ผลงานนัดแรกกับ มองโกเลีย ถือว่าน่าผิดหวัง จากที่ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 10 แต่ไม่สามารถเผด็จศึกเด็ดขาดได้ และสุดท้ายมาโดนตีเสมอซึ่งมาจากความผิดพลาดที่น่าเจ็บใจ

เกียรติพล อุดม นายทวารเปิดบอลไม่ดี ไปเข้าทางคู่แข่ง ก่อน บัตจินยาม บัตโบลด์ ยิงไกล เนี้ยบ บอลกระดอนพื้นเข้าเสาไกล

ฟุตบอลก็แบบนี้ ทำเขาไม่ได้ ตีเขาไม่ตาย ก็มีโอกาสโดนจ้วงกลับ

เป็นเกมที่ทีมชาติไทย ก็ยังไม่โชว์อะไรเป็นชิ้นเป็นอันชัดเจนนัก เนื่องจากสภาวะ “อ่อนซ้อม” ได้รวมกันจริงๆ แค่ 6 วัน ทีมเวิร์คไม่เนียน เข้าทำไม่ชัด จะหวัง “กัปตันกัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร คนเดียวก็ไม่ไหว

ไหนจะเจอหญ้าเทียม ไหนจะอากาศหนาว

พูดแบบเท่ๆ น่ะได้ครับ เตะสนามเดียวกัน อากาศเหมือนกัน จะมาบ่นทำไม เก่งจริงต้องเอาชนะได้ แต่ประเด็นคือความไม่คุ้นเคย ที่มันกดให้ฟุตบอลที่ศักยภาพดีกว่า ลดลงมาในระดับสูสี

แล้วปกติ เราก็ไม่ได้เหนือมากกว่ามากมายเสียด้วยซิ่

ข่าวร้ายซ้ำสองอีก กับ เบนจามิน เจมส์ เดวิส ที่อุตส่าห์ เอามาจากออกซ์ฟอร์ด จะไม่ได้ลงในเกมกับ ลาวแน่นอน ขณะที่้ วันชาติ ชูสงค์ ยิ่งหนัก จะไม่ได้เล่นตลอดทัวร์นาเมนท์

นี่แหละ พิษของหญ้าเทียม

ผลเสมอ มองโกเลีย ในเชิงกลยุทธ์ ถือว่าเสียหาย เพราะแทนที่จะถีบคู่แข่งหายไปสักทีม กลับเปิดให้เขายังมีโอกาสได้สู้ต่อ

โจทย์ของไทยคือ ยังไงก็ต้องชนะ 2 เกมที่เหลือกับ ลาว และ มาเลเซีย ให้ได้ เพื่อคว้า 7 แต้ม ซึ่งเชื่อว่าพอจะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม หรืออย่างแย่คือต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อคว้าอันดับ 2 ที่ดีที่สุด ที่คัดอีก 4 ทีม จาก 10 กลุ่ม

“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ บอกว่าภาพรวมพอใจฟอร์มนักเตะ เพียงแต่ต้องลดข้อผิดพลาด ถ้าทำได้ก็น่าจะคว้าชัยใน 2 เกมที่เหลือ

ฟังเหมือนง่ายๆ แต่ทำคงไม่ง่าย การลดความผิดพลาด ขนาดกองหลังแมนฯยูฯ ยังวิ่งชนกันยับ

เวลาแต่ละแมตช์ก็กระชั้นชิด มีเวลาแค่ 2 วัน จะลดข้อผิดพลาดที่ว่าได้ขนาดไหน

ยังไงวันที่ 28 ต.ค. ต้องชนะลาว ให้ได้ไปก่อน แล้ววันที่ 31 ต.ค. ค่อยวัดกับ มาเลเซีย ที่ว่ากันว่าแข็งที่สุด

อย่างที่บอก โลกมันยังไม่แตก เพิ่งผ่านแค่นัดเดียว เราก็ยังอยู่บนเส้นทาง
.
ยังต้องสู้ต่อไป เป็นกำลังใจให้กันต่อไป

ในเมื่อสงครามมันยังไม่จบ ก็คงต้องให้กำลังใจกันแบบนี้แหละ.

*** วุฒินล ***