เริ่มต้นก็ติดลบ เดอะซัน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นักการเมืองวัยเก๋า ไม่ว่ายุคเผด็จการคสช. ยุค 3 ป. ประชาธิปไตยค่อนใบ เต็มใบ หรือ ลับ ลวงพราง เดอะซันก็ได้เป็นเสนาบดี แต่ไม่วายตายน้ำตื้น จู่ ๆ โยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเหลืออายุราชการแค่ 4-5 เดือนก็เกษียณแล้ว
งานกระทรวงเป็นพะเรอเกวียน ทุเรียนที่เป็นดราม่าเพราะ “ซูเปอร์จี” เล่นพลาดไปกับ พิมรี่พาย แต่ยังดันทุรังไม่ยอมจบ “แต๋มผิดอะไร ป๊อกแป๊กผิดอะไร” เจ้ากระทรวงเกษตรฯ กลับไม่หือไม่อือ ถูกข่าวเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯกลบซะหมด ราวกับเป็นนโยบายเร่งด่วนกว่าทุกเรื่อง
ล่าสุด นายราเชน เขียนในหนังสือลาออก 28 เม.ย.2569 ให้มีผล 23 มิ.ย. 69 ว่า สาเหตุที่ลาออก เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้ เป็นการทิ้งทวนที่ทำเอา สุริยะ ถูกหอกแทงที่ปอดทะลุขั้วหัวใจเลยก็ว่าได้
ก่อนหน้านั้นนายราเชนให้สัมภาษณ์ ปะ ฉะ ดะ มาเป็นระยะ มีศักดิ์ศรี เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (คำพูดที่ข้าราชการมักหยิบมาพูดสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) พร้อมแฉกลับ มีหลาน รมต.โทรฯ มาหาขอพบเรื่องงบซ่อมเครื่องบินกรมฝนหลวงสัปดาห์เดียว 5-6 ครั้ง มีหลักฐานเป็นคลิป 4K บันทึกเป็นภาพและเสียงกลุ่มคนที่อ้างเป็นตัวแทนนักการเมืองไว้หมด นอกจากนั้น ยังแฉอีกว่า มีการเรียกหลายอธิบดีรวมทั้งตนเองให้เอางบฯไปให้ดูแถวถนนวิภาวดีอีกด้วย ก็ที่ตั้งพรรคเพื่อไทยนี่ล่ะ นี่ก็อีก ทำไมไม่เรียกพบที่กระทรวงเป็นทางการไปเลย
ขณะนายสุริยะออกมาโต้กลับ สรุปว่า เหตุที่ย้ายนายราเชนเพราะเป็นกระทรวงใหญ่ อยากได้คนมีพลัง มีกำลังวังชาในการทำงาน คนใกล้เกษียณบางคนเกียร์ว่าง (ถูกโต้กลับนายสุริยะอายุ 72 ปี ไม่แก่หรือ) ส่วนเรื่องหลานขอพบ นายสุริยะ บอกประมาณว่า ไม่เคยรู้มาก่อน แต่หลังเป็นข่าว ได้สอบถามหลานๆ ยอมรับ ได้โทรฯ จริง แต่ไม่ได้พบ ต่างคนต่างมีงานมีธุรกิจของตัว แล้วหลานก็ติดต่อตั้งแต่ปี 68 ก่อนตนเป็น รมว.เกษตรฯ อีก พร้อมตบท้าย หากนายราเชนพูดให้เสียหายจะฟ้องกลับเช่นกัน
คำพูดใครน่าเชื่อถือกว่ากัน แล้วแต่ใครถือหางใคร กีฬาสีประเทศนี้มันปิดหูปิดตาความจริงไปนานแล้ว แต่สำหรับเรานาย
สุริยะพังไปครึ่งตัว เมื่อออกมายอมรับ หลานโทรฯ หานายราเชนจริง นายสุริยะเป็นเจ้ากระทรวงเกษตรฯ ที่มีเครื่องบิน 30 ลำ ค่าซ่อมปีละ 300 ล้าน มากไม่มาก แล้วแต่จะมอง นี่จึงเป็นการสุ่มเสี่ยงที่หลานจะใช้อำนาจหน้าที่ของอามาเอื้อผลประโยชน์ตัวเองอย่างมาก เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงได้ ศาล รธน.แค่เชื่อได้ว่า ก็โดนเชือดแล้ว?!?
อย่าลืม นายกฯปู ย้ายข้าราชการคนเดียว คือ นายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็ถูก ศาล รธน.สอยลงจากเก้าอี้นายกฯ เพราะ ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ ทั้งที่ขณะนั้นถูกสั่งพักหน้าที่อยู่ แล้วนายสุริยะ กินดีหมี หัวใจเสือ เอาความมั่นใจจากไหนมาย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นงานแรก ทั้งที่อีก 5 เดือนจะเกษียณแล้ว
เรื่องนี้จะบานปลายตามที่นายราเชนบอก เด็ดดอกไม้สะเทือนไปถึงดวงดาว หรือไม่ ก็คอยดูกัน แต่เชื่อว่า มีนักร้องพร้อมยื่นเรื่องนี้ต่อ ศาล รธน.แน่ จะคนในเล่นเองเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ หรือพรรครอเสียบเร่งเติมเชื้อไฟให้มอดไหม้ถึงขั้นเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาล อย่างที่บาง “กูรู” บอก ก็ล้วนเป็นปลายเหตุ ต้นเหตุมาจากนายสุริยะเอง แทนที่จะดับไฟแต่ต้นลม ดันเติมเชื้อเพลิงเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงเป็นงานแรกในหน้าที่เจ้ากระทรวง
เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้นึกถึง อ.โกร่ง ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นักเศรษฐศาสตร์นามอุโฆษผู้ล่วงดับ อ.โกร่งยังเก่งเรื่องโหราศาสตร์โดยเฉพาะการดูดวงเมืองหาตัวจับยาก ด้วยเป็นศิษย์ อ.เทพย์ สาริกบุตร ปรมาจารย์ด้านโหราศาสตร์และเวทมนตร์อาคมคนหนึ่งของแผ่นดิน นักการเมืองที่สนิทกับ อ.โกร่ง ชอบถาม “พระองค์ไหนดี อยากหามาห้อยคอ” คำตอบจาก อ.โกร่ง ไม่ใช่ พระไพรีพินาศ พระรอด หรือพระองค์ไหน แต่คือ พระปางห้ามญาติ ห้อยคอไว้ตลอดเลย
นักการเมืองพังเพราะมี เมีย ลูก พ่อแม่ พี่น้อง ญาติโกโหติกา โคตรเหง้าศักราชทั้งหลาย ชอบมาพัวพันนัวเนีย เวลามีอำนาจวาสนา นี่ล่ะ ประวัติศาสตร์ทุกชาติจารึกไว้ อิทัปปัจจายตา มันเป็นเช่นนี้เอง.
ดาวประกายพรึก



