นายพอล ซาเลม รองประธานสถาบันตะวันออกกลาง (เอ็มอีไอ) กล่าวว่า ตุรกีเป็นผู้ชนะในภูมิภาค ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งล้มล้างการปกครองของ “ระบอบอัสซาด” ที่ดำเนินมานานกว่า 50 ปี แต่การขับไล่อัสซาด ทำให้ซีเรียเข้าสู่สภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งชัยชนะดังกล่าวมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่ประสบความสำเร็จ

ด้านนายฮาคัน ฟิดาน รมว.การต่างประเทศตุรกี กล่าวว่า ตุรกีพร้อมที่จะ “รับประกันความมั่นคง” และ “รักษาบาดแผลของซีเรีย” รวมถึงเรียกร้อง “การถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น” ซึ่งเขาแสดงความหวังว่า ชาวซีเรียประมาณ 3 ล้านคนที่หลบหนีจากสงครามกลางเมืองอันนองเลือด และลี้ภัยอยู่ในตุรกี จะสามารถกลับบ้านของพวกเขาได้แล้ว

“แนวโน้มที่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเดินทางกลับประเทศ จะช่วยเพิ่มการสนับสนุนให้กับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี” นางโกนุล โทล ผู้อำนวยการโครงการตุรกี ของเอ็มอีไอ กล่าว

โทล ระบุเพิ่มเติมว่า ในด้านนโยบายต่างประเทศ การล่มสลายของระบอบอัสซาด จะเปลี่ยนไพ่ในมือของรัฐบาลอังการา ในการรับมือกับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ สงครามซีเรียทำให้รัฐบาลอังการา “ตกอยู่ในความเสี่ยง” ต่อการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในรัฐบาลมอสโก แต่ขณะนี้ ตุรกีจะมีอำนาจที่เหนือกว่า ในความสัมพันธ์กับรัสเซีย

ขณะที่ นายโซเนอร์ คากัปเทย์ นักวิชาการอาวุโส จากสถาบันวอชิงตันเพื่อนโยบายตะวันออกใกล้ คาดการณ์อย่างคล้ายคลึงกันว่า อิทธิพลของตุรกีจะเพิ่มขึ้นในรัฐบาลดามัสกัส และเข้ามาแทนที่อิหร่านกับรัสเซีย ซึ่งในตอนนี้ รัฐบาลอังการาต้องช่วยเหลือกองกำลัง “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (เอชทีเอส) เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และขับไล่รัสเซียกับอิหร่านออกไป แต่ถึงอย่างนั้น มันจะไม่ได้ผลหากตุรกีเป็นผู้สนับสนุนรายใหม่ของซีเรีย

ในทางตรงกันข้าม นางซีเนม อาดาร์ จากศูนย์การศึกษาตุรกีประยุกต์ ในกรุงเบอร์ลิน กล่าวว่า มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า ตุรกีเป็น “ผู้ชนะ” จากการล่มสลายของระบอบอัสซาด เนื่องจากหลายสิ่งขึ้นอยู่กับพลวัตระหว่างผู้มีส่วนร่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอชทีเอส กับกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ตลอดจนพลวัตระหว่างเอชทีเอส กับรัฐบาลอังการา

นอกจากนี้ ความวุ่นวายในซีเรียตอนเหนือ ยังถือเป็นโอกาสสำหรับตุรกี ในการผลักดันกองกำลังชาวเคิร์ด ซึ่งรวมถึงกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด (วายพีจี) ออกไปจากชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มนักรบที่สนับสนุนตุรกี ซึ่งเข้าร่วมการโจมตีของฝ่ายกบฏ สามารถยึดเมืองทาลริฟาต คืนมาจากกองกำลังชาวเคิร์ด บริเวณชายขอบขอบ “เขตควบคุม” ที่ตุรกียึดครอง ทางตอนเหนือของซีเรีย

ขณะเดียวกัน เอดีเอฟ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ พยายามชิงความได้เปรียบจากโจมตีของฝ่ายกบฏ ในช่วงต้นของการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ โดยเอสดีเอฟ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า นักรบของกลุ่มเคลื่อนพลเข้าไปในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งกองกำลังที่ภักดีต่ออัสซาด ออกไปหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฟิดานกล่าวเตือนอีกครั้งว่า นักรบชาวเคิร์ดไม่ควรขยายอิทธิพลของพวกเขาในประเทศ “โดยใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP