รัฐบาลผสมฝ่ายขวา ภายใต้การนำโดยเมโลนี ผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของอิตาลี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว หลังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป โดยเมื่อขึ้นสู่อำนาจ รัฐบาลชุดนี้ถูกมองว่าเป็น “รัฐบาลฝ่ายขวาจัด” นับตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีเบนิโต มุสโซลินี ผู้นำเผด็จการฟาสซิสต์ เนื่องจากพรรคบราเธอร์ส ออฟ อิตาลี ของเมโลนี มีรากฐานมาจากพรรคขบวนการทางสังคมอิตาลี หรือ “เอ็มเอสไอ”
กระนั้น เมโลนีกลับตั้งเป้าที่จะขจัดความกังวลของต่างชาติเกี่ยวกับลัทธิหัวรุนแรง และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตร โดยใช้จุดยืนที่สนับสนุนชาติตะวันตก และเป็นมิตรกับสหภาพยุโรป (อียู) อย่างแข็งขัน รวมถึงการให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนยูเครน ในการทำสงครามกับรัสเซีย
ในอิตาลี เมโลนีเอาใจประชาชนฝ่ายขวาด้วยมาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องวิถีครอบครัวแบบดั้งเดิม คุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของอิตาลี และพยายามขัดขวางการอพยพเข้าเมือง
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโรคโควิด-19 กลับชะงักงัน โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หดตัว 0.4% ในไตรมาสที่ 2 และนักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิของอิตาลี จะอยู่ในระดับต่ำสุดของยูโรโซน ในปี 2567 ส่งผลให้การรักษาสัญญาที่จะลดภาษีของเมโลนี กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น และทำให้หนี้ของอิตาลี ซึ่งอยู่ที่ 140% ของจีดีพี เสี่ยงต่อการถูกเทขายในตลาด
นอกเหนือจากปัญหาเศรษฐกิจ เมโลนีก็มีปัญหาส่วนตัวที่ต้องจัดการเช่นกัน หลังเธอประกาศแยกทางกับนายแอนเดรีย จัมบรูโน ผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์ที่ใช้ชีวิตคู่กับเธอมานานโดยไม่ได้แต่งงานกัน เหตุเพราะฝ่ายชายสร้างความโกรธเคืองหลายครั้งแก่สาธารณชน ด้วยการแสดงความคิดเห็นเชิงเหยียดเพศ ทั้งในรายการและนอกรายการ
เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลีอนุมัติงบประมาณปี 2567 โดยมีการลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 24,000 ล้านยูโร (ราว 928,000 ล้านบาท) แม้ประเทศมีหนี้สาธารณะสูงเป็นอันดับสองในยูโรโซน รองจากกรีซก็ตาม ทว่างบประมาณข้างต้นไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับนักลงทุน และทำให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอิตาลีเพิ่มขึ้นในระยะยาว
จนถึงขณะนี้ รัฐบาลโรมพยายามบรรลุเงื่อนไขนโยบายของอียู และใช้จ่ายเงินที่ได้รับมา อีกทั้งเมโลนียังยกเลิก การเรียกร้องที่เธอใช้ในการต่อต้านการปิดอ่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เรือออกจากแอฟริกาเหนือ แม้เธอไม่สามารถหยุดยั้งผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้าประเทศได้ก็ตาม
ทั้งนี้ทั้งนั้น เมโลนีสามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยผู้นำหลายคนก่อนหน้าเธอ อีกทั้งฝ่ายค้านที่แตกแยกของอิตาลี ยังช่วยให้เมโลนีครองอำนาจได้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น และทำให้พรรคของเธอ ยังคงรักษาฐานเสียงสนับสนุนให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของอิตาลีได้.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



