เวทีการประกวดศิลปะสมัยใหม่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและจัดการแสดงอย่างต่อเนื่องสำหรับการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ โดย ครั้งที่ 69 แสดงผลงานศิลปกรรมจากการประกวดฯ จัดแสดงถึง 10 มกราคม 2568 จากนั้นจัดแสดงต่อไป ณ สถาบันศิลปะในส่วนภูมิภาค
                การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร สนับสนุนและเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยมีเวทีสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยในระดับชาติโดยการส่งผลงาน ศิลปกรรมประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อประสมเข้าประกวด          สำหรับครั้งที่ 69 จากผลการคัดเลือกและตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะ มีผลงานศิลปกรรมได้รับรางวัลในประเภทต่างๆ 11 รางวัลและผลงานที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดง 54 ชิ้นโดยจัดแสดง ณ ชั้น 1 ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม 

                 พาชมแนวคิด ชมผลงานศิลปกรรมส่วนหนึ่ง โดยในประเภทจิตรกรรม “ปลดระวางผันแปร” ผลงาน จิรศักดิ์ อนุจร หนึ่งในผลงานรางวัลประกาศนียบัตรเกียรติยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง “ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้พัฒนาอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและยังมีอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าเข้ามาทำให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น รถยนต์ รถไฟหรือโบกี้รถไฟที่ไม่ได้ใช้งานจึงมีจำนวนมากขึ้นและยากต่อการกำจัด ฯลฯ”

                ขณะที่อีกผลงานเหรียญทองแดง “ในนามของความสงบ” มัดย้อมสีอะครีลิคและเย็บปัก โดย ธิดารัตน์ จันทเชื้อ ผลงานนำเสนอช่วงเวลาที่คนทั้งโลกได้รับความทุกข์และความสูญเสียจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ฯลฯ “ความเปลี่ยนแปลงของการเติบโต” โดย ปรพล ชินวรรณโชติ ผลงานรางวัลเหรียญทองแดง ประเภทประติมากรรม “ทุกสิ่งในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดที่คงที่ หรือหยุดนิ่งถูกผันแปรตลอดเวลา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นพื้นฐานของการเติบโตของทุกสรรพสิ่ง และการการเติบโตในทุกด้านของชีวิตล้วนเป็นผลมาจากการพัฒนาสิ่งต่างๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยอาจมีทั้งเชิงบวกหรือเชิงลบ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตและส่งต่อการผลักดันออกมาให้เกิดสิ่งใหม่ซึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเวลา ไม่มีที่สิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง”

                อีกผลงานฯเหรียญทองแดง ประเภทประติมากรรม “ดิน น้ำ ลม ไฟ ก่อเกิดพลังแห่งชีวิต (ความอุดมสมบูรณ์)” โดย พรสวรรค์ นนทะภา ศิลปินเล่าถึง ดิน น้ำ ลม ไฟเป็นส่วนประกอบของการกำเนิดสิ่งมีชีวิต ก่อเกิดพลังแห่งชีวิตก่อเกิดความอุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหาร วิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมิได้ถ้าขาดดิน น้ำลมไฟที่ดี สรรพสิ่งบนโลกก็จะดี มนุษย์จะจิตใจดีมีสงบสุขสันติ

                ภาพพิมพ์ “ทิสเซิล” ภาพพิมพ์เมซโซทินท โดย บุญมี แสงขำ รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ 2เหรียญเงิน โดยการสร้างสรรค์ศิลปินได้แนวความคิดจากพุทธปรัชญาได้แก่หลักคำสอนเกี่ยวกับความจริง(สัจธรรม) ซึ่งเป็นกฎแห่งเหตุและผล ศิลปินนำแนวคิดมาสร้างสรรค์งานศิลปะโดยอาศัยรูปทรงของพืชพันธุ์ที่สมบูรณ์พร้อมจะผลิดอก ออกผลแล้วร่วงหล่น จนกระทั่งไปสู่เมล็ดพันธุ์ที่จะเติบใหญ่หมุนเวียนสืบต่อไป โดยไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกผ่านผลงานศิลปะเพื่อให้เกิดรูปความคิดแบบจินตนาการถึงความรู้สึกสุข สงบและมีสมาธิซึ่งเป็นสาระ สัจจะ ความจริงในการดำเนินชีวิตอันเป็นต้นแบบของชาวพุทธเป็นสำคัญ

                ขณะที่ “การฝึกฝนเป็นหนทางสู่ศักยภาพที่ไม่สิ้นสุด” โดย สุวพิชญ์ ศลิษฏ์อรรถกร เป็นหนึ่งในผลงานราง วัลฯ เหรียญทองแดง ประเภทสื่อประสม “อิสระทางความคิดคือจินตนาการที่เป็นเหมือนการเรียนรู้ที่อยู่นอกกรอบ ดินสอ นับเป็นสิ่งแรกของการเริ่มต้นในการขีดเขียนเมื่อครั้งเป็นเด็กในวัยเริ่มต้นการเรียนรู้ที่ต้องการขีดเขียน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในจินตนาการ เป็นเหมือนแสงไฟภายในที่สะท้อนให้เห็นมิติไม่สิ้นสุดของจินตนาการ” ส่วนหนึ่งจากนิทรรศการฯ ชวนชื่นชมและเรียนรู้ผลงานศิลปกรรมร่วมกัน.