สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า ทีมนักวิจัยกล่าวว่า ฟันซี่นี้แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ยุคนีแอนเดอร์ทัลสามารถดำเนินขั้นตอนทางทันตกรรมที่ซับซ้อนเช่นนี้ หลายหมื่นปีก่อนที่มนุษย์ยุคปัจจุบันจะทำได้ ซึ่งเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่เผยให้เห็นถึงความสามารถทางสติปัญญาและทักษะทางเทคนิคของสายพันธุ์ของมนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

ฟันซี่ดังกล่าวถูกขุดพบในรัสเซีย ที่ถ้ำชากีร์สกายา ซึ่งเป็นแหล่งฟอสซิลมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลจำนวนมาก ตั้งอยู่บนริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำชาริช บริเวณเชิงเขาอัลไต ทางตอนใต้ของไซบีเรีย

นักวิจัยกล่าวว่า ตรงกลางของฟันกรามมีรูลึกเข้าไปถึงโพรงเนื้อเยื่อในฟัน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีปลายเส้นประสาทและหลอดเลือด อีกทั้งร่องรอยบนฟันและรูปทรงของรูบ่งชี้ว่า เป็น “การดัดแปลงโดยเจตนา” และไม่ใช่ความเสียหายโดยอุบัติเหตุ ส่วนหลักฐานการสึกหรอตามปกติชี้ให้เห็นว่า บุคคลนี้มีชีวิตอยู่เป็นเวลานาน โดยใช้ฟันซี่นี้หลังการผ่าตัด

นอกจากนี้ การทดลองกับฟันของมนุษย์ยุคปัจจุบัน 3 ซี่ แสดงให้เห็นว่าสามารถสร้างรูที่มีรูปร่างเช่นนี้ได้ด้วยการเจาะเข้าไปในฟันกราม โดยใช้เครื่องมือหินที่คล้ายคลึงกับเครื่องมือที่พบภายในถ้ำชากีร์สกายา

ด้านนางคเซเนีย โคโลโบวา นักโบราณคดีจากสถาบันโบราณคดีและชาติพันธุ์วรรณา ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซีย สาขาไซบีเรีย กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมันพิสูจน์ได้ว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลมีความสามารถทางสติปัญญาที่ซับซ้อน รวมถึงการวางแผน ทักษะการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ และกลยุทธ์ทางการแพทย์ที่รอบคอบ ซึ่งท้าทายมุมมองล้าสมัยที่ว่า พฤติกรรมที่ซับซ้อนเช่นนี้มีเฉพาะในมนุษย์ยุคปัจจุบันเท่านั้น.

เครดิตภาพ : REUTERS