พิน หรือ เข็มที่ระลึก เป็นของสะสมลำดับต้นๆ สำหรับผู้เข้าร่วมมหกรรมกีฬา ไม่ว่านักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่

เป็นเรื่องโชว์กันเหมือนกัน เอามาติดที่สายคล้องคอเอดีการ์ด บางคนติดเต็มคอ เต็มสาย เดินตกคลองลงไป มีแววจมดิ่ง

พินของทีมชาติไทย รูปช้างเผือก สัญลักษณ์คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นที่เสาะหากันมากจากต่างชาติ ใครๆ ก็อยากได้ ว่ากันว่าถ้าช้างตัวใหญ่ ราคาพุ่งถึง 5 พันบาท

วันก่อนไปสนามรักบี้ เห็นนักกีฬาควักแจกอาสาสมัคร ตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเหลือมาตลอด

ผมไปถึงก่อนเวลาแข่ง ไปกับ “น้องตอง” แห่งข่าวสด สื่อคนขยัน กล้ามบึ้ก

อาสาสมัครสาวสวยหมวยจีน เห็นเป็นสื่อไทย เลยเดินมาถามด้วยแววตาอ้อนวอน บอกว่า “พี่คะๆ มีพินมั้ยคะพี่…พลีสสส”

คือเธอพูดภาษาอังกฤษอ่ะนะ ผมมาแปลให้เว่อร์ๆ

“เจ้าตอง” เห็นแล้วตาลุกวาว ที่ตาลุกคือ เห็นพินที่เธอติดอยู่ ดูก็รู้ว่าอยากได้ แต่บอกว่า “โหพี่ สงสารน้องเค้า”

“อยากได้ก็แลกเค้าไปซิ่” ผมบอกตอง คำตอบกลับมาคือ “ผมไม่มีอ่ะ”

นึกขึ้นได้ เหมือนเคยมีอยู่ติดเป้ไว้จำนวนหนึ่ง ลองล้วงๆมา เอ้า เจอ เลยยื่นให้ “อ้ะเอาของพี่”

เจ้าตอง ยิ้มหวาน ส่งต่อให้น้องหมวย ที่ดูเธอมีความสุขมากที่ได้พินช้าง เจ้าตองก็มีความสุข ก่อนส่งพินเอเชียนเกมส์มาแลก

ปากต่อปาก คงไปบอกเพื่อน จากนั้น เข้าแถวทยอยมาขอแลกพินกันหลายคน

“พี่ขออีก…พี่ขออีก…พี่อีกอัน” ตองบอกผมรัวๆ พอสาวหมวยมาขอแลก แต่พอเป็นผู้ชาย เจ้าตอง บอกว่า “เลดี้เฟิร์สนะๆ”

ควักให้ไปรวมแล้ว 4 ชิ้น ควานในกระเป๋า เหลือชิ้นเดียว ต้องเอ่ยปากบอก เฮ้ย หมดแล้ว

“พี่ดูดีๆ มีอีกป่าว”…ต้องยืนยันหมดแล้วจริงๆ เฮ้ย การแลกเปลี่ยนพินจึงต้องยุติ ด้วยสีหน้าเซ็งๆ

เดินจากสนามรักบี้วันนั้น เจ้าตอง ที่ตอนขามาคอโล่ง มีแต่สายคล้อง แต่พอขากลับมีพินเอเชียนเกมส์ห้อยเต็มคอ เดินยิ้มอย่างมีความสุข

ได้พินเอเชียนเกมส์กลับไป โดยเอาพินช้างของผมไปแลก

แล้วก็อ้างว่า สงสารน้องเขา

นักบุญทุนชาวบ้านจิงจี๊งงง.

*** เต้ย แม่กลอง ***