เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ยกเลิกการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และได้มาเดินชมงาน “OTOP Midyear 2026 ไทยช่วยไทยสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา สู่ระดับสากล” ที่เมืองทองธานี ซึ่งจัดเป็นวันที่ 6 ร่วมกับนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระหว่างที่เดินในงาน นายอนุทินเดินเข้าไปยังห้องรับรองที่อยู่ใกล้กับฮอลล์ที่จัดงาน เพื่อเข้าไปทักทายนายชวรัตน์ และนางทัศนีย์ ชาญวีรกูล บิดาและมารดา ที่มาเดินเที่ยวชมงานโอทอปก่อนหน้า และเข้ามานั่งพักอยู่ภายในห้องรับรอง
จากนั้นนายกฯ ได้นั่งพักอยู่ภายในห้องรับรอง ก่อนที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมทีมงาน จะนำกระเป๋าลากใส่เอกสารขนาดใหญ่เข้ามา ซึ่งภายในมีแฟ้มเอกสารจำนวนหลายแฟ้ม เพื่อนำมาให้นายกฯ เซ็น ระหว่างเซ็นเอกสาร โทรทัศน์ภายในห้องรับรองกำลังนำเสนอข่าวกรณีคลิปเสียงภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำให้นายกฯ หยุดเซ็นเอกสารและหันไปดูข่าวดังกล่าว พร้อมกล่าวติดตลกว่า “เป็นครั้งแรกที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยถูกสื่อรุมสัมภาษณ์มากกว่านายกฯ” ซึ่งระหว่างนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทยก็อยู่ภายในห้องรับรองด้วย
นายกฯ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนทำงานได้ทุกที่ และเนื่องจากจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ 3 วัน จำเป็นต้องเซ็นเอกสารหลายแฟ้ม


ผู้สื่อข่าวถามว่า คลิปถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ มองว่ามีขบวนการอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องมีคนทำผิดแน่นอน และตอนนี้พยายามที่จะเบี่ยงประเด็นอะไรต่างๆ แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เราได้ตั้งกรรมการสอบสวนและดึงคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเดินหน้าด้วยความเป็นธรรมและไม่ต้องเกรงใจใคร
เมื่อถามต่อว่า มองว่าเป็นเกมพยายามเขย่าเก้าอี้นายกฯ และปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนละเรื่องกัน และจะคิดทุกอย่างเป็นเกมไม่ได้ หน้าที่รัฐบาลเมื่อมีการกระทำผิดตรงไหนก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด อย่างที่ภูเก็ตก็มีการติดตามตรวจสอบดำเนินคดี ยึดทรัพย์ และเอาที่ของหลวงกลับคืนมาจากคนที่ยักยอกและโกงไป
เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่าจะถูกโยงไปถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมจะต้องกังวลเมื่อผมทำ และตอนนี้ไม่ว่าอยู่ในกระทรวงไหน ผมก็ต้องไปจัดการทั้งหมด เราต้องอยู่ในความตั้งมั่น ความมั่นใจ คนทำผิดต้องวิ่งออกมาแก้ตัว ออกมาเบี่ยงประเด็น สร้างความวุ่นวาย เป็นพัลวัน แต่คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ทำงานตามปกติ คนอื่นมากล่าวหาไม่ได้ เรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นต้องดำเนินคดีเต็มที่ ไม่ใช่ว่ารับผิดชอบ แต่ต้องรับโทษ รับผิดอย่างเดียว ไม่มีรับชอบ”
“กับปลัดมหาดไทย ไม่ต้องเปิดใจคุย ท่านทำงานอยู่กับผมตลอดเวลา และเมื่อมีเรื่อง คนที่สั่งดำเนินการโดยทันที ตั้งกรรมการสอบ สั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้ามาประจำกระทรวงคือท่านปลัด ได้ทำทุกอย่างก่อนที่จะมาหารือกับผม ผมเห็นว่าท่านได้ดำเนินการตามกรอบแห่งกฎหมายแล้ว แต่ถ้าจะเอาแต่ทันใจคนอย่างเดียวก็จะไปผิดหลักของกฎหมาย”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยไปนั่งตำแหน่งอื่นก่อน เพื่อสอบคดีนี้หรือไม่ เพราะปลัดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการมหาดไทย นายกฯ กล่าวว่า “อันนี้คุณถือเอง ได้สั่งอธิบดี สถ.เข้ามาแล้ว ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็ทำได้เลย แต่ถ้ายัง ก็เป็นการถูกกล่าวหา ตอนนี้เรื่องทุกอย่างที่เป็นประเด็นกำลังอยู่ในกระบวนการหมดแล้ว สอบอีก 7 วันเขาก็ต้องกลับมารายงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดฯ ก็ต้องมารายงานผม ซึ่งผมเดินทางกลับจากต่างประเทศพอดี เราก็จะรู้และดำเนินการขั้นต่อไป”





