ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. 2567 ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ได้ประกาศว่าได้มีการปล่อยธนบัตรชุดใหม่ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ชุดแรกออกสู่ตลาดทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ
อังกฤษเริ่มใช้ธนบัตร ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3”
ตามแผนที่วางไว้ ทางการอังกฤษจะทยอยปล่อยธนบัตร “รุ่นพระเจ้าชาลส์ที่ 3” ออกสู่ตลาดหมุนเวียน โดยมีที่ทำการไปรษณีย์ 14 สาขาในเมืองต่าง ๆ เป็นหนึ่งในช่องทางปล่อยธนบัตรสู่ตลาด
ธนบัตรรุ่นใหม่ที่จะทยอยปล่อยออกไปคือธนบัตรมูลค่า 5, 10, 20 และ 50 ปอนด์ โดยทางด้านหลังของธนบัตรจะเป็นภาพของบุคคลสำคัญของอังกฤษ กล่าวคือด้านหลังของธนบัตร 5 ปอนด์จะมีเป็นภาพของวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และธนบัตรมูลค่า 10 ปอนด์เป็นภาพของเจน ออสเตน นักประพันธ์หญิงชื่อดังชาวอังกฤษ
สำหรับธนบัตรมูลค่า 20 ปอนด์นั้น ด้านหลังจะเป็นภาพของ เจเอ็มดับเบิลยู เทอร์เนอร์ จิตรกรชื่อดังชาวอังกฤษในยุคโรแมนติก ขณะที่ด้านหลังของธนบัตรมูลค่า 50 ปอนด์จะเป็นภาพของอลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะผู้ไขรหัสลับของกองทัพนาซีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2
ส่วนผู้ที่ถือธนบตรรุ่นเก่าที่ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นั้น ทางบีโออีแจ้งว่าไม่ต้องกังวล เพราะยังสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเช่นที่เคยเป็นมา คู่ไปกับการใช้ธนบัตรรุ่นใหม่
บีโออีชี้แจงเอาไว้ว่า ทางการจะพิมพ์ธนบัตรรุ่นใหม่ออกมาเพื่อแทนที่ธนบัตรรุ่นเก่าที่ชำรุดเสียหายและผลิตตามความต้องการใช้ธนบัตรในตลาดเป็นหลัก ตามแนวทางของสำนักพระราชวังที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางการเงิน ไม่ใช่การเปลี่ยนใหม่แบบรวดเดียว
พูดง่าย ๆ ว่าคนอังกฤษที่กำลังถือแบงก์เก่าอยู่ในมือก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไปแลกแบงก์รุ่นใหม่มาใช้ เพราะแบงก์เก่าก็ยังใช้ได้ มูลค่าไม่หายไปไหน เมื่อเวลาผ่านไป ธนบัตรรุ่นใหม่ก็จะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ธนบัตรรุ่นเก่าที่โดนเก็บออกจากตลาดเท่านั้นเอง
แต่ถ้าคนไหนอยากใช้ของใหม่ในทันที ก็สามารถไปแลกแบงก์ใหม่มาใช้ได้เช่นกัน โดยสามารถไปแลกได้ตามจุดที่บีโออีกำหนด เช่น เคาน์เตอร์บีโออีที่ถนนเทรดนีเดิล กรุงลอนดอน ซึ่งแลกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 มิ.ย. นอกจากนี้ยังรับแลกแบงก์ทางไปรษณีย์ โดยแลกได้ระหว่างวันที่ 5-30 มิ.ย. และจำกัดจำนวนว่าแลกได้คนละไม่เกิน 300 ปอนด์ ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการแลกแบงก์จะต้องกรอกแบบฟอร์มขอแลกเงินจากเว็บไซต์ของบีโออีเสียก่อน
ที่มา : mirror.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



