ต้องยอมรับว่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบอย่างแรงกับวงการกีฬาทั่วโลก ขณะที่ วงการกีฬาไทย ก็ได้รับผลไปเต็มๆ เช่นกัน โดยเฉพาะ “วงการม้าแข่ง” ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทย เหลือจัดการแข่งม้า ในสนามหลักเพียงสนามเดียวเท่านั้น นั่นก็คือที่ราชกรีฑาสโมสร หรือ “สนามฝรั่ง” หรือ “สนามม้าปทุมวัน” นั่นเอง

ราชกรีฑาสโมสร กลับมาจัดแข่งม้าได้อีกครั้ง ซึ่งจัดมาแล้วเกือบ 1 ปี ส่วนกระแสการตอบรับ ตลอดจนผลกระทบ อุปสรรคและปัญหาด้านต่างๆ จะมีอะไรบ้าง วันนี้ “บิ๊กเลาะ” นายชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการแข่งม้า ราชกรีฑาสโมสร จะมาบอกกล่าวเล่าความให้เหล่าพี่น้องชาวอาชาได้ฟังกัน


1 ปี แข่งม้าคัมแบ๊ก

“1 ปี ที่ผ่านมานั้นถือว่ากว่าจะก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ กลับมาเปิดแข่งได้ก็เลือดตาแทบกระเดนเลยทีเดียว เนื่องจากก่อนหน้านั้นนี้เกิดโรคระบาดในม้าแข่ง ทำให้ม้าแข่งตายไปเยอะมากจากที่มี 2,000 กว่าตัว ก็เหลือเพียง 700-800 กว่าตัว จากนั้นยังมาเจอกับโรคไวรัสโควิด-19 เข้าไปอีก การแข่งม้าก็ปิดไปโดยปริยาย ประมาณเกือบ 3 ปี”

ปัญหาใหญ่ของกีฬาแข่งม้า

“นอกจากเรื่องของโรคระบาดแล้ว เรายังมีประเด็นเรื่องภาษีต่างๆ ที่มันเพิ่มขึ้น เราก็จัดแข่งไม่ได้ เพราะถ้าจัดแข่งนี้ก็จะขาดทุนมหาศาล เนื่องจากว่าตามกฏหมาย เวลาเราจัดแข่งตามกฏหมายการพนัน เราจะจัดแข่งหักยอดจากที่คนเล่นได้ประมาณ 20 % จนกระทั่งก่อนการเปิดแข่งครั้งสุดท้าย สโมสรสมาคมม้าแข่งไทย ก็ได้ร่วมกับทางราชกรีฑาสโมสร เข้าไปหารือที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมทั้งเรายังมีบทวิจัยสนับสนุน เราก็ขอส่งผ่านภาระภาษีค่าใช้จ่ายบางส่วนไปให้คนเล่น ถึงเริ่มกลับมา รี-สตาร์ตใหม่ เมื่อเดือน พ.ย.2565”

สถานการณ์ในตอนนี้

“มาถึงตอนนี้เราจัดแข่งม้าครบ 1 ปี รอบบัญชีของราชกรีฑาสโมสร ก็คือวันที่ 1 ส.ค.ถึงวันที่ 31 ก.ค. จากเดือน พ.ย.65 มาจนถึงวันที่ 31 ก.ค.66 เรามีการจัดแข่งขันแล้ว 19 นัด มียอดรายรับ ทั้งหมด 295 ล้านบาท แต่การจัดแข่งในแต่นัดก็ยังขาดทุนเยอะพอสมควร เป็นหลักกว่าล้านบาท ต้องยอมรับว่าประเด็นที่เป็นปัญหาตอนนี้ก็คือหลังจากโควิดมา คนเข้าสนามหายไปครึ่งหนึ่ง จากประมาณ 5,000 คน ตอนนี้เหลือประมาณ 2,500 คน

กำแพงภาษีและเงินรางวัล

“สถานการณ์ที่เราทำเสนอขอทดลอง ส่งผ่านภาษีไปที่คนเล่น เราตั้งอยู่บนสมติฐานของคนที่เข้ามาประมาณ 5,000 คน แล้วก็มียอดรายรับต่อวันประมาณ 30-33 ล้านบาท มันก็จะถึงจุดคุ้มทุน ที่ไม่ขาดทุน ปัจจุบันนี้ก็ยังจะต้องพยายามประคับประคอง ประเด็นสำคัญก็คือว่าเงินรางวัลการแข่งม้า เราไม่สามารถเพิ่มขึ้นมาได้ ในอดีตม้าแข่งที่ชนะรางวัลที่ 1 เงินรางวัลจะประมาณ 1 แสนกว่าบาท ปัจจุบันนี้เหลืออยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาทเท่านั้น พอ 4-5 หมื่นบาท มันก็จะเป็นปัญหาทำให้คนที่ลงทุนซื้อม้ามาเลี้ยง ไม่ถึงจุดคุ้มทุน ก็คือซื้อมาหนึ่งตัว ราคา 3-5 แสนบาท ค่าใช้จ่ายต่อเดือน เดือนละ 2-3 หมื่นบาทต่อตัวต่อเดือน ฉะนั้นถ้าแข่งชนะก็เท่ากับว่าขาดทุนน้อย มันก็ส่งผลให้ฟาร์มม้า ก็ไม่กล้านำเข้าม้ามา ไม่กล้าลงทุน”

ไม่คุ้มกับการลงทุน

“สมัยก่อนฟาร์มม้าลงทุนผสมพันธ์ม้าภายในประเทศ ผลิตออกมาขายตัวนึง 5 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท คนก็กล้าซื้อ ปัจจุบันนี้เมื่อเงินรางวัลลดลง ลดราคาลงมาเหลือ 3 แสนบาท คนก็ซื้อน้อยลง เพราะฉะนั้นในการที่จะทำให้การผสมพันธ์ม้ากลับมามีศักยภาพแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ปัจจัยหลักก็คือต้องเพิ่มเงินรางวัลม้าชนะที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 และเพิ่มเงินรางวัลม้า ถ้าเพิ่มโดยยอดแทงไม่ได้ ก็มีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มจากการหาสปอนเซอร์ หรือหากิจกรรมร่วมเข้ามาทำโปรโมชั่นร่วมกันในอนาคต

แนวทางการอยู่รอด

“อย่างที่บอกว่าถ้าเพิ่มโดยยอดแทงไม่ได้ ก็มีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มจากการหาสปอนเซอร์ หรือหากิจกรรมร่วมเข้ามาทำโปรโมชั่นร่วมกันเข้ามาเสริม ซึ่งสมาคมก็อยู่ระหว่างมีแนวคิดที่อยู่ระหว่างที่จะดำเนินการ ม้าแข่งหลังจากที่มีที่ราชกรีฑาสโมสรทีเดียว คณะกรรมการมีความคิดอยากจะปรับให้เป็นสันทนาการมากขึ้น ให้เป็นการพนันน้อยลง ให้เหมือนกับญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ เวลาวันแข่งม้าครอบครัวพาเด็กลูกหลานเข้าไปอยู่ในสนามม้าได้ มีเกมให้เล่น มีสิ่งอำนวนความสะดวก มีอาหารการกิน

จะเกิดผลดีอย่างไร

“ก็เท่ากับเราสอนให้เด็กๆ เข้าใจถึงเรื่องการพนันก็ดี การใช้ชีวิตที่ถูกต้องก็ดี ตั้งแต่เล็กๆ ของเรา ประเทศเรากับกีดกันความรู้เหล่านี้ ก็อยากจะฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ว่าบางครั้งอาจจะต้องมีมุมมองในการเปิดกว้างให้เด็กเรียนรู้ ดีกว่าให้เขาไม่รู้ และจมเข้าไปภายหลัง ม้าแข่งของราชกรีฑา จะพยายามให้มีการพนันลดลง สันทนาการมากขึ้น เราจะหาคนรุ่นใหม่เข้ามาเล่น และมีกิจกรรมร่วมกับแผนกกีฬาอื่นๆ อย่างที่ผ่านมาเราก็มีกิจกรรมร่วมกับทางแผนกบรรเทิงของราชกรีฑา เดือนหน้าเราก็จะมีกิจกรรมร่วมกับ lady golf กอล์ฟหญิง ให้ทุกคนสามารถนำครอบครัวเข้ามาร่วมสนุกสนานได้ เวลาม้าชนะเราก็แต่งตัวสวยๆ สวมหมวกแบบเท่ห์ๆ แบบคุณหญิง คุณนาย เมืองนอก เมืองนา เข้าไปจูงม้า ม้าแข่งไม่จำเป็นต้องมีการพนันเสมอไป”

ถือเป็นออร์เดิร์ฟกับการอัปเดตสถานการณ์ของกีฬาม้าแข่ง ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา จากปากของ “บิ๊กเลาะ” ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ โดยตรง เรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจที่จะนำมาบอกเล่าเก้าสิบกันต่อในฉบับต่อไป “ชาวกีฬาอาชา” รอรับชมกันได้ ที่นี่ที่เดียว

วอน อ่อนวงค์