นอกจากรายการดังกล่าวยังมีรายการจากสาขาต่างๆ  ตำนานสุบินกุมาร เพลงทรงเครื่อง ยิงคันกระสุน ตำนานพระนางสร้อยดอกหมาก ตำนานเขานางหงส์ เรือมอันเร บุญเดือน 3 นมัสการพระธาตุพนม รวม 10 รายการ ที่กระทรวงวัฒนธรรมโดยบอร์ด ICH ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมของชาติ และนับรวมจากปีพ.ศ.2552 ถึงปัจจุบันมี 396 รายการ ทั้งนี้เพิ่มเติมรายการที่ประกาศขึ้นบัญชีได้ทาง www.culture.go.th 

สำหรับรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม ผ้าหม้อห้อม และ เสื่อกกจันทบูร นำเรื่องน่ารู้ คุณค่าความสำคัญการประกาศขึ้นบัญชีฯ โดย “ผ้าหม้อห้อม” เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดแพร่มาอย่างช้านาน เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สืบทอดและพัฒนามาจากรุ่นสู่รุ่น ผ้าหม้อห้อม คือ ผ้าที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากต้นห้อม พืชพื้นถิ่นของภาคเหนือ โดยการนำใบห้อมมาแช่น้าเพื่อสกัดเอาสีย้อมแล้วนำมาใส่ในหม้อดิน เพื่อก่อเป็นหม้อย้อมตามกรรมวิธีพื้นบ้าน จึงเรียกผ้าที่ย้อมจากกระบวนการนี้ว่า “ผ้าหม้อห้อม”

ผ้าหม้อห้อมแม้จะเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สำคัญและยังมีสถานะภาพที่ยังดำรงอยู่ ทั้งมีการผลิตและสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่กำลังจะสูญหายไปคือ ภูมิปัญญากรรมวิธีการย้อมสีจากต้นห้อมแบบดั้งเดิม เนื่องจากสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มรดกภูมิปัญญานี้กำลังเสี่ยงต่อการสูญหาย กล่าวคือ ห้อม เป็นพืชเฉพาะถิ่นที่ต้องอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชื้นและอากาศเย็น เมื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงส่งผลให้ต้นห้อมที่ขึ้นตามธรรมชาติลดหายตามไปด้วย

คุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จากที่กล่าว ผ้าหม้อห้อม เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษของชาวเมืองแพร่ ภูมิปัญญาการย้อมผ้าหม้อห้อมของชาวเมืองแพร่แต่ดั้งเดิม เป็นการนำพืชที่ให้สี คือ ต้นห้อมที่มีในท้องถิ่นมาใช้เป็นสารตั้งต้น และใช้กระบวนการตามแบบแผนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยเริ่มจากการผลิตไว้ใช้ในครัวเรือน แล้วผลิตเพื่อจำหน่าย ด้วยฝีมือและคุณภาพผ้าหม้อห้อมแพร่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ

ทางด้าน “เสื่อกกจันทบูร” อีกหนึ่งรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม โดย เสื่อกกจันทบูร มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติ คือ คุณสมบัติทางธรณีวิทยาของดินในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำและพื้นที่ชายฝั่งทะเล กกที่ปลูกในบริเวณดังกล่าวมีเอกลักษณ์พิเศษ คือ ความเหนียว ผิวมันวาว มีลำต้นยาวและแข็งแรง เหมาะแก่การนำมาใช้ทอเสื่อจันทบูร  และด้วยบริเวณที่ปลูกกกอยู่แถบชายทะเล ดินแถบนั้นมีปฏิกิริยาเป็นกรดและสภาพของน้ำเป็นน้ำกร่อยจึงเรียกว่า“กกน้ำกร่อย” หรือ “กกสองน้ำ”  

ลักษณะพิเศษหรือเอกลักษณ์ จากข้อมูลระบุถึงเอกลักษณ์ ด้านตัวเสื่อ ด้วยที่เสื่อกกจันทบูรทำจากต้นกกที่ขึ้นบริเวณน้ำกร่อย ทำให้มีเส้นใยเหนียว แข็งแรง มีความคงทน มันวาว และสวยงาม เมื่อนำมาทอจะมีความทนทาน แข็งแรง ให้สัมผัสที่นุ่มนวล และมีความมันเงา ประกอบกับใช้เส้นปอเป็นเส้นยืนทำให้มีความทนทาน ด้านลวดลาย จะเป็นลายที่อ้างอิงตามธรรมชาติ อาทิ ลายดำแดงซึ่งเป็นลายดั้งเดิม แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาลายอื่น ๆ มากมาย อาทิ ลายดอกพิกุล ลายถั่วพู ลายรังผึ้ง ลายลูกโซ่ ฯลฯ และ เอกลักษณ์ด้านของสีสัน สมัยก่อนการย้อมสีกกจะใช้สีจากธรรมชาติมี สีแดง สีดำและสีเหลือง ต่อมามีการพัฒนาการย้อมสีทำให้มีสีสันสวยงามมากขึ้น เสื่อกกจันทบูร มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริงที่เกิดจากงานฝีมือหัตถกรรมของชุมชนผ่านการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งบอกเล่าถึงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า