“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ตามที่ สมาคมฯ ได้เก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาทีมชาติไทย ทุกประเภท ได้แก่ ประเภทถนน, ลู่, เสือภูเขา และบีเอ็มเอ็กซ์ เพื่อเตรียมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยได้นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งยังได้ประสานกับศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำนักวิทยาศาสตร์การกีฬาไปเจาะเลือดวิเคราะห์ค่าแลคเตทของนักปั่นทีมชาติไทยประเภทถนนและเสือภูเขา ที่โรงแรมชาโต เดอ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 28-30 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลให้ผู้ฝึกสอนออกแบบแผนการฝึกซ้อมได้อย่างเหมาะสม

สำหรับนักกีฬาประเภทเสือภูเขา เก็บตัวฝึกซ้อมภายใต้การควบคุมดูแลของ มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ ผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย โดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา และผลการตรวจค่าแลคเตทมาวิเคราะห์วางแผนการฝึกซ้อม พร้อมทั้งใช้เครื่องมือ “เพาเวอร์ มิเตอร์” เพื่อวัดกำลังที่นักปั่นส่งออกมาจริงขณะปั่นช่วยให้เข้าใจแรงที่ใช้ได้อย่างแม่นยำเพื่อฝึกซ้อมหรือพัฒนาศักยภาพอย่างตรงจุด โดยนักปั่นเสือภูเขาทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 มีทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย นักกีฬาชาย 5 คน ได้แก่ พลฉัตร นาคทองคำ, วัชรกร อ่อนธุลี, วรพงษ์ เมืองสุข, พงศ์พีระ พงษ์อายุกูล, พูนศิริ ศิริมงคล และนักกีฬาหญิง 3 คน ได้แก่ ปิ่นภัค เชียงสวน, พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง, ภุมรัตน์ เฉลิมกิจ

ทั้งนี้ สมาคมฯ มีแผนที่จะส่งนักปั่นเสือภูเขา ชุดเตรียมเอเชียนเกมส์ 2026 ไปแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่อุซเบกิสถาน ระหว่างวันที่ 23-27 มิ.ย.นี้ โดย มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ จะเน้นส่งแข่งขันในรายการที่มีชิงชัยในเอเชียนเกมส์ เป็นหลัก คือครอสคันทรี่ชายและหญิง แต่ก็จะให้นักกีฬาลงแข่งขันในรายการอิลิมิเนเตอร์ ด้วย เพื่อเป็นการทดสอบความสามารถของนักกีฬาที่จะลงสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ต่อไป

“ส่วนนักกีฬาประเภทถนน เรามีแผนที่จะให้ย้ายไปเก็บตัวที่เชียงใหม่ หลังจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 คลี่คลายลงแล้ว สาเหตุที่ต้องไปเก็บตัวที่นั่น เนื่องจากมีภูมิประเทศใกล้เคียงกับเมืองนาโกยา นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้รับความร่วมมือจากคณะเทคนิคการแพทย์ ม.เชียงใหม่ มาดูแลด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาให้นักปั่นไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งกายวิภาคศาสตร์, สรีรวิทยา, โภชนาการ, จิตวิทยา, ชีวกลศาสตร์, เวชศาสตร์ และเทคโนโลยีกีฬา อย่างเต็มรูปแบบ” พล.อ.เดชา กล่าว

“เสธ.หมึก” กล่าวอีกว่า หลังจากเก็บตัวฝึกซ้อมที่เชียงใหม่ แล้ว สมาคมฯ จะส่งนักปั่นทีมชายไปแข่งขันจักรยานทางไกล “ทัวร์ เดอ กังนัม 2026” ที่เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 9-13 มิ.ย.69 เพื่อเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 โดยนักกีฬาประกอบด้วย พีระพล ชาวเชียงขวาง, ธนาคาร ไชยยาสมบัติ, รัชชานนท์ เยาวรัตน์, วรุตม์ แปะกระโทก, ตุลธร โสสลาม, อภิสิทธิ์ สุวรรณ โดยมี “โค้ชตั้ม” วิสุทธิ์ กสิยะพัท เป็นผู้ฝึกสอน

ทางด้าน มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ ผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย เปิดเผยว่า จากผลการทดสอบแลคเตทแสดงให้เห็นว่านักกีฬายังจำเป็นต้องฝึกด้านความทนทาน (Endurance) เพิ่มเติม โดยเน้นการปั่นที่ความเข้มข้นต่ำลงแต่ใช้ระยะเวลานานขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรามีเวลาค่อนข้างจำกัด เพราะมีการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงอย่างชิงแชมป์เอเชีย 2026 เราจึงจำเป็นต้องผสมการฝึกที่มีความเข้มข้นสูงเข้าไปด้วย ซึ่งนี่จะเป็นช่วงต่อไปของแผนการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวไปสู่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย คาดว่าจะส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันทั้งรายการครอสคันทรี่ และอิลิมิเนเตอร์ เพราะเป็นเป้าหมายสำคัญในการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์

“ผมคาดหวังว่าพงศ์พีระและพูนศิริน่าจะทำผลงานได้ดีในรายการครอสคันทรี่ เพราะในแต่ละรอบสนามมีการไต่เขารวม 3,410 เมตร ส่วนพลฉัตรและวัชกร น่าจะทำได้ดีในรายการอิลิมิเนเตอร์ เพราะลักษณะสนามมีระยะทางต่อรอบ 640 เมตร และพวกเขามีจุดเด่นด้านพลังระเบิดที่เหมาะกับสนามประเภทนี้” มร.โรเบิร์ต กล่าว

ส่วน “โค้ชตั้ม” กล่าวว่า การไปฝึกซ้อมที่เชียงใหม่ เป็นผลดี เพราะได้ซ้อมเส้นทางการแข่งขันคล้ายกับที่เมืองนาโกยาซึ่งส่วนใหญ่จะปั่นขึ้นเขา นักปั่นไทยก็จะซ้อมปั่นขึ้นดอยสุเทพ ดอยสะเมิง และดอยอินทนนท์สลับกันไป ส่วนแผนการฝึกซ้อมหลังจากทราบผลการวิเคราะห์ค่าแลคเตทแล้วก็ให้นักปั่นฝึกซ้อมด้านความอดทน และเล่นเวทเทรนนิ่งควบคู่กันไป จากนั้นอีก 2 เดือนก็จะมาเจาะเลือดหาค่าแลคเตตใหม่เพื่อนำผลมาเปรียบเทียบกันว่านักกีฬามีการพัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน.