พรรคการเมืองเก่าแก่อย่าง “ประชาธิปัตย์” กลับมามีความคึกคักอีกครั้ง ทั้งด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ทุกฝ่ายในสนามนี้ต้องเร่งเครื่องเตรียมความพร้อมรอนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งรอบใหม่ และด้วยผลโพลของหลายสำนักสะท้อนความคิดเห็นประชาชนที่มองว่า “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคฯ คนที่ 8 คู่ควรท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถูกจับตามองถึงความเคลื่อนไหวและอนาคตทางการเมืองนับจากนี้ “ทีมการเมืองเดลินิวส์” จึงมาสนทนากับหนึ่งในแกนนำสำคัญของค่ายสะตออย่าง “นิพนธ์ บุญญามณี” รมช.มหาดไทย ที่ควบตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รักษาการดูแลภาคใต้
โดย “นิพนธ์” ได้เปิดฉากกล่าวว่า กระแสนิยมของหัวหน้าพรรคและภาพรวมของพรรคเวลานี้ ประชาชน เริ่มมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์ จากที่หัวหน้าพรรคให้นโยบายว่า พวกเราต้องทำมากกว่าพูด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน ซึ่งตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา พวกเราจึงลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ ไปพบปะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วนำมาแก้ไข บางเรื่องถูกนำมารายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำไปสู่การแก้ไข อะไรเป็นสิ่งที่ต้องคุยกันหลายกระทรวง ก็ต้องแจ้งในที่ประชุมแล้วอาศัยอำนาจของนายกรัฐมนตรีประสานกับกระทรวงอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ประชาชนเริ่มมั่นใจกับพรรค จึงทำให้เรามั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะกลับมา

และอีกสิ่งสำคัญ คือนโยบายของพรรค คือการประกันรายได้เกษตรกร ที่รัฐบาลรับไปเป็นนโยบายรัฐบาล ได้ทำให้เกษตรกรราว 13-14 ล้านครัวเรือนพึงพอใจ เพราะแม้ราคาสินค้าเกษตรกรบางตัวจะตกต่ำ แต่เรามีเงินส่วนต่างให้เกษตรกร ทำให้ปัจจุบันเราไม่ได้เห็นภาพเกษตรกรมาร้องเรียนเรื่องสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อเราทำได้ตามที่พูดหรือสัญญาไว้ ประชาชนเริ่มเห็นว่าเมื่อเราพูดแล้วทำ เกิดมีผลสัมฤทธิ์ นอกจากนี้ เราเป็นตัวหลักดูแลกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บวกกับอีกหลายกระทรวงที่ปชป.ร่วมดูแล ดังนั้น ทุกนโยบายในกระทรวงเหล่านี้ดูแลครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ยิ่งทำให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้ทำมากกว่าพูด
@ นอกจากงานในฐานะรัฐบาลแล้วพรรคประชาธิปัตย์ ทำงานฟื้นฐานเสียงสำคัญคือภาคใต้ อย่างไรบ้าง
ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคเสียฐานที่มั่นในภาคใต้มากพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในอดีต ประมาณ 15-20 ปี จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้สักครั้ง อาทิ เมื่อปี 2521 ปชป.ที่มีพ.อ.ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรค แข่งกับหลายพรรคที่มาแรงในตอนนั้น “พ.อ.ถนัด”ได้รับเป็นส.ส.คนเดียวในกทม. เราถูกปรามาสว่าจะสูญพันธุ์ แต่ในยุคถัดมาเราได้ส.ส.เกินร้อยที่นั่ง แล้วร่วมรัฐบาลของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อมาถึงวันนี้ ปชป.ยังอยู่ ส่วนคนที่เคยปรามาสและพรรคที่เคยมาแรงมากในอดีต ตอนนี้หายไปหมดแล้ว

ทั้งนี้หลังจากที่เราได้ทบทวนตัวเอง ถอดบทเรียนความผิดพลาด เราจะไม่เดินซ้ำรอยเดิม สำหรับภาคใต้ยังเป็นฐานที่มั่นหลักของพรรคประชาธิปัตย์ และยังเชื่อว่าเราจะสามารถยึดพื้นที่ในภาคใต้คืนมาได้มากขึ้นแน่นอน เพราะราคายางพาราและปาล์มดีขึ้น ทำให้เกษตรกรพอใจ ประกอบกับตอนนี้ บางเขตมีหลายคนมาเสนอตัวขอทำงานด้วย และเราก็หาสมาชิกเข้าพรรคได้ง่ายขึ้น การทำกิจกรรมของพรรคได้รับความร่วมมือมากขึ้น จึงเป็นอีกสัญญาณที่บอกว่า “ประชาธิปัตย์” กำลังจะฟื้น
@ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกมองว่าคนที่ยังเลือกพรรคมีแต่คนรุ่นเก่าส่วนคนรุ่นใหม่หันไปเลือกพรรคอื่น
เราให้ความสำคัญกับการสร้างคนมาตลอด คือ ยุวประชาธิปัตย์ สร้างคนรุ่นต่อรุ่น และเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวเข้ามาทำงาน เพราะเขาจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคในวันข้างหน้า ยกตัวอย่าง “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” เป็นคนรุ่นใหม่ เราให้เขาเป็นประธานทีมเศรษฐกิจทันสมัย เป็นรองหัวหน้าพรรคด้วย ขณะเดียวกัน พรรคเราต้องปรับตัว ใช้สื่อเทคโนโลยี เข้าหาคนรุ่นใหม่ เพิ่มการทำกิจกรรมกับคนรุ่นใหม่ ให้เขาเห็นว่าเราเปิดโอกาสให้คนทุกรุ่น แต่ประชาธิปัตย์จะไม่ทำอะไรโดยคิดแต่ให้เกิดความสะใจ มิฉะนั้นอาจสร้างปัญหาในอนาคต ถ้าเราคิดว่าเป็นพรรคที่อยู่ยาว เราต้องรับผิดชอบในวันข้างหน้าด้วย นี่คือบริบทหนึ่งที่เราต้องระดมสมอง ทบทวนอดีต แล้วมองไปข้างหน้า

@ พรรคจะชูอะไรเป็นจุดขายในสนามการเมืองยุคใหม่
เราไม่เน้นตัวใครคนใดคนหนึ่ง ตัวบุคคลเป็นการเสริมทัพให้มีความแข็งแกร่ง พรรคเรามีผู้ใหญ่หลายคนที่ยังเป็นพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำแก่สมาชิกรุ่นใหม่ที่ทอยเข้ามา และในอนาคตอันใกล้ ถ้ามีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็จะได้เห็นทีมงานรุ่นใหม่ของประชาธิปัตย์มาทำงานการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวตนของประชาธิปัตย์ทุกยุคว่าเราขายความเป็นทีมใหญ่ ยึดหลักการใช้ความเป็นผู้นำรวมหมู่ ชูความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เป็นจุดขายของเรา

@ หันมาดูพื้นที่จุดอ่อนอย่างภาคอีสาน ประชาธิปัตย์ เดินหน้าฟื้นฐานเสียงนี้อย่างไร
พื้นที่ภาคอีสานเป็นการบ้านข้อใหญ่ของเราที่ต้องตีโจทย์ให้แตก พยายามทำข้อสอบข้อนี้ให้ได้ ถอดบทเรียนสำหรับภาคนี้ ระดมคนจากทุกส่วนเข้ามา และทบทวนวิธีที่เคยใช้บริหารจัดการพื้นที่นี้ แล้วไม่สำเร็จ โดยตอนนี้เราแบ่งผู้รับผิดชอบมาช่วยรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลเป็นกลุ่มจังหวัด ส่งคนลงสมัครในเขตเป้าหมายหรือเขตที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด และให้คนรุ่นใหม่มาร่วมทำงาน เราส่งสิ่งของจำเป็นผ่านตัวแทนของพรรคไปช่วยชาวบ้าน ทำให้ได้ซึมซับปัญหาชาวบ้านมากขึ้น
และจากการที่เราทำนโยบายประกันรายได้เกษตรกร และเรื่องโฉนดที่ดิน แล้วเราได้อธิบายความสำคัญ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างแรงจูงใจคนรุ่นใหม่ได้เยอะมาก ปัญหาที่ดินทำกินและเรื่องน้ำเป็นสิ่งสำคัญมากในภาคอีสาน ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกระทรวงเกษตรฯ ดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการผลิต เรื่องที่ดิน น้ำ การส่งเสริมการค้าขายทางออนไลน์ สิ่งเหล่านี้ได้เริ่มเปลี่ยนทัศนคติของคนในภาคอีสานที่มีต่อพรรค แม้เป็นข้อสอบที่ยาก แต่เราจะทำให้ดีที่สุด จึงกล้าการันตีว่ารอบนี้ปชป.จะได้ส.ส.ในภาคอีสานเพิ่มขึ้นแน่นอน

@ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์แข็งแรงพร้อมลงแข่งขันแล้วหรือยัง หากจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็วๆนี้
ถ้าเป็นการเตรียมความพร้อมตามกฎหมายที่มีอยู่ ตอนนี้ประชาธิปัตย์มีความพร้อม เรื่องตัวผู้สมัครส.ส.ในภาคใต้ มีตัวเลือกพร้อมทุกเขต ถ้าเคาะมาวันไหน ก็ทำได้เลย กทม.เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ หากดูภาพรวม 5 ภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และกทม. เรามีตัวเลือกที่ดีในหลายพื้นที่



