พรรคบาธ ระงับกิจกรรมในซีเรีย หลังกองกำลังฝ่ายกบฏที่นำโดยกลุ่มฮายัต-ตาห์รีร์ อัล-ชาม (เอชทีเอส) โค่นอำนาจรัฐบาลของอัสซาด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และผ่านไป 20 ปีหลังจากพรรคคู่แข่งในอิรักถูกแบน นับเป็นการล่มสลายครั้งสุดท้ายของขบวนการที่ครั้งหนึ่งเคยครองอำนาจอย่างกว้างขวางในทั้งสองประเทศ

“เมื่อไม่มีอัสซาด พรรคบาธในซีเรียก็จะเสื่อมถอยอย่างสิ้นเชิง และผมไม่เชื่อว่า พรรคจะมีโอกาสกลับมาได้อีกครั้ง” นายนิโคลาออส ฟาน ดัม ผู้สันทัดกรณีด้านพรรคบาธ และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพรรค “The Struggle for Power in Syria” กล่าว

อนึ่ง พรรคบาธ ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยมอาหรับ ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2490 โดยมุ่งหวังที่จะผสานอุดมคติสังคมนิยม และชาตินิยมอาหรับเข้าด้วยกัน ซึ่งในช่วงปีแรก ๆ พรรคตระหนักถึงบทบาททางวัฒนธรรมที่สำคัญของศาสนาสำหรับชาวมุสลิม และสนับสนุนรัฐฆราวาสที่สามารถรวมโลกอาหรับที่มีการแบ่งแยกทางนิกายเข้าด้วยกันได้

แต่ในซีเรียและอิรัก ซึ่งมีประชากรหลายเชื้อชาติและหลายนิกาย พรรคบาธได้กลายเป็นเครื่องมือในการปกครองชนกลุ่มน้อย ซึ่งนายซามี มูบาเยด นักประวัติศาสตร์ และนักเขียนในกรุงดามัสกัส กล่าวว่า พรรคบาธในอิรักและซีเรีย ต่างไม่สามารถปฏิบัติตามสโลแกน “ความสามัคคี เสรีภาพ และสังคมนิยม” ของพวกเขาได้

“มันไม่เคยมีเอกภาพ หรือแม้แต่เสรีภาพ ส่วนแนวคิดสังคมนิยมของพวกเขา ก็ถูกทำให้เป็นชาติอย่างหายนะ” มูบาเยด กล่าวเพิ่มเติม

ในเวลาต่อมา พรรคบาธได้พัฒนาเป็นระบอบเผด็จการ ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ในอิรัก และอดีตประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด บิดาของบาชาร์ ในซีเรีย

สำหรับซีเรีย การปกครองของพรรคบาธ ทำให้กองทัพซีเรียสูญเสียดินแดนให้กับอิสราเอล ในสงครามปี 2510 และประสบกับความเสียหายอย่างหนักอีกครั้ง ในความขัดแย้ง 6 ปีหลังจากนั้น ขณะที่พรรคบาธในอิรัก ไม่สามารถเอาชนะอิหร่านในสงครามปี 2523-2531, เปิดฉากรุกรานคูเวตเมื่อปี 2533 และล่มสลายภายใต้การแทรกแซงของแนวร่วมที่นำโดยสหรัฐ ในปี 2546

แม้พรรคบาธในสองประเทศมีรากฐานเดียวกัน แต่ต่างฝ่ายต่างเป็นคู่แข่งต่อกัน เนื่องจากซีเรียสนับสนุนอิหร่าน ในการทำสงครามกับอิรัก เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1970 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางนิกายที่ยังคงมีอยู่

กระนั้น การปกครองของพรรคบาธทั้งสองพรรค ก็อาศัยวิธีการที่คล้ายคลึงกัน ในการบีบบังคับฝ่ายตรงข้ามภายในประเทศของพวกเขา นอกจากนี้ ความคล้ายคลึงที่โดดเด่นอีกประการหนึ่ง คือ บรรดาผู้ปกครองทั้งในอิรักและซีเรีย กลายมาเป็นพรรค รวมถึงมีสถาบันของตนเอง และอยู่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ มูบาเยดกล่าวว่า แม้การเสื่อมถอยของพรรคบาธ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อุดมคติที่พรรคยกย่องเชิดชู อาจไม่สลายหายไป ซึ่งแนวคิดชาตินิยมอาหรับ อาจฟื้นคืนกลับมาในสักวันหนึ่ง ทว่ามันจะไม่ได้มาจากพรรคบาธอย่างแน่นอน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP