พฤติการณ์ดังกล่าวของกลุ่มคนร้าย สร้างรายได้ให้แก่เกาหลีเหนือมากกว่า 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( มากกว่า 3,000 ล้านบาท ) ซึ่งเงินส่วนใหญ่เข้าสู่โครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) คว่ำบาตร

ทั้งนี้ ชาวเกาหลีเหนือทั้ง 14 คน เผชิญกับข้อหา ซึ่งรวมถึง ฉ้อโกงเป็นขบวนการ ฟอกเงินเป็นเครือข่าย และขโมยหลักฐานยืนยันตัวตนของบุคคลอื่น แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่กลุ่มผู้ต้องหาเดินทางออกจากอเมริกาแล้ว ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลวอชิงตันจึงประกาศตั้งรางวัลนำจับผู้ต้องหาแต่ละคน คนละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 171 ล้านบาท )

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนเชื่อว่า น่าจะมีพลเมืองสหรัฐเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของชาวเกาหลีเหนือทั้ง 14 คนนี้ด้วย โดยภารกิจของกลุ่มคนร้าย จะเน้นไปที่การเป็นพนักงานสัญญาจ้าง หรือการทำงานจากระยะไกล แล้วไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัทบ่อย ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวเกาหลีเหนือยังจ่ายเงินให้กับชาวอเมริกัน เพื่อขอใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตวายฟาย

การกำหนดรางวัลนำจับดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่มีโครงการตอบแทนบุคคลใดก็ตาม ซึ่งสามารถแจ้งเบาะแสที่สามารถช่วยให้พนักงานสอบสวน “ขัดขวาง” กลไกการเงิน หรือเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกิจกรรมของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลเปียงยางส่งแรงงานทักษะสูง ให้ออกไปทำงานหลายด้านในต่างประเทศ แล้วส่งเงินกลับเข้าประเทศ แต่รัฐกลับใช้เงินแทบทั้งหมดไปกับโครงการพัฒนาอาวุธ และเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับบุคคลเพียงไม่กี่กลุ่มในเกาหลีเหนือ

กระนั้น รัฐบาลวอชิงตันยอมรับว่า การดำเนินคดีกับชาวเกาหลีเหนือที่มีความผิดลักษณะนี้ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่การที่เรื่องราวแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง” และเชื่อว่า “อย่างน้อยที่สุด” บริษัทไอทีในสหรัฐยังคงมีชาวเกาหลีเหนือแฝงตัวเข้ามาทำงาน หรืออย่างน้อย นายจ้างต้องเคยสัมภาษณ์พลเมืองเกาหลีเหนือ โดยไม่รู้ตัว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐดำเนินคดีลับหลัง กับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที 3 คน สังกัดหน่วยข่าวกรองทหารของเกาหลีเหนือ ฐานก่ออาชญากรรมไซเบอร์โจมตีฐานข้อมูลของหน่วยงานหลายประเทศ ตามคำสั่งของรัฐบาลเปียงยาง

ทั้งนี้ ผู้สันทัดกรณีมองว่า การทำงานของพนักงานไอทีเกาหลีเหนือ หรือพูดให้ง่ายคือ แฮกเกอร์ ที่รัฐบาลเปียงยางส่งให้ไปแฝงตัวในหลายประเทศ มีรูปแบบและเป้าหมายการทำงาน เน้นไปที่การสร้างรายได้ให้กับรัฐ ซึ่งแตกต่างจากแฮกเกอร์ของหน่วยข่าวกรองนานาประเทศ รวมถึง รัสเซีย จีน และอิหร่าน ที่เป็นพันธมิตรกับเกาหลีเหนือ ซึ่งโครงการไซเบอร์เน้นไปที่ การจารกรรมข้อมูลลับของอีกฝ่าย และการสร้างอุปสรรคให้แก่โครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศที่เป็นเป้าหมาย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : Federal Bureau of Investigation ( FBI )