เมอร์ด็อก นักธุรกิจที่ฉลาด และไร้ความปรานี วัย 92 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานกิตติคุณของบริษัท นิวส์ คอร์ปอเรชัน หรือ นิวส์ คอร์ป และบริษัท ฟ็อกซ์ คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐี และสามารถชี้นำ การกำหนดตัวบุคคลในตำแหน่งระดับสูงทางการเมือง ในออสเตรเลีย สหรัฐ และสหราชอาณาจักร
ทั้งสองบริษัทประกาศว่า นายลาคแลน เมอร์ด็อก บุตรชายคนโต วัย 52 ปี จะรับหน้าที่ดังกล่าวต่อจากบิดา ควบตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)
ตามการประเมินของนิตยสาร “ฟอร์บส์” เมอร์ด็อกมีทรัพย์สินประมาณ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 612,000 ล้านบาท) พร้อมด้วยความรังเกียจคนหัวสูง และการทำตามแบบแผน บวกกับความสามารถพิเศษในการค้นหาคุณค่าใหม่ ๆ ในสื่อที่มั่นคง
เมอร์ด็อก เกิดที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และเข้าสู่ธุรกิจข่าวอย่างกะทันหัน เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิตในวัย 66 ปี เมื่อปี 2495 หลังจากนั้น เขากลายเป็นเจ้าของสื่อชั้นนำหลายแห่งนานราว 50 ปี จากการประสบความสำเร็จในช่วงเวลาสั้น ๆ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์”, “เดอะ ซัน” และ “เดอะ ไทม์ส” ของสหราชอาณาจักร รวมถึง “นิวยอร์ก โพสต์”, “ทเวนตี เซนจูรี ฟ็อกซ์” และ “เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” ของสหรัฐ
หนังสือพิมพ์ “เดอะ ซัน” เคยอ้างว่าเป็นผู้เปลี่ยนคะแนนความนิยมในการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2535 ให้ไปทางพรรคอนุรักษนิยม ขณะที่ฟ็อกซ์ นิวส์ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ให้การสนับสนุนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการ เพื่อคว้าตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2559 ซึ่งความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทรัมป์ ส่งผลให้รายได้ของฟ็อกซ์ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนประณามการสนับสนุน “อย่างแข็งขั้นจนเกินไป” ที่อาณาจักรของเมอร์ด็อก มอบให้กับฝ่ายอนุรักษนิยม เช่นเดียวกับกลุ่มสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิดฝ่ายขวา ที่หลายฝ่ายไม่เชื่อว่า มีมูลความจริง
แม้นายเควิน รัดด์ อดีตนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย จากพรรคแรงงาน เคยกล่าวว่า เมอร์ด็อกเป็น “มะเร็งในระบอบประชาธิปไตย” แต่ดูเหมือนว่า เมอร์ด็อกจะพอใจกับสถานะของเขา ในฐานะเป้าหมายของฝ่ายซ้าย
ทั้งนี้ เมอร์ด็อกเข้าใจตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า หนังสือพิมพ์ “ไม่ใช่อนาคต” นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเปิด “สกาย นิวส์” ช่องโทรทัศน์ดาวเทียมที่ออกอากาศ 24 ชั่วโมง ในสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2532 และในอีก 7 ปีต่อมา เขาก็เปิดตัว “ฟ็อกซ์ นิวส์” ในสหรัฐ
ถึงข่าวทางโทรทัศน์และช่องที่เกี่ยวข้อง ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งของเมอร์ด็อก แต่เขายังคงดูแลกิจการหนังสือพิมพ์ แม้อุตสาหกรรมทำกำไรไม่แน่นอน ท่ามกลางการขยายตัวของอินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



