โรคเบาหวาน พบอาการอีดีสูงกว่าชายที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุของอีดีในชายที่เป็นโรคเบาหวานนั้น เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของระบบหลอดเลือด ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบฮอร์โมน ชายที่เป็นโรคเบาหวานอายุ 20-24 ปี พบอีดี ร้อยละ 20 และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามอายุชายที่อายุระหว่าง 55-59 ปีที่เป็นเบาหวานพบอีดีร้อยละ 70 นอกจากอายุแล้วการคุมน้ำตาลได้ไม่ดี, เป็นโรคเบาหวานมานาน, มีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน (มีปัญหาเส้นเลือดหรือปัญหาระบบประสาท เช่น ตามัว, ไตวาย, เหน็บชา, อ่อนแรง ฯลฯ) ส่งผลให้พบอีดีสูงขึ้น
ในทางกลับกัน พบว่าการเป็นอีดีของชายเบาหวานเป็นตัวทำนายว่าชายคนนั้นมีโอกาสเกิดโรคซึมเศร้าสูง และจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ของโรคเบาหวานในไม่ช้า งานวิจัยพบว่าโรคอีดีในชายเบาหวานสามารถหายเองได้เพียงร้อยละ 9 ชายที่อวัยวะเพศชายกลับมาแข็งตัวได้ตามปกติมักจะอายุน้อย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน เป็นโรคเบาหวานมาไม่นาน และเกี่ยวข้องกับปัญหาทางจิตใจมากกว่าร่างกาย
สาเหตุของอีดีในเบาหวานนั้นเกิดได้จากหลายเหตุ เช่น มีความเครียด, ความเสื่อมของสมอง, ระบบประสาท, ฮอร์โมน, เส้นเลือด, หรือกล้ามเนื้ออวัยวะเพศชาย การรักษาอาการอีดีจากเบาหวานนอกจากจะควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดเหล้าบุหรี่ ออกกำลังกาย ซึ่งแม้อาจจะไม่ช่วยแก้ภาวะอีดีจนได้ผลแต่ก็ไม่ทำให้เสื่อมไปกว่าเดิม การเลือกใช้ยาในกลุ่ม พีดีอี 5 ไอ ซึ่งถือว่าเป็นยากลุ่มแรกที่จะเลือกให้หากต้องรักษาอีดีในเบาหวาน ใช้ฮอร์โมนเพศชายช่วยพบว่าชายที่เป็นโรคเบาหวานและเป็นอีดี ร้อยละ 4-23 พร่องฮอร์โมนเพศชาย ใช้ยาสอดชื่อมิวส์คืออัลโปรสเตดิล(Alprostadil) สอดเข้าทางรูเปิดของท่อปัสสาวะก่อนมีเพศสัมพันธ์ สำเร็จประมาณร้อยละ 65 บ้างใช้ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อของอวัยวะเพศ เพื่อให้อวัยวะเพศชายคงการแข็งตัวได้ผลเกิน 90% ถ้าได้ฝึกฝนกับแพทย์จะใช้ร่วมกับการบริหารกล้ามเนื้อเพศ
วิธีล่าสุดใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำ หรือ อี.เอส.ดับเบิลยู.แอล (ESWL) คือกระตุ้นด้วยความถี่ต่ำที่อวัยวะเพศช่วยการแข็งตัวดีมาก บ้างใช้ควบคู่กับการออกกำลังกายกล้ามเนื้อด้วยเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาช่วยในเรื่องการแข็งตัวที่ดีแล้วยังช่วยให้สามารถควบคุมการหลั่งได้ดีมากขึ้นอีกด้วย.
……………………………….
ดร.อุ๋มอึ๋ม



