มองเป็นแค่เรื่องความสัมพันธ์แม่-ลูก เรื่องปัจเจกบุคคล เรื่องในครอบครัว ก็ย่อมมองได้ ประเด็นที่เกิดกับพระเอกสุดหล่อ นายณภัทร เสียงสมบุญ ลุกขึ้นแถลงข่าว ไม่ได้ติดต่อแม่หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ มานานกว่า 2 ปี เพื่อเลือกสิ่งที่ดีสุดให้ตัวเอง ทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย มีความรู้สึก มีความคิดเห็น โอนอ่อน เสียใจ ให้อภัย ผ่านกระบวนการทุกอย่างแล้ว พูดง่าย ๆ ตอนนี้ตัดขาดความเป็นแม่ลูก เพิ่มเติมคือ เวลาที่ไม่ได้ติดต่อแม่หมูเกิดตั้งแต่ครั้งเลิกคบกับนางเอกสวยหวาน ใบเฟิร์นพิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ แล้ว  1 ปี

จะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ข่าวจบ แต่เรื่องไม่จบ มีคอมเมนต์ทั้งจากกลุ่มเพื่อนแม่หมู และคนทั่วไป บรรยายถึง ความเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เสียสละทุกอย่างเพื่อลูกคนเดียว ตัดขาดแม่ลูก คือ อกตัญญู ลูกเนรคุณ ไม่ดูแลแม่ (ปัญหาแม่หมู ไม่น่าใช่เรื่องเงิน เธอน่าจะมีฐานะเลี้ยงดูตัวเองได้ เป็นเรื่องความสัมพันธ์มากกว่า)สำหรับสังคมไทย ลูกอกตัญญู คือ รุนแรงมาก ขณะอีกฝั่งเห็นว่า ถึงเป็นแม่ ก็ไม่ใช่เจ้าชีวิตต้องให้ลูกทำตามใจแม่หมด ลูกก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง ต้องปล่อยวางบ้าง

ย้อนไปตอนนายเลิกกับใบเฟิร์น เป็นข่าวดังมาก นายแถลงข่าวด้วยน้ำตา บอก เจ็บปวด ขณะใบเฟิร์น หัวใจแตกสลาย ต้องเลิกกันทั้งที่รักกันมาก ตามข่าวคือ แม่หมูไม่ปลื้มใบเฟิร์น คนนอกอย่างเราไม่รู้ลึก งง ๆ ด้วยซ้ำ เห็นนายคลั่งรักมาก ข่าวก็บอก แม่หมูเตรียมรับใบเฟิร์นเป็นลูกสะใภ้ด้วยซ้ำ แต่ที่สุดก็ต้องแยกจากกัน ทั้งนายและใบเฟิร์น “มูฟออน” ไปตามวิถีทาง มาเป็นข่าวดังระเบิดระเบ้ออีกครั้ง  นายก็กลายเป็นพระเอก อกตัญญูไปเสียแล้ว

ก็อย่างที่เราเกริ่นตอนต้น จะมองเป็นแค่เรื่องภายในครอบครัว ความสัมพันธ์แม่ลูก ก็ย่อมได้ แต่มองในภาพกว้าง นี่อาจเป็นแค่ปัญหาบนยอดภูเขาน้ำแข็งที่พร้อมระเบิดในสังคมเปราะบาง  เช่น ไทยอีกไม่ไกลจากนี้

มองไปที่โครงสร้างประชากร อย่างที่รู้ เรากลายเป็น สังคมผู้สูงอายุ (ขั้นสุดยอด) ไปเรียบร้อย เด็กเกิดน้อยลงเรื่อย ๆ ปี 69 ไทยมีประชากร 66 ล้านคน (ตัวเลขกลม ๆ) ลดจากเดิมที่เคยท่องจำ ไทยมีประชากร 70 ล้านคน จุดตัดครั้งแรกที่คนเกิดน้อยกว่าคนตาย เกิดตั้งแต่ปี 2564 และตั้งแต่ปี  2567-2568 เด็กไทยเกิดใหม่ต่ำกว่าปีละ 5 แสนคน จากเดิมปีละ 1 ล้านคน ล่าสุด ไม่ใช่แค่ GDP ไทยที่โตต่ำสุดในอาเซียน อัตราการเกิดก็แทบจะต่ำสุดในอาเซียนเช่นกัน

ผลที่เด็กเกิดน้อยลงเรื่อย ๆ เป็นวิกฤติด้านเศรษฐกิจ คนวัยทำงานน้อยลง ส่งผลต่อการเติบโต GDP แล้ว การมีลูกน้อย แค่คนเดียว ยังเป็นปัญหาสังคมด้วย โดยเฉพาะ แม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มากขึ้น จากเหตุใดก็ตาม ลูกคือโลกทั้งใบของแม่ เรามีเพื่อนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกชายเป็นหมอฝึกหัด เห็นเธอตามไปแทบทุกที่ กลายเป็นแม่ติดลูกโดยไม่รู้ตัว อีกคน กลายเป็นแม่ซึมเศร้า นอนคนเดียวมืด ๆ ไม่อยากไปไหน ลูกชายคนเดียวมีครอบครัวแล้วใส่ใจเธอน้อยเกินไป ไปไหนก็ไม่ชวน เคสนี้อยู่อเมริกา หลังเธอตัดสินใจหอบลูกไปทำงานแจกไพ่ในบ่อนที่ลาสเวกัส เก็บเงินซื้อบ้านได้ แม้ได้เงินสวัสดิการเดือนละ 1,500 ดอลลาร์ แต่ 300 ดอลลาร์จากลูก ก็มีคำพูดทิ่มแทงใจ ต้องเอาไปลงทุนทำร้านอาหารนะ ไม่ได้มีมากนะ ทั้งที่อยู่บ้านหรู ขับรถหรู  แต่ขี้เหนียวกับแม่มาก  ก็ได้แต่ปลอบโยนกันไป       

เทียบกับเคสแม่หมู ลักษณะร่วม ลูกชาย คือโลกทั้งใบของพวกเธอ ที่ว่ามา เป็นแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่แม่ (พ่อ) คนไทย ดูแลตัวเองไม่ได้ จะมากขึ้น ขณะเด็กไทยมีภาระหนักมาก คนเดียวต้องแบกคนแก่ร่วม 4 คน พ่อ แม่ ปู่ ย่า ไม่ก็ ตา ยาย ลำพังตัวเองยังไม่รอด จะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลบุพการี กลายเป็น ลูกอกตัญญู เต็มบ้านเต็มเมือง

เป็นโครงสร้างที่เปราะบางพร้อมแตกสลายทุกเมื่อ ซ้ำร้าย การปกครองแบบไทย ๆ เด็กคนไหนคิดต่าง มักถูกตราหน้า พวกชังชาติ ถูกไล่ไม่ให้อยู่ประเทศตัวเอง ใครอยากอยู่ดี อยู่รอด ต้องอยู่ในบล็อกแบบสินค้าผลิตในโรงงาน พิมพ์เดียวกัน ไม่งั้นถูกคัดทิ้ง ปัญหาคนไม่อยากแต่งงาน แต่งแล้วไม่อยากมีลูก เพราะไร้อนาคต ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย 

แต่ประเทศที่รัฐบาลจะอยู่ได้ต้อง (ยินดี) อยู่ในบล็อกที่ถูกขีดโดยอำนาจนอกระบบ อย่างดี ก็แค่เอาตัวให้รอด กอบโกยได้ก็กอบโกยกันไป จะไปตั้งความหวังแก้โครงสร้างอะไรได้มาก เป็นความจริงที่โหดร้าย แต่ต้องรับรู้ไว้.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่