566 ในรางวัลชมเชยวิสาหกิจชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2566 ของงานสัมมนา Year End Conference ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้มอบรางวัล (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)



