เมื่อเร็วๆ นี้ สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ได้ทำหนังสือแจ้งสมาชิกถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “กฎ” และ “กติกา” การแข่งขัน “ตะกร้อ” ที่จะนำที่จะมีการปรับเปลี่ยนใช้ในปี 2024

นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลง “การนับแต้ม” จากเดิมที่ใช้กันอยู่ที่ “21 คะแนน” มาเป็น “15 คะแนน” ในทุกทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน

ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2567 เป็นต้นไป

สำหรับการเปลี่ยนแปลงการนับแต้มตะกร้อที่จะนำมาใช้กันใหม่นั้น มาจากการประชุมหารือของคณะกรรมการด้านเทคนิคของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2566 ที่ผ่านมา

สรุปใจความสำคัญดังนี้ 1.การนับคะแนน 15 คะแนน ต่อ 1 เซต แข่ง 2 ในระบบ 3 เซต

2.กรณีที่มีคะแนนเท่ากัน 14-14 ให้แข่งขันจนกว่าจะมีฝ่ายใดได้คะแนนที่ 17 จะเป็นฝ่ายชนะในเซตนั้น

3.ทั้งสองทีมจะผลัดกันเสิร์ฟ ฝั่งละ 1 ลูก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดได้แต้มก็ตาม

โดยกติกาดังกล่าวจะนำมาใช้ภายใต้การแข่งขันที่รับรองโดย สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ ซึ่งในส่วนของสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย จะมีการนำเข้าที่หารือในประชุมของสมาคมฯ ที่จะมีในวันที่ 30 ม.ค.2567 และนำมาใช้ต่อไป

แน่นอนว่าทุกชนิดกีฬาที่มีแข่งขันบนโลกใบนี้ ย่อมมีการปรับเปลี่ยน ปรับตัว เพื่อให้การแข่งขันได้สนุกตื่นเต้นและเร้าใจ ทั้งนักกีฬาและผู้ชม

ไม่เฉพาะ “ตะกร้อ” เท่านั้น ที่มีการเปลี่ยนแปลง

แต่ “กีฬาสากล” ที่มีแข่งขันทั้งในระดับซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ ต่างก็มีการปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับสังคมโลก ให้ทันยุคทันสมัย

ที่สำคัญเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทั้งนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน และคนดู

ถามว่าการเปลี่ยนแปลงการนับแต้ม จาก 21 คะแนน/เซต มาเป็น 15 คะแนน/เซต เคยเกิดขึ้นมาหรือไม่

ตอบได้เลยว่า เคยมีมาแล้วในการแข่งขันตะกร้อ “เวิล์ดซีรีส์” ซึ่งสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ ได้นำมาใช้ที่มาเลเซีย เป็นเจ้าภาพ

ส่วนข้อดีและข้อเสียนั้น ก้แล้วแต่มุมมอง แต่ถ้ามองคร่าวๆ ก็อาจจะทำให้เกมการแข่งขันรวดเร็วและสั้นจนเกินไป ใครได้แต้มนำก่อน ก็มีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงต้องทำให้ชัดเจน ไม่ใช่มาจากไอเดียของฝ่ายบริหารอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึง “นักกีฬา-โค้ช” เป็นสำคัญด้วย

ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าโฉมใหม่ของ “ตะกร้อ” นั้นจะเป็นอย่างไร จะตอบโจทย์หรือยกระดับกีฬาชนิดนี้ ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกีฬาประจำชาติของไทย ได้มากน้อยเพียงใด

และจะมีผลทั้งในแง่บวกและลบต่อ “ตะกร้อไทย” ที่จะครองความยิ่งใหญ่และเป็นหนึ่งของโลกได้ตลอดไปหรือไม่

ตรงนี้น่าติดตามจริงๆ!!!

ศรีเชลียง