“ศิลปะจัดวางนำเศษวัสดุจากงานก่อสร้างทั้งเหล็กเส้น ท่อ อิฐ กระเบื้อง ปูน ฯลฯ นำมาชุบชีวิตใหม่กลายเป็น “ต้นไม้จำแลง” (Three-Tree Transformation)ชิ้นงานศิลปะที่สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้ และการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เชิญชวนให้ออกเดินทางสำรวจและตั้งคำถามถึงแก่นแท้ของการอยู่ร่วมกันในสังคมสร้างพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความคิด ให้ทุกคนปรับตัวเปิดใจรับความแตกต่าง…” เป็นผลงานศิลปะจากนิทรรศการ “Adaptation : ทั้งจำ ทั้งปรับ” โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ จัดแสดง ณ noble PLAY โดยแสดงต่อเนื่องถึง 26 มกราคม 2568

“Adaptation : ทั้งจำ ทั้งปรับ” ศิลปินและ noble PLAY มีจุดหมายร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านนิทรรศการฯ นำเศษวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างที่ถูกมองข้าม มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะท้าทายกรอบความคิดเดิม ๆ “สิ่งของไร้ค่าที่ทุกคนมองข้าม” ปรับเปลี่ยนสู่งานศิลปะ กระตุ้นผู้ชมได้ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และเมือง

นิทรรศการฯพาออกเดินทางสำรวจความหมายของการปรับตัวและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารและจากที่กล่าวศิลปินได้สร้างสรรค์พื้นที่แห่งการตั้งคำถามและการค้นพบเพื่อกระตุ้น ให้ทุกคนจดจำบทเรียนจากอดีตและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

นอกจากศิลปะจัดวางต้นไม้จำแลง  “ป่าคอนกรีต ผลิใบ” อีกผลงานศิลปินพาก้าวเข้าสู่ดินแดนในจินตนาการที่ซึ่งซากเศษวัสดุเหลือทิ้งของโครงสร้างอันแข็งแกร่งกลายมาเป็นต้นไม้ที่แผ่ขยายกิ่งก้านสาขา เติบโตเป็นลำต้นมั่นคง และแตกหน่อกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก และไวนิลหลากสีสัน นำมาถักทอเป็นใบไม้ ดอกไม้ และผลไม้ ฯลฯ  ป่าคอนกรีต ผลิใบเชื่อมโยงมนุษย์ สิ่งแวดล้อมและเมืองเข้าด้วยกัน ขณะที่ม้านั่งที่วางไว้รอบ ๆ เชื้อเชิญให้ผู้ชมหยุดพักพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างชุมชนเล็ก ๆ ที่เติบโตเคียงข้างต้นไม้ ฯลฯ ผลงานสะท้อนถึงความสำคัญของการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทั้งมนุษย์และธรรมชาติ เป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการบริโภคและเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

“Finale : อวสาน…สู่การเริ่มต้นใหม่” การเรียนรู้และค้นพบ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และความตระหนักรู้ว่า โลกใบนี้มีเพียงหนึ่งเดียวและทรัพยากรมีอย่างจำกัด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืนคือการสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นหลังมีโอกาสสร้างสรรค์และเติบโตต่อไป ขณะที่ “SUSTAINABLE MAP:  Map of Bangkok, Thailand”การเดินทางสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านสายตาศิลปิน

จากผลงานนำแนว คิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ เปลี่ยนเศษวัสดุสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเชื่อมโยงการหมุนเวียนขยะสู่การสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน สะท้อนถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์และความสำคัญของการปรับตัว ฯลฯ อีกผลงานพาย้อนกลับไปศึกษา ปรับเปลี่ยน และตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ชวนเรียนรู้ร่วมกัน.