นายโมฮาหมัด ฮาซัน รมว.การต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การทำหน้าที่ของนายทักษิณ “ไม่ใช่ตำแหน่งที่เป็นทางการ” และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการบริหารอาเซียน พร้อมทั้งยืนยันว่า จะมีการแต่งตั้งบุคคลจากประเทศอื่นอีก ซึ่งจะมีการประกาศอีกครั้ง ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้

ต่อข้อซักถามที่ว่า เพราะเหตุใดผู้นำมาเลเซียจึงเลือกนายทักษิณ รมว.การต่างประเทศมาเลเซีย ตอบว่า อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยและบุคคลสำคัญอีกหลายคน มีความใกล้ชิดกับนายอันวาร์มานาน และเชื่อมั่นว่า ทุกคนจะสามารถนำเสนอ “แนวคิดที่ลึกซึ้ง” เพื่อการพัฒนาและบูรณาการอาเซียนต่อไปได้

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่มัสยิดปุตรา ในเมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย 16 ธ.ค. 2567

ในส่วนของนายทักษิณนั้น ผู้นำมาเลเซียมองว่า เป็นบุคคลซึ่ง “ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี” จากสหรัฐ และเป็นผู้ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน อีกทั้งยังคงมีอิทธิพลในไทย ตามมุมมองของรัฐบาลมาเลเซีย

ขณะที่ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า “เป็นการใช้อำนาจตามขอบเขต” ของนายอันวาร์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และเป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรม ในฐานะผู้นำมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม ดร.มหาเธร์ ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั้นอันวาร์บนเส้นทางการเมือง กล่าวว่า “ไม่เข้าใจ” ว่าเพราะเหตุใดต้องเป็นนายทักษิณ เนื่องจากยังมีบุคคลอื่นและหนทางอื่นอีกมากมาย ยิ่งไปว่านั้น นายทักษิณมีคดีความและข้อครหาทางการเมืองมากมายในไทย ในเรื่องของการใช้อำนาจมิชอบ

ทั้งนี้ เป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของอาเซียน ที่ประเทศซึ่งทำหน้าที่ประธาน แต่งตั้ง “ที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ” แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาเซียนมักแต่งตั้งนักการเมืองหรือนักการทูตอาวุโส หรือผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านที่เกี่ยวข้อง ให้ดำรงตำแหน่งในคณะทำงาน แต่การแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้นล้วนมาจากความเห็นชอบของสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ

นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว ส่งมอบค้อนสัญลักษณ์ประธานอาเซียน ให้แก่นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ในพิธีที่นครหลวงเวียงจันทน์ 11 ต.ค. 2567

หลังประกาศแต่งตั้งนายทักษิณ ผู้นำมาเลเซียยังไม่กล่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ขณะที่โดยหลักการ การลงมติของอาเซียนในทุกเรื่อง ย่อมต้องได้รับฉันทามติจากสมาชิกทุกประเทศ ดังนั้น ต่อให้มาเลเซียในฐานะประธาน ต้องการให้ “คำแนะนำ” ของนายทักษิณ มีผลในเชิงนโยบาย ยังไม่มีอะไรสามารถเป็นหลักประกันได้ว่า จะได้รับความเห็นชอบและร่วมมือจากสมาชิกทุกประเทศ

ตอนนี้ ปัญหาระดับภูมิภาคที่เรื้อรัง และอาเซียนยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ข้อพิพาททะเลจีนใต้ และวิกฤติการณ์ในเมียนมา ซึ่งเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 บางทีนายอันวาร์อาจต้องการให้ความคิดเห็นของที่ปรึกษาส่วนตัว ช่วยให้สมาชิกทั้งหมดมีฉันทามติร่วมกันได้มากขึ้น เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของอาเซียนดูมีความเป็นเอกภาพมากขึ้นในสายตาชาวโลก

แต่เรื่องทะเลจีนใต้และเมียนมา เป็นความขัดแย้งที่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า “ยากจะแก้ไขให้ได้ลุล่วงและราบรื่น” ไม่ว่าประเทศใดจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปีนั้นก็ตาม ด้วยคู่ขัดแย้งและผู้เล่นที่มีบาทอยู่เบื้องหลังนั้น มีจำนวนมากกว่าที่มีการแสดงบทบาทอย่างเป็นทางการ

แม้รัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วมกำหนดแนวทางฉันทามติ 5 ข้อ ในการประชุมอาเซียนวาระพิเศษ เมื่อปี 2564 และการที่อาเซียนจัดตั้งสิ่งที่เรียกว่า “กลไกทรอยกา” หรือ “กลไกสามประสาน” ที่หมายถึงประธานอาเซียนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต 3 ประเทศในช่วงเวลานั้น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการทูต ในการบรรเทาความตึงเครียดของสถานการณ์ในเมียนมา แต่ความพยายามแทบไม่เป็นผล “การทูตแบบปิดเงียบ” หรือ “การทูตแบบไกล่เกลี่ย” ที่เน้นการเจรจาเบื้องหลัง ซึ่งไทยและอินโดนีเซียดำเนินอยู่ ดูมีความคืบหน้ามากกว่า ทว่าในบางโอกาส ราวกับว่า การดำเนินการ “เงียบเกินไป”

พ.อ.ตาน ส่วย รมว.การต่างประเทศเมียนมา

ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้นำมาเลเซียแสดงท่าทีเอนเอียง ไปทางความคิดเห็นของที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อนั้นจะเป็นจุดอ่อนที่สะท้อนออกมาทันที เกี่ยวกับ “ความเชี่ยวชาญเชิงระบบ” หรือกล่าวให้ง่ายคือ “ความพร้อม” ของมาเลเซีย ในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน และ “ความเป็นอิสระ” ของประธานอาเซียน ในการเป็นผู้นำและผู้ตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความโปร่งใส และความเป็นเอกภาพของอาเซียน ที่จะกลายมาเป็นคำถามด้วย ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย ที่มีต่อตัวนายอันวาร์

เหตุผลประกอบการตัดสินใจของนายอันวาร์ ในการแต่งตั้งนายทักษิณให้ทำหน้าที่นี้ ไม่มีใครทราบดีมากที่สุด และเข้าใจมากที่สุดเท่ากับตัวผู้นำมาเลเซียอยู่แล้ว ความสนิทสนมส่วนบุคคลซึ่งยาวนานหลายสิบปีอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง และ “ผลประโยชน์ร่วม” ก็น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดัน

นายอันวาร์กำลังทำให้อาเซียนมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนมากขึ้น ในการเป็น “old boys’ club” ซึ่งป็นเครือข่ายการเอื้อประโยชน์ระหว่างกลุ่มคนที่มี “เป็นแบบเดียวกัน” มีความคิดเห็น จุดยืน และรสนิยมไปในทางเดียวกัน โดยตอนนี้ ผู้นำมาเลเซียใช้คำว่า “ที่ปรึกษาพิเศษอย่างไม่เป็นทางการ” สร้างคอนเนกชัน หรือช่องทางพิเศษ ทางการเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่ถือเป็น “พวกพ้องเดียวกัน”.

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : AFP