เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 69 ขณะที่ พ.ต.ท.ธีระภาพ ภูขันซ้าย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาส วัดป่าบ้านนาหยาดธรรมมาราม หมู่ 6 ต.สามพร้าว ขโมยโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กล้องวงจรปิดแบบไวไฟ 1 ตัว และตัดสายไฟฟ้าจากเสาไฟเชื่อมต่อมาที่กุฏิไปด้วย จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สมประสงค์ พลลาภ หน.ตู้ยามชุมชน ต.สามพร้าว นายสัญญา แย้มบุปผา ส.อบจ.อุดรธานี เขต 5 และนายประภาส เชื้อสีนนตรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านนาหยาด

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิชั้นเดียว พบหลวงตาปองพล อกินจโน อายุ 75 ปี เจ้าอาวาส นำตำรวจตรวจสอบด้านข้างกุฏิ พบร่องรอยคนร้ายใช้ของแข็ง คาดว่าเป็นไขควงปากแบน งัดหน้าต่างไม้ แต่ไม่สามารถงัดเปิดหน้าต่างได้ จึงเปลี่ยนไปงัดหน้าต่างด้านหลังกุฏิ ซึ่งเป็นกระจกบานเลื่อนขอบอะลูมิเนียม พบร่องรอยงัดขอบหน้าต่างและปลดตัวล็อก ก่อนเข้าไปขโมยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหัวเว่ย สีบรอนซ์ ราคา 3,000 บาท ที่วางอยู่บนโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือสองที่เจ้าอาวาสซื้อมาใช้รับกิจนิมนต์ ติดต่อญาติโยม และเปิดฟังบทสวดมนต์

เมื่อคนร้ายเห็นกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้ากุฏิ จึงถอดลักเอาไปด้วย แถมยังใช้บันไดอะลูมิเนียมของวัด ปีนขึ้นไปตัดสายไฟฟ้าจากเสาที่อยู่ข้างสถานที่ภาวนาเดินจงกรม ซึ่งเชื่อมสายไฟมาใช้ภายในกุฏิ ความยาวประมาณ 20 เมตร ไปด้วย ตรวจสอบภายในย่ามที่เก็บไว้ในตู้ พบว่าใบสุทธิพระ บัตรประชาชน และเอกสารต่างๆ ยังอยู่ครบ ส่วนเงิน เจ้าอาวาสไม่ได้เก็บไว้กับตัว เพราะไม่จับต้องเงิน หากมีคนนำมาถวายก็จะให้ไวยาวัจกรเป็นผู้ดูแลทั้งหมด จากนั้นตำรวจได้นิมนต์เจ้าอาวาสไปแจ้งความที่โรงพัก เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และให้ข้อมูลกับชุดสืบสวน เพื่อติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พระปองพล อกินจโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านนาหยาดธรรมมาราม เล่าว่า อาตมาเป็นคนบ้านนาหยาด บวชจนได้เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่วัดก่อตั้งมากว่า 40 ปี ขณะนี้ที่วัดมีอาตมาจำพรรษาเพียงรูปเดียว ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์มาก่อน ก่อนเกิดเหตุอาตมาออกเดินบิณฑบาตตามกิจของพระภิกษุ เวลา 05.45 น. และกลับมาถึงกุฏิประมาณ 07.00 น. หลังนำบาตรไปไว้ที่หอฉัน พบว่าสิ่งของหน้ากุฏิมีความผิดปกติ จึงแจ้งญาติโยมที่หอฉันให้ช่วยแจ้งตำรวจและผู้นำชุมชนมาตรวจสอบ ส่วนคนก่อเหตุอาตมาสงสัยว่าเป็นพวกขี้ยา และน่าจะมีความรู้เรื่องไฟฟ้า ไม่เช่นนั้นคงถูกไฟฟ้าช็อตไปแล้ว

“ฝากถึงญาติโยมที่เข้ามาลักทรัพย์สินของอาตมาและของวัดไป ให้นำมาคืนอาตมา เรามาทางมืด ก็ขอให้กลับไปทางสว่าง จะได้ไม่มีบาปกรรมติดตัว เพราะลักของพระ หรือของในวัด ถือเป็นบาปหนัก ตายไปก็จะตกนรก เป็นสัมภเวสี หรือผีเร่ร่อน ไม่ได้ไปผุดไปเกิด เพราะพระเป็นผู้ถือศีล หากกลับตัวกลับใจนำทรัพย์สินที่ลักไปมาคืน อาตมาก็จะไม่ติดใจเอาความ และจะอโหสิกรรมให้ แต่หากไม่นำมาคืน ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”