แม้ศูนย์กลางกาสิโนของจีนแห่งนี้ ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลก ด้านรายได้จากการพนัน ในปี 2567 เนื่องจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว หลังการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ชาวเมืองอย่างเหลียง ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากในเศรษฐกิจบางส่วนที่กำลังฟื้นตัว

ในปีนี้ มาเก๊าเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การกลับมาอยู่ในการปกครองของจีน อย่างไรก็ตาม หลายคนรู้สึกร้อนรนมากกว่าเดิมว่า เมืองจำเป็นต้องกระจายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งรัฐบาลปักกิ่ง เรียกร้องมานานหลายปี ทว่าผลลัพธ์กลับไม่น่าประทับใจ

“การทำให้มาเก๊าเป็นสถานที่ซึ่งไม่พึ่งพากาสิโนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราไม่พยายามตอนนี้ มันก็มีจะทางเลือกน้อยลงเท่านั้น” เหลียง วัย 51 ปี กล่าวเพิ่มเติม

เหลียงเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรซึ่งร่ำรวยที่สุดในจีน เพราะความมั่งคั่งจากกาสิโนที่ยาวนาน 20 ปี แต่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในกลุ่มชาวมาเก๊า และนักท่องเที่ยว ทำให้เธอเชื่อว่า วันเวลาเหล่านั้นได้จากไปแล้ว ซึ่งรายได้ในปีนี้ลดลงมากถึง 90% เมื่อเทียบกับช่วงรุ่งเรืองของร้าน

อนึ่ง การพนันในมาเก๊า เริ่มเฟื่องฟูในปี 2545 เมื่อทางการยุติการผูกขาดของนายสแตนลีย์ โฮ นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้ล่วงลับ และนำผู้ประกอบการกาสิโนข้ามชาติที่เรียกว่า “ผู้รับสัมปทาน” เข้ามาในเมืองแห่งนี้

หลังจากนั้น มาเก๊าใช้เวลาไม่ถึง 5 ปี ในการแซงหน้านครลาสเวกัส ในด้านรายได้รวมจากการพนัน (จีจีอาร์) และนำหน้ามาโดยตลอด ยกเว้นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำระหว่างการระบาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการพนัน คิดเป็น 81% ของรายได้ของรัฐบาล ตามตัวเลขล่าสุด นั่นหมายความว่า มาเก๊ามีการกระจายเศรษฐกิจน้อยมาก

“นับตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วเป็นอย่างน้อย รัฐบาลกลางของจีนหวังว่า เศรษฐกิจของมาเก๊าจะกระจายความเสี่ยง แต่มันก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย” นายเอี๋ยง เหมิง-อู่ นักวิชาการด้านการเมือง จากมหาวิทยาลัยมาเก๊า กล่าว “เงินจากการพนันนั้น ได้มาง่ายเกินไป ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว มาเก๊าไม่ต้องทำอะไรมากมายเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง”

กระนั้น บางสิ่งในมาเก๊าเปลี่ยนไป เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งความพยายามต่อต้านการทุจริตของเขา ทำให้อุตสาหกรรมการพนันที่ทำกำไรมหาศาล ถึงคราวสิ้นสุดลง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการกาสิโน 6 แห่งของมาเก๊า ต่ออายุใบอนุญาตเมื่อปี 2565 หลังพวกเขาให้คำมั่นว่าจะลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ โดยจัดสรรเงิน 14,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 510,000 ล้านบาท) สำหรับโครงการต่าง ๆ เช่น สวนสนุก และสถานที่จัดการประชุม

ด้านนายเบ็น ลี หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา “ไอเกมมิกซ์” (IGamiX) กล่าวว่า การที่สีเดินทางเยือนมาเก๊า และต้องการเห็นด้วยตาตัวเองว่า การลงทุนอย่างหนัก และไม่ใช่การพนัน จะส่งผลอย่างไร

ขณะที่ นายวิทาลี อูมานสกี ผู้สันทัดกรณีด้านการพนัน จากบริษัท ซีพอร์ต รีเสิร์ช พาร์ตเนอร์ส กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อความของรัฐบาล สร้างความสับสนในบางครั้ง เนื่องจากภาครัฐต้องการให้อุตสาหกรรมอื่นเริ่มพัฒนา แต่สำหรับมาเก๊า มันจะเป็น “เรื่องที่ยากมาก” ที่จะแข่งขันในภาคส่วนที่เสนอ เช่น บริการทางการเงิน เทคโนโลยี และยาจีน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP