@พบกับคอลัมน์”ข่าวสังคมภูมิภาค” เป็นประจำทุกวันศุกร์ โดย”ศูนย์ข่าวเดลินิวส์ภาคใต้ตอนล่าง” รับหน้าที่ในการรายงานความเคลื่อนไหว ให้ประชาชนได้รับทราบ…..ถึงคิวที่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี จะได้เดินทางมา”ตรวจราชการ”ในภาคใต้ตอนล่าง เสียที หลังจากที่”ตระเวน”ลงพื้นที่ไปแล้วทุกภาคของประเทศ หลังเข้ารับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”ปาเข้าเดือนที่สาม….ข่าวว่าหลังกลับจากการประชุม “ระดับโลก” ที่ “สหรัฐอเมริกา”  จังหวัดสงขลาคือ”หมุดหมายแรก” ที่ “เศรษฐา ทวีสิน” จะ มาติดตามเรื่อง”เศรษฐกิจเมืองชายแดน” ปัญหาของ”ด่านศุลกากรสะเดา” ชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่สร้างแล้วเปิดใช้ไม่ได้ เพราะไม่มีการ”วางแผน” ในเรื่องการเชื่อม”ถนน” ระหว่างที่ทำการฯ กับ ถนนสายหลักในประเทศ และไม่ได้ทำข้อตกลงในการให้”ประเทศมาเลเซีย” ตัดถนนจากด่านศุลกากรมาเลเซียมาเชื่อมกับถนนของประเทศไทยที่ชายแดนไทย คือความ”ล้มเหลว” ของ “ราชการไทย” ที่คิดแต่เรื่อง”งบประมาณการก่อสร้าง” และไม่ได้คิดถึง”การใช้ประโยชน์” เพื่อ”ตอบโจทย์” ในการสร้าง”เศรษฐกิจชายแดน”ให้กับ ประเทศชาติ เรื่องความ”ผิดพลาด” ที่เกิดขึ้นกับเรื่อง”ด่านศุลกากรอำเภอสะเดา” เป็นปัญหา”คาราคาซัง” มาตั้งแต่สมัยที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น”นายกรัฐมนตรีสมัยแรก” แต่การแก้ปัญหาไม่ประสบความสำเร็จ และที่ สำคัญ “กรมศุลกากร” เจ้าของเรื่อง เจ้าของปัญหา”เงียบเป็นเป่าสาก” ปล่อยให้ หน่วยงานอื่นๆ เป็นผู้เข้าไปแก้ปัญหาที่”กรมศุลกากร” สร้างขึ้น…..

@ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า “เศรษฐา ทวีสิน” จะมี”ยุทธศาสตร์”ในเรื่องการสร้าง”เศรษฐกิจ” ของภาคใต้ตอนล่าง อย่างไร นอกจากเรื่องของ”การค้าชายแดน” เรื่อง”ท่าเรือน้ำลึกสงขลา” แห่งที่ 2 จะมีการ”ขับเคลื่อน”หรือไม่ เรื่องของ”เมืองต้นแบบที่ 4 “ หรือ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ที่ “รัฐบาลชุดก่อน” ได้มี”มติ”ไปแล้วให้มีการก่อสร้าง จะมีการ”สั่งการ” ให้”เดินหน้า” ได้หรือไม่ เรื่อง”เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ ชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา ที่”เงียบงัน” ในสมัยของ “รัฐบาลชุดเก่า” ยังจะมีการ”เดินหน้า” หรือ”ยกเลิก” และเรื่อง”เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว” ของ จ.สงขลา และภาคใต้ตอนล่าง ที่ยังคง”ซบเซา” อย่างต่อเนื่อง “เศรษฐา ทวีสิน” จะ มี”ไอเดีย” อะไรที่จะทำให้”เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว” กลับมารุ่งเรืองเหมือนในอดีต เพราะ ณ วันนี้ ทุกอย่าง ทั้งในเรื่อง”การส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ” ก็ต้อง”พึ่งพาท่าเรือของประเทศมาเลเซีย” เรื่อง”การท่องเที่ยว” ก็ต้อง”นั่งรอ” นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย แม้แต่”แรงงาน”ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้อง”พึ่งพา” มาเลเซีย ถ้า “มาเลเซีย” เข้มงวดกวดขัน  แรงงานนับแสนคน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะกลายเป็น”คนตกงาน” ทันที ….

@ข่าวว่าการเดินทางมา จ.สงขลา ของ”เศรษฐา ทวีสิน” ครั้งนี้จะมีการ “พบปะ” กับ”ดาโต๊ะ สรี อันวาอิบราฮิบ” นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซียด้วย ซึ่งก็จะเป็นการดีกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ “ไทยกับมาเลเซีย” มี ปัญหาเรื่องการพัฒนาชายแดนหลายเรื่องที่”คาราคาซัง”มากว่า 10 ปี เช่น เรื่องการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แห่งที่ 2 เรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อเชื่อมกับ เมืองเปิงการันกูโบ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น เรื่องเหล่านี้มันควรจะ จบได้เสียที,,,,, วันนี้การแก้ปัญหาของประเทศไทยในทุก”มิติ”ไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไป” อย่างที่” “เศรษฐา ทวีสิน” พูด แต่ต้อง”ก้าวกระโดด” เพราะ 8-9 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทย”ติดหล่ม” จนทำให้ไม่”ขยับเขยื้อน” วันนี้ ปัญหามากมาย ที่ต้อง”ก้าวกระโดด” เช่น”ปัญหาปากท้อง สินค้าแพง ความยากจน,เรื่องการ”ทุจริตคอรัปชั่น,เรื่องของ”ไฟใต้” ที่”ลากยาว” มาถึง 19 ปี ใช้ “งบประมาณ”ไปแล้วมากมาย เรื่องอย่างนี้ต้องทำอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่”ค่อยเป็นค่อยไป” ส่วนเรื่องของ” กอ.รมน.” ที่อาจจะมี”ความกลัว” หรือมี”อำนาจอื่น” ที่ทำให้”เศรษฐา ทวีสิน” ต้อง”เห็นดีเห็นงาม” ไม่กล้าที่จะ”แตะต้อง” แต่ก็ต้อง”ปรับปรุงแก้ไข” ไม่ใช่ ไม่ทำอะไรเลย อย่างนี้ก็ไม่ถูก เพราะ “งานของกอ.รมน.” เป็นงานที่มี หน่วยงานอื่นๆเขา รับผิดชอบโดยตรง เกือบทั้งหมด  มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เสียหายตรงไหน…..

@สิ่งที่ต้อง”ติดตามดูกันยาวๆ” สำหรับ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” คือเรื่องของการ”สื่อสารทำความเข้าใจ” เพราะ หลายเรื่องที่”ผิดพลาด” ตั้งแต่เงิน” ดิจิตัลวอลเลต 10,000 บาท ที่ผู้เกี่ยวข้องออกมา”สื่อสาร” กับประชาชน จนนำไปสู่ความ”สับสนอลหม่าน” เรื่องของการขึ้น”ราคาน้ำตาล” โดย กระทรวงอุตสาหกรรม และประกาศ”ยกเลิก” โดย กระทรวงพาณิชย์ ที่ทำให้เห็นอย่าง”เด่นชัด” ว่า เป็นการ ทำงาน ที่ไม่มีกระประสานงานกัน และสุดท้ายก็กลายเป็นการ”ประสานงา” กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มี “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” จากพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็น”เสนาบดี กระทรวงพาณิชย์ มี”ภูมิธรรม เวชยชัย” เป็น “เสนาบดี” เป็นพรรครวมรัฐบาล แต่ไม่มีการ”หารือ” ก่อนที่จะมีการ ตัดสินใจ จึงกลายเป็นเรื่อง”น้ำตาลขม” เกิดขึ้น…. สามเดือนของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” มีแต่เรื่อง ”เงินออกจากกระเป๋า” เช่นการ”ลดภาษีสรรพสามิต” เพื่อให้ ประชาชน ใช้น้ำมันราคาถูก การลดค่าไฟฟ้าตามที่”หาเสียง”เอาไว้ ต่อไปคงต้อง”ชดเชย”ให้กับ”ชาวไร่อ้อย” เพื่อไม่ต้องการขึ้นราคา”น้ำตาล” ทุกอย่าง”มีรายจ่าย” ที่เป็น”เงินภาษีของรัฐ” และถ้าปี 2567 มีการ “ขึ้นเงินเดือนข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ” และต้อง”ขึ้นค่าแรง”ให้กับ”ผู้ใช้แรงงาน”  ทุกอย่างที่”รัฐบาลนิดหนึ่ง” มี”มติ” ใน 3 เดือน ที่เข้ามาบริหารประเทศมีแต่”รายจ่าย” ส่วนรายได้เข้าประเทศ จะมาจาก”ส่วนไหน” ยังมองไม่ออก จะหวังการ”ท่องเที่ยว” หรือก็ยัง”วังเวง” เพราะนโยบาย”ฟรีวีซ่า” ยังไม่”เข้าเป้า”…..

@ที่สำคัญวันนี้ เงิน 5-6 แสนล้าน ที่จะนำมา”แจก” ให้”ประชาชนคนละ 10,000 บาท ตามโครงการ”เงินดิจิตัล” ยังมองไม่เห็นว่าจะ”กู้” จาก สถาบันการเงิน หรือจะต้องรอ”เงินงบประมาณ” ถ้าแจกแล้วไม่เกิด”สึนามิ”ทาง”เศรษฐกิจ” อย่างที่”คาดหวัง” อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เปลี่ยนตัว”นายกรัฐมนตรี” นะง่าย แต่”หนี้สิน” ที่ ก่อขึ้นมา จะกลายเป็น”ตุ้มถ่วง” ประเทศไทยไปยาวนาน ใครจะรับผิดชอบ….เห็นด้วยนะ กับการ”ยกเลิกเอกสารเข้าเมือง ตม.6” ของด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา เพราะจะเป็นการ”อำนวยความสะดวก ให้กับ”นักท่องเที่ยว” ที่เดินทางจากประเทศมาเลเซียและอื่นๆ แล้ว ยังเป็นการทำลาย”วงจรอุบาทว์” ที่มี”หน้าม้า” เรียกเก็บเงินค่า”เขียนการ์ดเข้าเมือง” จาก”นักท่องเที่ยว” คนละ 10 ริงกิต ได้อีกด้วย ภาพลักษณ์”ของประเทศจะได้สูงขึ้น …..

@เรื่องขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ต้องมี”ผลประโยชน์” ที่ “ซับซ้อน” เกินกว่าที่จะมองเห็น”ด้วยตาเปล่า” เพราะ ไม่ว่าจะเป็น” ยุคไหนสมัยไหน” หรือจะมีการ”ปราบปราม” อย่างไร”น้ำมันเถื่อนทางทะเล” ไม่เคยหมดไปจากภาคใต้ วันนี้” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. มีการแต่งตั้งให้ “พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง “ จเรตำรวจฯ ทำหน้าที่ หน. ตร.ปนม. แต่ ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ยัง”เหิมเกริม” นำเข้าน้ำมันเถื่อน ส่งขาย ให้กับ ผู้ต้องการ เหมือนเดิม หรือ” หน.ตร.ปนม.” ยัง “จัดทัพ”ไม่เรียบร้อย จึงยังไม่เห็น”ผลงาน” ในการ ปราบปราม”เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน” ก็บอกให้รู้ “น้ำมันเถื่อน”ทางทะเลรายใหญ่ ไม่ได้มีที่”ภาคใต้” อย่างเดียว ที่จ.ระยอง และ จ.สมุทรปราการ สองรายนี้ ระดับ”มหึมา” แถมอ้างว่า”ได้ตั๋วนำเข้า” ครั้งละ 5 ล้านลิตรอีกต่างหาก…..

@บรรทัดนี้ขอแสดงความยินดีกับ นายตำรวจที่ได้ ขยับขึ้นเป็น” รอง ผบช.ภาค 9 “ ทั้งหมด เช่น พล.ต.ต.ภรศักดิ์ หนูนวลพล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญพล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ,พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ” ทั้งหมดล้วนเป็น”รองป้ายแดง” ที่ล้วนมี”ประสบการณ์” กับเรื่องของ”ภาคใต้” มาอย่างโชกโชน  พล.ต.ท. ปิยวัฒน์  เฉลิมศรี ผบช.ภ.9. ได้”มือดี”ไปร่วมงาน ถ้ายังทำให้ สถานการณ์ของภาคใต้ไม่ดีขึ้น ก็คงจะ “จบข่าว”…..ส่วน ภ.จว. นราธิวาส ได้ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยานุกุล ที่ย้ายจาก ผบก.สส.จชต.ไปนั่งเป็น”ผู้การจังหวัดนราธิวาส “แทน” พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ” ที่ เกษียณอายุราชการได้กลับไป”พักผ่อน” เรื่องของ นราธิวาส “บ่อนมีกี่บ่อน,ซ่องมีกี่ซ่อง” ตู้สล๊อตมีกี่ตู้, และ” หญิงสาวชาวลาว ใน อ.สุไหงโก-ลก มี กี่ร้อยนาง ของเถื่อน ที่ สุไหงโก-ลก ที่ มูโน๊ะ ที่ ตากใบ. มี ปริมาณ “นำเข้า-ส่งออก” เท่าไหร่  รู้ตั้งแต่เป็น”ผู้การสืบ” แล้ว ถ้าจะ”เอาจริง” ทุกอย่างคง”ง่าย”เหมือน”ปอกกล้วย” ก็ต้องติดตามดู” ฝีมือ”กัน ยาวๆ…..ส่วน”ผู้การสืบของ ศชต.” คนใหม่ ก็ไม่ใช่ใครเป็น”พล.ต.ต.ชุมพล  ศักดิ์สุริยะมงคล” ที่ “เขยิบ” จาก รองผู้การสืบฯ มาเป็น “ผบก.จชต.” แทน พล.ต.ต. ไมตรี นั่นเอง  นายตำรวจรายนี้เห็น”ทุกอย่าง” ใน ศชต. เหมือนเห็น”ลายมือตนเอง” ถ้าจะ”เอาจริง” กับ ทุกปัญหา ตั้งแต่เรื่อง”ยาเสพติด”” รับรองว่า”ราบคาบ” ใครที่มีผลประโยชน์”อดอยากบุหรี่เถื่อน,น้ำมันเถื่อนปากแห้ง” ทั้งบาง…..

@นี่ก็”ห่างหาย” จาก วงการตำรวจภูธรของภาคใต้ไปนาน” พล.ต.ต.สันทัด เชื้อพุดตาน” โยกย้ายครั้งนี้ มาเป็น ผบก.ภ.จว. ปัตตานี  ซึ่งน่าจะเป็น” พื้นที่ใหม่ สำหรับ”ผู้การจังหวัด” ที่ เติบโตมาจาก สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แต่ เชื่อว่าคง”ปรับตัวได้”ในไม่ช้า กับงาน”สนามในพื้นที่ปัตตานี” เช่นเดียวกับ” พล.ต.ต.เชาวลิตร เลี้ยงสุพงษ์ ผบก.ตรัง ที่ ขยับมาเป็น  ผบก.ภ.จว.สงขลา เพราะ ปัญหาของ “ตรัง” กับของ”สงขลา” ก็ไม่แตกต่างกัน เรื่อง”ยาเสพติด” เรื่อง”ของเถื่อน” เรื่อง”อาชญากรรมพื้นฐาน” และที่สำคัญเรื่อง”เจ้าหน้าที่กับส่วย” ถ้าแก้ได้ ปัญหา”ยาเสพติด.ของเถื่อน” ก็จะน้อยลง และจะต้อง”ควบคุม” พื้นที่พิเศษอย่าง” ด่านนอก” เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย” จะแก้อย่างไร….เห็นด้วยกับ” พ.ต.อ.ทวี สองส่อง” รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ที่ให้ข้อมูลว่า “ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยจากชายแดนภาคเหนือ 60%   จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 40%  โดยมี”ภาคใต้” เป็น”ประตูส่งออก” ถ้า “สกัดกั้น” ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ ยาเสพติดในภาคใต้ โดยเฉพาะ “ตอนล่าง” ก็จะ”เบาบาง” และจะมีการ”พูดคุย” กับ “เจ้าหน้าที่ของมาเลเซีย” ในเรื่องการ”สกัดกั้น” หรือการ”ปราบปราม” เพราะเท่าที่ผ่านมา “รัฐบาลมาเลเซีย” มีการ”บังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด” ด้วยการ”ประหารชีวิต” ผู้ค้า และ ผู้ที่ครอบครองยาเสพติด” เพื่อการเสพ ก็มีโทษหนัก ทำให้ “มาเลเซีย” ไม่มีผู้ “ติดยา ขายยา “ ที่เป็น”รายย่อย” อย่างประเทศไทย  มาเลเซีย จึงไม่มีการ”ปราบปรามยาเสพติดรายใหญ่” ที่ผ่านประเทศไปยังประเทศที่สาม สังเกตได้”ข่าว” เรื่อง”จับยาเสพติด”รายใหญ่” ไม่เคยมีปรากฏใน”ข่าวสาร” ไม่ว่าเป็น” หนังสือพิมพ์,วิทยุ,โทรทัศน์” ของ มาเลเซีย เลย ทั้งที่ มี”ยาบ้า” จาก” จังหวัดชายแดนภาคใต้” ผ่านชายแดน” มาเลเซีย ไปยัง “ท่าเรือ” ปีละนับหมื่นนับพันล้านเม็ด ยาบ้าเหล่านี้ ไม่เคยถูก จับได้ ที่ประเทศมาเลเซียแต่อย่างใด……

@ในที่สุด”ตำรวจ” ก็”คว้าน้ำเหลว” ในการติดตามจับกุม”เสี่ยแป้ง” หรือ”เชาวลิต ทองด้วง ผู้ต้องหาหลบหนีจากเรือนจำนครศรีธรรมราช ที่แม้ว่าจะมีการ”ตามจับ” หรือ”มอบตัว” จาก”สมุนเสี่ยแป้ง” ได้เกือบ”ครบเซ็ท” แต่ตัว”เสี่ยแป้ง” ยัง”ล่องหน” เย้ยฝีมือของ”ตำรวจ” ทั้งจาก”บชภ.8 และ 9” รวมทั้ง”กองปราบ” วันนี้” เสี่ยแป้ง” ไม่ได้หลบอยู่ใน”มาเลเซีย” อย่างที่เข้าใจ ส่วนจะไปอยู่”ใต้ปีก” ของ”ผู้มีอิทธิพล” คนไหน “ตำรวจ” ต้อง”สืบหา”เอาเอง เรื่องของ”เสี่ยแป้ง” ไม่”ธรรมดา” เพราะ ก่อนที่จะ”ต้องโทษในเรือนจำ” เสี่ยแป้ง มีการ”ไปมาหาสู่” กับนายตำรวจระดับสูง มีการ”เอาพระเครื่องสายใต้” ไปเป็น”ของฝาก” เป็นประจำ…..

@ก็เป็นไปอย่างที่เคยเขียนไว้ เรื่อง”คดีโกดังพลุระเบิด” ที่ ต.มูโนะ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่หลังเกิดเหตุมีการ”แห่แหน” ลงพื้นที่ของ”ผู้หลักผู้ใหญ่” จากทุก กระทรวง จากทุกหน่วยงาน เหมือนกับเป็น”ตลาดสด”  แต่หลังจากผ่านไป 2 เดือน ก็เป็นเหมือน”ตลาดวาย” วันนี้ “คดีโกดังพลุระเบิดที่มูโนะ” ผ่านไปแล้ว 100 วัน ปัญหาความเดือดร้อน เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องอาชีพ เรื่องของค่าชดเชย ยังคง” คาราคาซัง” แม้แต่ในระดับจังหวัด ก็กำลัง”เพิกเฉย” เพราะ วันนี้จังหวัดนราธิวาส ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งใครให้มาเป็น” ผวจ. คนใหม่ ทั้งที่ เป็นพื้นที่ชายแดน ที่มีปัญหาต้อง”สะสาง” มากมาย ข่าวว่ามี”เด็กฝาก”จากหลายสาย ดังนั้นเรื่องความเดือดร้อนของ”ชาวมูโนะ” จึงกลายเป็นเรื่อง”ตามมีตามเกิด” ตามประสาการบริหารราชการของ”ไทยแลนด์แดนกะลา” นั่นหละ….

@นี่ก็จะเข้าสู่”เดือนสุดท้ายของปี 2566 ตำแหน่ง รอง ผวจ. ปลัดจังหวัด และ นายอำเภอ ยังไม่มีการประกาศ  และ”นักวิ่งเกือกเหล็ก” ของ”กรมการปกครอง” ก็ยัง”แซงโค้ง หลุดโค้ง” กัน “อุตลุด” เช่นเดียวกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่”รายชื่อ”การโยกย้ายระดับ “ รอง ผบก.ผกก.จนถึง สว.รอง สว. ที่ยังไม่มีการประกาศ ดังนั้น “นักวิ่ง” ทุกคนจึงยังมีหวัง  โดยเฉพาะใน กรณีของ ผกก.ที่เหลืออายุราชการ 2-3 ปี ที่ไม่ต้องการขึ้นเป็น”รอง ผบก. ที่ต้อง”วิ่งอยู่ต่อ” ใน ตำแหน่ง ผกก. และ รอง ผกก. ที่ต้องการ”ขยับขึ้นเป็น ผกก. ที่ต้องต่อสู้กัน”หนักหน่วง” สิ่งสำคัญ ทั้งใน กรมการปกครอง” กระทรวงมหาดไทย” และ”สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” คือ”เส้น” โดยเฉพาะ”ตั๋ว” จาก “นักการเมือง”  ทุกอย่างเหมือนเดิม ตามที่”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่าง”ค่อยเป็นค่อยไป” จะไม่ไป”หักโค่น” กับใคร ดังนั้นความ”เลวร้าย” ในประเทศนี้จึงยังอยู่อย่าง”ครบถ้วน”…..

@ในขณะที่” ก้าวไกล” เปิดเกมรุกทาง”ภาคประชาสังคม” ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าง”ถึงพริกถึงขิง” ในประเด็นของ”สันติภาพ” ของการยุบ กอ.รมน.  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “รอมฏอน ปันจอร์”  สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และ รองประธานคณะกรรมาธิการสันติภาพฯ เดินทางเปิดเวที”สัมมนา”ให้กับ”ภาคประชาสังคมชายแดนใต้” ที่ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อ”ผลักดัน” นโยบายของพรรคในเรื่องของ”สันติภาพ”จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการ”ยุบ กอ.รมน  ที่”เป็นธง” ของ”ก้าวไกล …..ในส่วนของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่เป็น”เป้าหมาย” ของ”พรรคก้าวไกล” ที่ต้องการให้”ยุบทิ้ง” นั้น พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์” แม่ทัพน้อยที่ 4 ก็ไม่”หยุดนิ่งกับที่”มีการ”ปัดฝุ่นบ้านกรงนก” ที่เป็นที่ตั้งของ”ศูนย์สันติวิธี” เพื่อให้เป็น สถานที่”ระดมความคิดเห็น” จาก” มวลชนทุกภาคส่วน” และจาก”ภาคประชาสังคม จากผู้เห็นต่าง” เพื่อ”ขับเคลื่อน” การแก้ปัญหา วันนี้ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”ยอมรับความจริงว่า”บีอาร์เอ็น” คือ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เป็นผู้”บงการ” ให้เกิดสถานการณ์ของ”ไฟใต้” ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา  การที่จะ”ดับไฟใต้” ให้ได้ผล ต้อง”ดับบีอาร์เอ็น” ให้ได้ ส่วนวิธีการนั้น ก็ว่ากันไปตาม”สถานการณ์” และต้องมี”ยุทธศาสตร์” ในการ”เอาชนะ”ทางการเมือง ที่ชัดเจน เรื่องของ”ไฟใต้” ที่” พล.ท.ปราโมทย์” พรหมอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 4  ใช้”ศูนย์สันติวิธี” ในการ”ขับเคลื่อน” เป็นการ”เดินที่ถูกทาง” และต้องยอมรับว่าในบรรดา”นายทหารระดับนายพลของกองทัพภาคที่ 4 “ นั้น” พล.ท.ปราโมทย์” มีความรู้ในโครงสร้างของ”บีอาร์เอ็น” และเข้าใจถึง”บริบท” ของ องค์กรต่างชาติ ที่ เข้ามามี”บทบาท” ด้านมวลชน และ อยู่เบื้องหลังการ “สนับสนุน บีอาร์เอ็น” ดีที่สุด  …..

@ส่วน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ “สมช.” ก็คงจะเป็นไปตามความต้องการของ”ฝ่ายการเมือง” ที่ต้องการโยก” พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์” รอง ผบ.ตร. ที่”พลาดหวัง” จาก ตำแหน่ง “ผบ.ตร. ทั้งที่”อาวุโสอันดับ 1 “ จึงมีการให้ตำแหน่ง” เลขาธิการ สมช.” ที่เป็นตำแหน่ง”ข้าราชการพลเรือนระดับ 11” เทียบเท่า ผบ.ตร. และ”ปลัดกระทรวง เป็นการ”ปลอมใจ” เมื่อ” เลือกไม่ได้” ก็ต้องยอมรับ และได้แต่”คาดหวัง”ว่า ด้วย “ความรู้ในเรื่องของตำรวจ”บิ๊กรอย” คงจะเข้าใจงานด้าน”ความมั่นคง” ของประเทศที่เป็นหน้าที่ของ”สมช. ….และ แน่นอน ก็ แสดงความ”เสียใจ” กับ บรรดา”ลูกหม้อ” ของ “สมช. ที่ ตั้งแต่ยุคของ” ถวิล เปลี่ยนสี” ที่เป็น”ลูกหม้อ” คนสุดท้ายของ “สมช. ที่ได้เป็น”เลขาธิการ  สมช.” หลังจากนั่น ตำแหน่ง”เลขาธิการ สมช. ก็กลายเป็น”รางวัลปลอบใจ” ของ “นายพล”ที่อกหักจาก ตำแหน่ง”ผู้นำหน่วย” ต้องมาเป็น” เลขาธิการ สมช. ก็ต้อง แสดงความ”เสียใจ” กับ”ลูกหม้อ” ของ “สมช. ที่ต้อง”ชวด”ตำแหน่ง “เลขาธิการ สมช. ที่ควรจะได้ ให้กับ”นโยบาย”ของ”การเมือง” อีกครั้ง ที่เหมือนกับ หลายครั้งที่ผ่านมา ก็ต้องติดตามดูว่า หลังจากนี้ สมช.จะ”ก้าวหน้า” ถอยหลัง”หรือ”อยู่กับที่” เวลา 1 ปี จะเป็นเครื่องพิสูจน์…..

@เดินทางมารับตำแหน่ง “เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ ( ศอ.บต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา สำหรับ พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่  แต่ก่อนหน้านี้ ได้มีการเดินทางลงพื้นที่ พร้อมกับ “พ.ต.อ.ทวี สองส่อง รัฐมนตรียุติธรรม “ แล้วหลายครั้ง นี่ก็เป็นผู้”บุคคลหนึ่ง” ที่”ย้ายมาจากกระทรวงยุติธรรม” เป็น” เสือข้ามห้วย” ที่ต้อง ติดตามดูว่า จะนำพา”ศอ.บต.” เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ มากน้อยแค่ไหน เพราะ ศอ.บต. วันนี้มี สถานที่ไม่เหมือนเก่า มีคำสั่ง “คสช. 3 ฉบับ” ที่ออกมาบังคับใช้ในสมัยของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ อดีต นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ “ศอ.บต.” อยู่ใน”อำนาจ” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ถ้ายังไม่”ยกเลิก” คำสั่งของ”คสช” ยากนักที่ “เลขาธิการ ศอ.บต.” คนใหม่ จะนำ “ศอ.บต.”ไปสู่”เป้าหมาย” เพื่อประโยชน์ของพื้นที่และของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้….

@เรื่อง”ยาเสพติด” กี่เม็ดจะเป็น”ผู้เสพ” กี่เม็ดจะเป็น”ผู้ค้า” ตามนโยบายของ”ชลน่าน สีแก้ว” เสนาบดี กระทรวงสาธารณสุข ยังตกเป็น”เป้า” ในการ”วิพากษ์วิจารณ์” ของ ประชาชน ที่ส่วนใหญ่”ไม่เห็นด้วย” เพราะเชื่อว่า”ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากชุมชนตามที่ถูกต้อง” วันนี้ “ส่วนราชการ”มองปัญหายาเสพติดไปคนละเรื่อง”ราชฑัณฑ์” ต้องการลดจำนวน”นักโทษ” ที่”แออัดยัดเยียด” คนทำให้เกิดสภาพ”ล้นคุก” เพราะ”คนติดยา” เข้ามาแย่งที่อยู่ของ”นักโทษคดีอื่นๆ” จึงต้องการให้”ผู้ต้องขังคดียาเสพติด”ออกจากเรือนจำไปอยู่ที่อื่น “กระทรวงสาสุข” มองว่า”ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็น”ผู้ป่วย” ที่ต้องได้รับการ”บำบัด” โดยมีโครงการในการสร้าง”มินิธัญญาลักษณ์” 42 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อนำเอา”ผู้ต้องขัง” กลุ่มนี้ไปทำการ”บำบัด” แต่ปัญหาที่”แยกไม่ออก” คือ “ผู้ที่ถูก”ตำรวจ”จับกุมมา ใครเป็นผู้ค้า ใครเป็นผู้เสพ เพราะ”ผู้เสพ” ส่วนใหญ่คือ”ผู้ค้า” ถ้า”ไม่ค้า” ก็ไม่มีเงินในซื้อยามาเสพ….สุดท้าย ปัญหาทั้งหมด จะไป”ตกอยู่ที่” ตำรวจ และ ฝ่าย ปกครอง ซึ่งมี หน้าที่ ในการ แก้ปัญหา เพื่อความ”สงบสุขของสังคม” 

@หลายวันก่อนมีโอกาส ได้นั่ง”จิบกาแฟ”กับ” สมนึก พรหมเขียว” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา คุยกันเรื่องปัญหาของ ประชาชน และหนึ่งในปัญหาของ สงขลา ก็คือเรื่องของ”ยาเสพติด” ที่เป็น นโยบายหลัก ที่ “สมนึก พรหมเขียว” ต้องการ ทำให้เป็น”รูปธรรม” ตั้งแต่นำคนเอา”ไม่บาย” ที่เสพยา”จนหลอน” และ ทำร้ายคนในครอบครัว และคนทั่วไป ด้วยการ”ค้นหา” เพื่อนนำไปสู่การ”บำบัด” โดยเร็ว เพราะผู้ติดยากลุ่มนี้ คือ”ภัยสังคม” ก็เห็นด้วยกับหลายเรื่อง โดยเฉพาะการ”จับมือกับองค์การบริหารท้องถิ่น” ในการแก้ปัญหายาเสพติดและการพัฒนาบ้านเมือง เพราะ “องค์กรปกครองท้องถิ่น” มีความพร้อม ในขณะที่ฝ่ายปกครองระดับอำเภอ”ว่างงาน” ต้องใช้ประโยชน์ให้ เจ้าหน้าที่ในอำเภอ มีงานทำ ด้วย …..

@นี่ก็เรื่องใหญ่นะ หลังจากที่ “โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ” ของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปิดการดำเนินการ เพราะไม่ผ่านมาตรฐาน 4 ข้อ ทั้งที่มีการ”ผลิตไฟฟ้า” มากว่า 20 ปี วันนี้ “ขยะ” จำนวนมหาศาล จากพื้นที่”เทศบาลนครหาดใหญ่” และ”เทศบาลเมืองควนลัง” ต้องใช้การ”ฝังกลบ” ซึ่งวันนี้ยังมีพื้นที่อยู่ แต่ใน อนาคต จะแก้ปัญหา”ขยะ”ของเทศบาลทั้งสองแห่งอย่างไร และ “ขยะเก่า” ที่กองเป็น”ภูเขาเลากา” อยู่ในขณะนี้จะ บริหารจัดการอย่างไร” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี “ นายกเทศบาลมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ต้องมีแผน และต้องบอกให้ประชาชนได้รับทราบ และที่สำคัญ”เงินจำนวนหนึ่ง” ที่ โรงไฟฟ้า” จ่ายให้กับ”เทศบาล” วันนี้ อยู่ที่ไหน จำนวนเท่าไหร่ มีประชาชนสงสัยอย่างรู้….. เรื่องของคำว่า”ซอฟเพาเวอร์” ขึ้นต้นมี”ความหวัง” และเป็น”ความหวัง” ในการ”พัฒนาคนพัฒนาประเทศ แต่ หลังๆเมื่อ”อะไรอะไร”ก็เป็น”ซอฟเพาเวอร์”ไปเสียหมด แม้แต่เรื่อง”ผ้าขะม้า” คำว่า”ซอฟเพาเวอร์” และ”โครงการของ”ซอฟเพาเวอร์” จึงลดความ”เข้มขลัง” ลงเรื่อยๆ และกำลังจะเป็นเรื่อง”ธรรมดาๆ”ไปแล้ว”เรื่องนี้”อุ๋งอิ๋ง”  แพทองธาร ชินวัตร เจ้าของโครงการ และ”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีต้อง”ทบทวน” เพื่อให้เกิด”ความเชื่อ” และความ”เข้มขลัง” ว่า”ซอฟเพาเวอร์” จะทำให้การ พัฒนาประเทศและประชาชน ได้จริง…..หลังการ เลือกตั้ง หลังการได้ตำแหน่ง สส. มีประชาชน บ่นมาให้ได้ฟังว่า สส.ทั้ง 9 เขต ของ จ.สงขลา อยู่ในอาการที่”เงียบเชียบ” อย่าลืม ว่างจากกระประชุมสภาผู้แทนฯ หรือ”เสาร์-อาทิตย์” ก็ลงไปให้”ประชาชน”เห็นหน้าค่าตา”บ้าง สี่ปีแป๊บเดียว เดี๋ยวเลือกตั้งครั้งหน้า ชาวบ้านจะจำหน้าไม่ได้นะเออ….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ 

—————————————————————–

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

กฐินพระราชทาน.   พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ. กอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา 

กฐินสามัคคี.   พ.ต.อ.ทวี สองส่อง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการทอดกฐินสามัคคี ณ วัดโบราญสถิตย์ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้าราขการ และประชาชนในพื้นที่ร่วมงาน 

พบปะผู้นำ.   พล.ต.สันทัด เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมคณะ เข้าพบ แวดือราแม มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลาม จ.ปัตตานี เพื่อขอคำแนะนำ เนื่องในโอกาสรับตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี 

ตรวจเยี่ยม .   พล.ต.เฉลิมพร ขาวขำ ผบ.กองพลทหารราบที่ 15/ผบ.ฉก.นราธิวาส เยี่ยมฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4514  ฉก. 45 บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 

รับฟังความเห็น.   กูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ประชุมร่วมผู้บริหารเรือนจำจังหวัดยะลา เพื่อรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะมีการปรับปรุงเรือนจำ 

เอ็มโอยู.   สุริยา สารสิทธิ์ รักษาการนายอำเภอสทิงพระได้ลงบันทึกMOU กับตัวแทนปกครองท้องที่ (กำนัน)แต่ละตำบลในอำเภอสทิงพระในการปฎิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตลอดจนการป้องกันปรามปรามปัญหายาเสพติดภายในหมู่บ้านเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนในพื้นที่ให้มีความสงบเรียบร้อยต่อไป 

จัดการน้ำ.   ไพเจน มากสุวรรณ์ นายกอบจ.สงขลาได้เป็นประธานเปิดประชุมโครงการจัดทำผังแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ณ โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท  อ.สิงหนคร  จ.สงขลา 

มะพร้าวแปลงใหญ่.  ธัชนาวิน  สารุโณทีปรึกษานายก  อบจ.สงขลา เป็นประธานจัดการประชุมมะพร้าวแปลงใหญ่คาบสมุทรสทิงพระเพื่อจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ให้กับเกษตรกรที่รวมกลุ่มปลูกมะพร้าวแปลงใหญ่ ณ ห้องประชุมเกษตรอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา 

ตรวจสอบ.    ธราวุฒิ  ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดยะลา พร้อมด้วย ผอ.การกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา สคบ.ประจำจังหวัดยะลา สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยะลา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการห้องเย็นจำหน่ายสินค้าแช่แข็ง จำนวน 2 แห่ง เพื่อตรวจสอบการนำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ณ เทศบาลนครยะลา 

ต้อนรับ.   วิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วย อามีร ซาริคาน รองนายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ แวหะมะกูซี อีปง ประธานสภาเทศบาล , ปลัดเทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาล ร่วมต้อนรับ สมาน ยีมะยี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยะบะ (อุปการวิทยา) คนใหม่ ณ หอประชุมเฟืองฟ้า โรงเรียนบ้านยะบะ (อุปการวิทยา) 

เยี่ยมเยือน.   ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 2 พร้อมด้วย ฟาฮัด มะทา ผู้ช่วย ส.ส. และ อันบดุลอาซิ ดือราแม นายก อบต.กาบัง พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ เพื่อมาเยี่ยมเยียน หะมะ ดอเลาะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 หลังล้มป่วยและต้องพักฟื้นรักษาตัวที่บ้านพัก ในพื้นที่บ้านลาแล หมู่ที่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา 

แลกเปลี่ยน.   ฮัสบูเล๊าะหิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้และผู้บริหารสมาคม ได้ร่วมพบปะยามเช้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการพัฒนาสังคม ยุคสังคมพลวัต หาแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ช่วยเหลือสังคมกลุ่มเปราะบาง ตามกำลังศักยภาพของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งพบปะเพื่อสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน มีแขกผู้มีเกียรติ โดยมี อับดุลการิม กรียอ กำนัน ตำบลสะเตงนอก ได้ร่วมพบปะในครั้งนี้ทาง สมาคมฯ ได้ร่วมสมทบทุนค่าอาหารจำนวนหนึ่งอีกด้วย ณ สถานที่ละหมาด ซอย มิตรภาพหมู่ที่ 8 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา 

เปิดโครงการ.   มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับการเรียนการสอน เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมและบริบทของสถานศึกษา สามารถบูรณาการเนื้อหาองค์ความรู้ และออกแบบการจัดการเรียนรู้ ณ ห้องประชุมศรีญาลอ อบจ.ยะลา 

ลงพื้นที่.   โอฬาร บิลสัน นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วยทีมงาน ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบเหตุไฟไหม้บ้านเรือนของพี่ประชาชน ได้รับความเสียหาย จำนวน 1 หลัง เจ้าของบ้านไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยสาเหตุเบื้องต้น เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ได้เยี่ยมเยือนและพบปะให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชน พร้อมให้ความช่วยเหลือต่อไป ณ พื้นที่ หมู่ที่ 8 ต.บาราเฮาะ  อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี 

เยี่ยมบ้าน.   อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา พร้อมด้วย นูรีซา ดิงพะแน ปลัดอำเภองานปกครอง เจ้าหน้าที่ปกครอง ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเยาวชน “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 41 ในฐานะเยาวชนในโครงการเพื่อพบปะพูดคุยกับเด็กและครอบครัว หลังกลับจากกการเข้าร่วมโครงการอยู่บ้านนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการมาร่วมโครงการในครั้งนี้ นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแบบไหนบ้าง พร้อมนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดเผยแพร่ให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ ในพื้นที่หรือเปล่า พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคอีกด้วย ณ พื้นที่ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา 

ช่วยเหลือ.   ชัยพจน์ เรืองวรุณวัฒนา ตัวแทนบริษัมถาวรอุตสาหกรรมยางพาราฯ และ อรรมย์ ภัชวิกัยพัฒน์ ตัวแทนบริษัท บีบีเอ็ม สะเดา จำกัด มอบอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการให้เด็กพิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี สุนิสา รามแก้ว ผช.เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้รับมอบ ณ ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา