พฤติการณ์ดังกล่าวของกลุ่มคนร้าย สร้างรายได้ให้แก่เกาหลีเหนือมากกว่า 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( มากกว่า 3,000 ล้านบาท ) ซึ่งเงินส่วนใหญ่เข้าสู่โครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) คว่ำบาตร
ทั้งนี้ ชาวเกาหลีเหนือทั้ง 14 คน เผชิญกับข้อหา ซึ่งรวมถึง ฉ้อโกงเป็นขบวนการ ฟอกเงินเป็นเครือข่าย และขโมยหลักฐานยืนยันตัวตนของบุคคลอื่น แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่กลุ่มผู้ต้องหาเดินทางออกจากอเมริกาแล้ว ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลวอชิงตันจึงประกาศตั้งรางวัลนำจับผู้ต้องหาแต่ละคน คนละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 171 ล้านบาท )
Fourteen North Korean Nationals Indicted for Carrying Out Multi-Year Fraudulent Information Technology Worker Scheme and Related Extortions
— National Security Division, U.S. Dept of Justice (@DOJNatSec) December 12, 2024
????: https://t.co/nMBpeReejK pic.twitter.com/1fFeRgBlFL
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนเชื่อว่า น่าจะมีพลเมืองสหรัฐเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของชาวเกาหลีเหนือทั้ง 14 คนนี้ด้วย โดยภารกิจของกลุ่มคนร้าย จะเน้นไปที่การเป็นพนักงานสัญญาจ้าง หรือการทำงานจากระยะไกล แล้วไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัทบ่อย ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวเกาหลีเหนือยังจ่ายเงินให้กับชาวอเมริกัน เพื่อขอใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตวายฟาย
การกำหนดรางวัลนำจับดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่มีโครงการตอบแทนบุคคลใดก็ตาม ซึ่งสามารถแจ้งเบาะแสที่สามารถช่วยให้พนักงานสอบสวน “ขัดขวาง” กลไกการเงิน หรือเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกิจกรรมของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลเปียงยางส่งแรงงานทักษะสูง ให้ออกไปทำงานหลายด้านในต่างประเทศ แล้วส่งเงินกลับเข้าประเทศ แต่รัฐกลับใช้เงินแทบทั้งหมดไปกับโครงการพัฒนาอาวุธ และเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับบุคคลเพียงไม่กี่กลุ่มในเกาหลีเหนือ
กระนั้น รัฐบาลวอชิงตันยอมรับว่า การดำเนินคดีกับชาวเกาหลีเหนือที่มีความผิดลักษณะนี้ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่การที่เรื่องราวแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง” และเชื่อว่า “อย่างน้อยที่สุด” บริษัทไอทีในสหรัฐยังคงมีชาวเกาหลีเหนือแฝงตัวเข้ามาทำงาน หรืออย่างน้อย นายจ้างต้องเคยสัมภาษณ์พลเมืองเกาหลีเหนือ โดยไม่รู้ตัว
The FBI and DOJ worked to secure the indictment of key members of a North Korean IT worker ring who used stolen identities and other fraud schemes to work remotely for unwitting Western companies, earning millions for the North Korean government: https://t.co/veexYLl2PP pic.twitter.com/0UPq8DhY4k
— FBI (@FBI) December 12, 2024
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐดำเนินคดีลับหลัง กับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที 3 คน สังกัดหน่วยข่าวกรองทหารของเกาหลีเหนือ ฐานก่ออาชญากรรมไซเบอร์โจมตีฐานข้อมูลของหน่วยงานหลายประเทศ ตามคำสั่งของรัฐบาลเปียงยาง
ทั้งนี้ ผู้สันทัดกรณีมองว่า การทำงานของพนักงานไอทีเกาหลีเหนือ หรือพูดให้ง่ายคือ แฮกเกอร์ ที่รัฐบาลเปียงยางส่งให้ไปแฝงตัวในหลายประเทศ มีรูปแบบและเป้าหมายการทำงาน เน้นไปที่การสร้างรายได้ให้กับรัฐ ซึ่งแตกต่างจากแฮกเกอร์ของหน่วยข่าวกรองนานาประเทศ รวมถึง รัสเซีย จีน และอิหร่าน ที่เป็นพันธมิตรกับเกาหลีเหนือ ซึ่งโครงการไซเบอร์เน้นไปที่ การจารกรรมข้อมูลลับของอีกฝ่าย และการสร้างอุปสรรคให้แก่โครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศที่เป็นเป้าหมาย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : Federal Bureau of Investigation ( FBI )



