@เรื่องของ”การบ้านการเมือง” หลังการกลับจาก”สาธารณรัฐประชาชนจีน” ของ”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี พร้อม”ยิ้มแก้มปริ” กับคำชมของ”สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดี”สาธารณรัฐ”ประชาชนจีน ที่”รัฐบาลไทย” จริงจัง กับการ”ปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์” ที่” ตั้งหลัดปักฐาน” อยู่ในฝั่ง” ประเทศเมียนมา” และ”กัมพูชา” …..ความจริงเรื่องนี้”แพทองธาร ชินวัตร” รวมทั้ง” เสนาบดี” กระทรวงต่างๆ ไม่ต้อง”ดีอกดีใจ” กับคำ”ชื่นชม” ของ” ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง” ให้ ออกหน้าออกตา” เพราะถ้า”รัฐบาลจีน” ไม่ส่ง” รัฐมนตรี”ความมั่นคงสาธารณะ มาทำการ” เค้นคอ” ให้”รองนายกรัฐมนตรี” ภูมิธรรม เวชยชัย” เพื่อให้”รัฐบาล” ปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์” แบบมายืน”ค้ำหลัง” ป่านนี้การ”ตัดไฟฟ้า”จาก”การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” การ”ตัดสัญญาญสื่อสาร” จาก” โทรคมนาคม” การตัด”อินเตอร์เนต” จาก” กสทช.” และการสั่งให้”ผู้ประกอบการ” งดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังฝั่ง”ประเทศเมียนมา” ยังไม่เกิดขึ้นก็ได้ ที่การ”จัดการ” กับ”แก็งค์คอลเซ็นเตอร์” ที่เป็น”อาชญากรรมข้ามชาติ “ เป็นไปด้วยความ”รวดเร็ว” ในครั้งนี้เป็นเพราะ”รัฐบาลจีน” ดำเนินการ”สั่งการ” อยู่เบื้องหลัง ที่”ไม่ทำไม่ได้”ต่างหาก ดังนั้นการ”ดีอกดีใจ” กับคำ”ชื่นชม” ของ” สี จิ้นผิง” น่าจะเปลี่ยนเป็นคำ”ขอบคุณ” จาก”คนไทย” มากกว่า เพราะถึงแม้ว่าการเข้ามา”สั่งการ” ของ” รัฐบาลจีน” ต่อ” เสนาบดีฝ่ายความมั่นคง” จน”รัฐบาล”ของ” แพทองธาร ชินวัตร” ต้อง”ลุกลี้ลุกลน” เรียกประชุมแบบ”ไฟลนก้น” จะเป็นการ”เสียเกียติภูมิ” ของ”ประเทศไทย” และของ”คนไทย” ไปบ้าง ในกรณีที่ให้” รัฐบาลจีน” หรือ” เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของจีน” เข้ามา”ก้าวก่าย” การ”บริหารราชการแผ่นดิน” ของ” รัฐบาล” แต่ก็ทำให้”รัฐบาล” ต้อง”จัดการ” กับ”แก็งค์คอลเซ็นเตอร์”แบบที่เรียกว่า ทุกหน่วยงานต่างทำงานอย่าง”รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม” อย่างน้อยวันนี้”แก็งค์คอลเซ็นเตอร์” ก็มี”ไฟฟ้า” ใช้น้อยลง” ไม่มี”อินเตอร์เนต”ใช้อย่าง”สะดวกสบาย” ในการใช้”หลอกลวง”ให้เกิดการ”สูญเสีย”ของคนหลายชาติ หลายภาษา และการใช้”แรงงานทาส” ก็ลดน้อยลง…..
@ความจริง การจัดการกับ”แก็งค์คอลเซ็นเตอร์” รัฐบาล สามารถ”จัดการ”เองได้ โดยไม่ต้องมี” รัฐมนตรี” จาก”รัฐบาลจีน” เข้ามา”กำกับดูแล” แต่ที่ผ่านมา” รัฐบาล” ไม่ทำไม่ใช่เรื่องการเกรงใจ”ประเทศเมียนมา” หรือกลัวว่าผู้ที่”ซื้อกระแสไฟฟ้า” จะมีการ”ฟ้องร้อง” เมื่อมีการ”ตัดไฟ” เช่นเดียวกับที่”หน่วยงาน”โทรคมมนาคม” และ”กสทช.”ปล่อยปละละเลย” ไม่ดำเนินการในเรื่อง”สัญญาณโทรคมนาคม ในเรื่องของ”อินเตอร์เน็ต” ในเรื่องของ”บริษัทมือถือที่เป็นเจ้าของซิมการด์” ที่ขายให้”แก็งค์คอลเซ็นเตอร์” โดยไม่มีการ ”ควบคุม” ทั้งหมดมาจากเรื่อง”ผลประโยชน์” ของแต่ละหน่วยงาน ที่ต้องการ”ค้ากำไร” จาก”แก็งค์คอลเซ็อนเตอร์” โดยไม่สนใจความ”เสียหาย”ของ”ประเทศชาติความ”สูญเสีย”ของ”ประชาชน”…… และที่ “สำคัญที่สุด” คือ” เจ้าหน้าที่”ได้รับ”ส่วยสาอากร” หรือ” ผลประโยชน์” จาก” แก็งค์คอลเซ็นเตอร์” ที่ถูก”แจกจ่าย” อย่างทั่วถึง ซึ่งล่าสุด มี”นายตำรวจ” ในพื้นที่”แนวชายแดน” ถูกสั่งย้าย และตั้ง”กรรมการสอบสวน” เพื่อ”หาข้อเท็จจริง นั้นคือ”เรื่องผลประโยชน์” จาก”ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ”……แต่ที่ แปลกใจ” ทำไม” เรื่องการ”รับส่วย” จึงมีเพียง”ตำรวจ” ที่ถูกย้าย แต่”เจ้าหน้าที่” ใน”กระทรวงอื่นๆ” จึงไม่ถูก”เด้ง” จาก”พื้นที่” เชื่อได้อย่างไรว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะเป็นผู้”บริสุทธิ์ผุดผ่อง” เพราะต่างก็มีหน้าที่ในการ”รับผิดชอบ” ร่วมกัน ทำไมจึงยัง”อยู่ดีกินดี” ไม่ถูก”เด้ง” ออกจากพื้นที่อย่าง”ตำรวจ” ก็ แปลกเนอะประเทศนี้……
@พูดถึงเรื่องของ”ตำรวจ” ก็มีประเด็นที่เกิดขึ้นใหม่ ระหว่าง” บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” อดีตรอง ผบ.ตร. กับ”ประธานสภาผู้แทนราษฎร์” อย่าง” วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ในเรื่องการ”แอบอัดคลิป” ในการนำ”บุคคล” เข้าพบ และกลายเป็น”ข่าวใหญ่โต” ณ ขณะนี้ และกลายเป็นเรื่องที่”สังคมให้ความสนใจ” เพราะบุคคลอย่าง” อาจารย์วันนอร์” เป็น”บุคคล” ที่ ประชาชนให้ความ “เชื่อถือ” ใน”เกียรติภูมิ”ในการเป็น”นักการเมือง” ที่ไม่มี”ด่างพร้อย” เรื่องนี้จะมี”จุดจบ”อย่างไร ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด…..แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ก็ทำให้ชื่อของ”บิ๊กโจ๊ก”กลายเป็น”ข่าวใหญ่” หลังจากที่ชื่อของ” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” หายไปจาก”กระแสสังคม”ไปพักใหญ่ หลังจากนี้ ชื่อของ”บิ๊กโจ๊ก” คงจะกลับมา”ติดชาร์ต” ของ”สื่อ” อีกหลายวัน และมีชื่อของ”บุคคลภายนอก” เข้ามา”เกี่ยวข้องด้วย” และต้องการการ”แจ้งความ” เพื่อ”ดำเนินคดี” จากฝั่งของ”ผู้เสียหาย”……ซึ่งก็”สอดคล้อง”กับ กรณีของ”คดีเว็ปการพนันออนไลน์มินนี่” ที่มีข่าวไม่มีชื่อของ”บิ๊กโจ๊ก” เข้าไปเกี่ยวข้อง ที่ทำให้”ตำรวจ” เจ้าของสำนวน ต้อง”หอบหลักฐาน” ไปให้”อัยการ” กลายเป็นเรื่องที่”สังคม” ให้ความ”สนใจ” เพราะในการดำเนินการ”กับเว็ปการพนันมินนี่” เคยเป็น”ข่าวใหญ่ครึกโครม” มี”นายตำรวจจำนวนมาก” ที่ติดอยู่ใน”ร่างแห” แต่ ณ วันนี้จะมี”ปลาหลุดแห” แบบ”ง่ายๆ” จึงกลายเป็น”ข้อสงสัย” ของ”ประชาชน” ทั้งประเทศ….. เช่นเดียวกับ คดีของ”ตู้ห่าว”ผู้มี”อิทธิพลชาวจีนแผ่นดินใหญ่” ที่ถูกตั้งข้อหาเป็น”อาชญากรรมข้ามชาติ” เป็นคดีที่”ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน” แต่สุดท้ายกลายเป็น”บ้องกัญชา” เพราะมีข่าวว่า”ตู้ห่าว” จะหลุดรอดจาก”ร่างแหของกฎหมาย” เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องมีผู้”รับผิดชอบ” ว่าทำไมสำนวนการ”เอาผิด” กับ”ตู้ห่าว” ที่วันที่”จับกุม” ถูกแถลงว่า”หนักแน่นดังขุนเขา” และสุดท้ายจึงกลายเป็น”เบาหวิวปานขนนก” ขบวนการ”ยุติธรรม” ตั้งแต่”ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” ต้องให้คำตอบกับ”ประชาชน” อย่าปล่อยให้มีความ”คลางแคลงใจ” กับ”ขบวนการยุติธรรม” ของประเทศไทย…..
@ส่วนเรื่อง”เผือกร้อน” ทางการเมือง นอกจากเรื่องของ”เทวดาชั้น 14 “ ยังมี”ประเด็น” จาก”ศัตรู” ของ”ทักษิณ ชินวัตร” อดีต”นายกรัฐมนตรี” ที่ยัง”เดินหน้า” ในการ”ขุดคุ้ย” เพื่อการ”เอาผิด” ซึ่งล่าสุด” มิตรรัก” อย่าง” พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์”เตมียเวช” ก็ออกมา”กระชากลากถู” เพื่อทำการ”เปิดแผล” ของ”ทักษิณ ชินวัตร” อีกครั้ง ก็ถือว่า แม้หลายฝ่ายจะเชื่อว่า เรื่องของ”เทวดาชั้น 14 “ จะไม่”ระคายผิว” ของ”ทักษิณ ชินวัตร” เพราะเชื่อว่าการเดินทางกลับประเทศของ”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีเดินทางมาเพื่อ”ติดคุก” แต่เป็นการ”กลับประเทศ” เพื่อ” ทำหน้าที่ตามดีลลับ” แต่เมื่อเรื่องทั้งหมดยัง”ไม่สะเด็ดน้ำ” ก็ต้องติดตาม”ตอบจบ” กันต่อไป…..และอีกเรื่องที่เป็นเรื่องของ”รัฐบาลผสม” เมื่อ”พรรคภูมิใจไทย” โดย”อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรค และ “รองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย” ประกาศไม่ร่วม”สังฆกรรม” กับการแก้”รัฐธรรมนูญ” เพราะมีความ”ขัดแย้ง”กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูณ ปี 2564 ที่กำหนดให้ทำประชามติก่อน จึงจะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่ก็เป็นอีก”ประเด็นทางการเมือง” ในเรื่องความ”เห็นต่าง” ของการ”แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่มีการเสนอต่อ”สภาผู้แทนราษฎร” และมีการ”ประชุมร่วมระหว่าง”สส. กับ”สว. …….
@รัฐบาลของ”แพทองธาร ชินวัตร” เลือกเอา”จังหวัดสงขลา” ในการ”ประชุม ครม.สัญจร”เป็น”จังหวัดแรก” ของปี 2568 ในระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2568 โดยจะมีการลงพื้นที่ “จังหวัดพัทลุง” ก่อนในวันที่ 17 และมีการประชุม”ครม.ในวันที่ 18 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อ “ผลักดัน” นโยบายต่างๆของรัฐบาลในทุกจังหวัดของภาคใต้ เช่น การพัฒนาการเกษตรสู่การเกษตรสมัยใหม่ และ เกษตรมูลค่าสูง ( ด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ สมุนไพร และ ไม้เศรษฐกิจ ) การท่องเที่ยว …..นั้นเป็นเรื่องที่ต้อง”ผลักดัน” ให้เกิดกับพื้นที่ของภาคใต้ แต่สิ่งที่เห็น”ทนโท่” ว่าเป็นปัญหา และเป็นเรื่อง”ผิดกฎหมาย” เช่น”โพงพาง”เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย” จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 ปาก ใน ทะเลสาบสงขลา และมีอยู่ 150 ปาก ที่”ขวางร่องน้ำการเดินเรือ” มีการแก้ปัญหามานานกว่า 10 ปี แต่ไม่”สำเร็จ” เรื่องนี้ “นายกรัฐมนตรี”ต้องเรียก” กรมประมง” และ”กรมเจ้าท่า” มาถามว่าทำไม จึงปล่อยให้มีการทำ”ผิดกฎหมาย”ในพื้นที่ และอีกเรื่องถ้าต้องการ”ผลักดัน” การท่องเที่ยว เรื่องการ”รุกล้ำ” สร้างสิ่งปลูกสร้าง” มากมายใน”ทะเลสาบ”รอบๆ”เกาะยอ” อ.เมือง จังหวัดสงขลา ซึ่ง”ศาลปกครอง” มีคำสั่งให้รื้อถอนแล้ว แต่ไม่มีใคร”ปฏิบัติตาม” จน”ทะเลสาบสงขลา” กลายเป็น”ทะเลสาบ” ที่เต็มไปด้วย”สิ่งของที่” อุจาดตา” แทนที่จะเป็น”ทัศนียภาพ” ที่สวยงามสำหรับการท่องเที่ยว….. หรือปัญหาของ”อความเรี่ยมหอยสังข์” ที่”เชิงสะพานติณสูลานนท์” ที่ถูก”ทิ้งร้าง” มานานถึง 15 ปี และ”ผลาญงบประมาณ”ไปแล้ว 1,400 ล้าน แต่ใช้งานไม่ได้ เพราะมีการ”ทิ้งงาน” ที่สำคัญในการ”สอบสวนเพื่อหา”คนโกง”ของ”ปปช.” 15 ปี ผ่านไปยังไม่มีความ”คืบหน้า” ผู้ที่”ร่วมโกง” หลายคน”เสียชีวิต”ไปแล้ว ก็มี เรื่องนี้คือเรื่องที่”คนสงขลา” ฝากถึง”รัฐบาลเพื่อไทย” ให้ดำเนินการกับผู้”ฉ้อโกง”และต้อง”จัดการ” กับ”อควาเรี่ยมหอยสังข์” อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่ควรให้”อความเรี่ยมหอยสังข์” ยืน”อวดโฉม” เพื่อ”ประจาน”ถึงการ”ทุจริต” ที่เกิดขึ้น ถ้าเดินต่อไปไม่ได้รีบเอา”คนผิด” มา”ติดคุก” และ”ทุบทิ้ง” ประติมากรรมหอยเน่า ให้จบสิ้น จะได้ไม่เป็น”หนามตำใจ” ของคนสงขลา และถ้าเรื่อง “สาม สี่ เรื่อง “ ที่เห็นความผิดอยู่”ทนโท่” รัฐบาล ยังแก้ไม่ได้ ก็”ป่วยการ” ที่จะ”เสนอโครงการอื่นๆ” เข้ามาเพื่อเป็น”ยาหอม” ของคนภาคใต้”…..
@สำหรับ สงขลา ยังมีอีกเรื่องคือเรื่องของ”ผังเมือง” เช่น”ผังเมือง”ในพื้นที่ ตำบลพะวง อ.เมือง สงขลา ที่ห้ามมิให้มีการก่อสร้าง”ตึกสูงเกินห้าชั้น” และขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการยื่นเพื่อ”แก้ไขกฎหมายผังเมือง” แต่พบว่ามี”บริษัทมหาชน” แห่งหนึ่งในพื้นที่ซึ่ง”ประกอบการอาหารแซ่แข็ง” กำลังก่อสร้าง “อาคารสูง 8 ชั้น เพื่อให้เป็น”โกดัง”ที่ทันสมัย โดยมีการ”ยื่นแบบแปลนการก่อสร้าง” และมีการสร้างไปแล้วหลายชั้น เรื่องนี้เป็นการผิด”กฎหมายผังเมือง” หรือไม่ อย่างไร คนเป็น”โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา” ต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง……
@ก็ไหน “รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง” สหายใหญ่”ภูมิธรรม เวชยชัย” ได้เคย แถลงข่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 จะมีการสั่งการให้”เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย” ทำการ”ซีลแนวชายแดน” ทุกด้าน เพื่อป้องกันการ”หลบหนีเข้าเมือง” แต่ทำไม่วันนี้”ผู้หลบหนีเข้าเมือง” ทั้ง”เมียนมา” และ”โรฮิงยา” รวมทั้ง” สปป.ลาว” และ อื่นๆ ยัง”ทะลักทลาย” เข้ามาอย่าง”ผิดกฎหมาย” ยกตัวอย่าง”ในพื้นที่ “จังหวัดภาคใต้” ตั้งแต่”ชุมพร” จนถึง”สงขลา” มีการ”จับผู้หลบหนีเข้าเมือง” ได้ทุกวัน” และจากการ”สอบสวน” ผู้ที่ถูก”จับกุม” ทราบว่าเป็นการทำอย่างเป็น”ขบวนการ” และ”ปลายทาง” ของ”ผู้หลบหนีเข้าเมือง” คือ”ชายแดนจังหวัดนราธิวาส” เพื่อข้ามไปยัง”ประเทศมาเลเซีย” การที่”ผู้หลบหนีเข้าเมือง” ยังเดินทางมาได้อย่าง” มากมาย” แสดงว่าการ”ซีลแนวชายแดน” ตามที่”สายหายใหญ่” ภูมิธรรมเวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” ไม่ได้ผล เจ้าหน้าที่ยังคง”ล้มเหลว”ในการ”ป้องกันแนวชายแดน” ใช่หรือไม่ และเรื่องนี้เป็นเช่นเดียวกับเรื่องของการ”ปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์” ที่ไม่ได้ผล จนต้องให้” รัฐบาลจีน” เข้ามา”สั่งการ” จึงจะได้ผล ใช่ หรือ ไม่”……พื้นที่แนวชายแดนด้าน “จังหวัดระนอง” โดยเฉพาะชายแดนด้าน”อำเภอกระบุรี” เป็นเส้นทางของเถื่อนจาก”ประเทศเมียนมา” เช่น” ยางพาราเถื่อน” ปาล์มน้ำมันเถื่อนข้าวโพดเถื่อน และ สัตว์น้ำ ที่ถูก”ลับลอบ”นำเข้ามาจากฝั่งของ”เมียนมา”มายัง”ฝั่งไทย” เพราะมี”ราคาที่สูงกว่า” แต่ที่เป็นเรื่อง”ตลกร้าย” คือไม่มีการ”จับกุม” ไม่มี”คดี” การ”ลักลอบ”นำเข้าสินค้าเถื่อนเหล่านี้แต่อย่างใด และที่”ร้ายกว่าตลกร้าย” คือ”ระนอง” เป็นเส้นทางการ”ค้ามนุษย์” แต่กลับไม่มีการ”จับกุมแรงงานเถื่อน” หรือคดี”ค้ามนุษย์”แต่อย่างใด เช่นเดียวกับคดีเกี่ยวกับ” ยาเสพติด” ที่”ระนอง” เป็นเส้นทางการค้า”ยาเสพติด” และมี”แรงงาน” ที่ทำงานใน”ระนอง” เป็นจำนวนมาก แต่คดีความผิดเกี่ยวกับ”ยาเสพติด” น้อยมาก นี่คือความ”ผิดปกติ” ของ”จังหวัดระนอง” ที่น่าจะเป็นเมืองตัวอย่างที่”เมืองชายแดน” อื่นๆควรส่ง” เจ้าหน้าที่” ไปเพื่อ”ศึกษาดูงาน” …..
@ข่าวจาก “จันทบุรี” เรื่อง”นายทุนจีน” บุกรุก”ป่าสงวน” เพื่อการ”ปลูกทุเรียน” จำนวนหลายพันไร่ แต่ที่ “อำเภอเบตง” จังหวัดยะลา “นายทุนไทย” เช่าที่หลวง และนำ”ที่หลวง”ไปให้”นายทุนจีน” ทำการ”เช่าช่วง” ทำสวนทุเรียน จำนวน 2,000 ไร่ เรื่องการนำ”ที่หลวง” ที่”บริษัทคนไทย”เป็น”ผู้เช่า”จาก”หน่วยงานของรัฐ” ให้”นายทุนต่างชาติ” ทำการ”เช่าช่วง” เป็นเรื่องที่”ทำได้หรือไม่” และ”ผิดกฎหมาย”หรือไม่ อย่างไร ขอให้”อำพล พงษ์สุวรรณ” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ทำการตรวจสอบด้วย ที่สำคัญ “คนงาน” ทั้งหมดใน”บริษัทนายทุนจีน” เป็น”คนจีน 100% เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การเข้ามา”ลงทุน” ของ”นายทุนจากจีน” คนไทยไม่ได้อะไรเลย เพราะแม้แต่”แรงงาน” จีนก็”อิมปอร์ต” เข้ามาจาก”ประทศจีน” “ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช” ก็ขนส่งมาจากกประเทศจีนทั้งสิ้น ใครเป็น”แรงงานจังหวัด” ก็อย่าลืมไป”ตรวจสอบ”ว่า”แรงงานชาวจีน” ที่เข้ามาทำงานใน”สวนทุเรียน” แห่งนี้เข้ามาถูกต้องตาม”กฎหมาย” หรือไม่….
@เรื่องของ”ไฟใต้” ยังเป็น”เรื่องใหญ่” ที่ต้องมีการ”เขียนถึง” เพราะ ความ”รุนแรง” มีแต่เพิ่ม”ความถี่ขึ้น” กำลังกลายเป็น”เหตุร้ายรายวัน” และบางวันมี”หลายเหตุการณ์” โดยเฉพาะในพื้นที่”จังหวัดนราธิวาส” ชายแดนไทย-มาเลเซีย “กองกำลังติดอาวุธ” ของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ก่อเหตุ”ซ้ำซาก” โดยที่” เจ้าหน้าที่รัฐ” ไม่สามารถ”ป้องกัน” เพราะเข้าไม่ถึง”การข่าว” ของ”บีอาร์เอ็น” เรื่องงาน”การข่าว” เป็นเรื่องใหญ่ ที่” พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้องเร่งทำการ”สังคายนา” เพราะนี่คือ”จุดอ่อน” ที่สุดของ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า…..และที่น่าเป็นห่วง คือความ”รุนแรง” ที่จะเพิ่มมากขึ้น ใน”เดือนรอมฎอน” ในเดือนมีนาคม ที่จะถึงในเร็วๆ ถ้างาน”การข่าว” ยังคง”เหลวเป๋ว” อย่างที่ผ่านมา เดือนมีนาคม อาจจะเป็น”รอมฎอนเลือด” อีกครั้งหนึ่ง ถ้า”สถานการณ์”ของ”ความรุนแรง” ยังอยู่ในกรอบที่”เจ้าหน้าที่คือเป้าหมาย” ก็ยังถือว่าเป็นการ”ต่อสู้” ระหว่าง”กองกำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น”กับ”เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่เป็นการ”สาดน้ำใส่กัน” และต่างฝ่ายต่างมี”หน้าที่” ที่ต้อง”ปฏิบัติ” แต่ถ้าเหตุการณ์”ขยายวง”ไปยัง”ประชาชน” และ”พลเรือน” ที่เป็นกลุ่ม”อ่อนแอ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีการเตรียมการ”รับมือ” อย่างไร…..
@ส่วนเรื่องการ”เจรจาสันติภาพ” ถ้า “บีอาร์เอ็น” ยังมี”นโยบาย” ในการ” เจรจา”ไป และ”ก่อการร้าย”ไปเรื่อยๆ โดยใช้”การก่อการร้าย” เป็น”เครื่องมือ” ในการ”ข่มขู่” หรือ”บังคับวิถี” ให้การ”เจรจา” เป็นไปตามที่”บีอาร์เอ็น”ต้องการ” ก็ไม่ควรที่จะมีการ”เจรจา”กันต่อไป เพราะ”เสียทั้งเวลา” และเสียทั้ง”งบประมาณ” อีกเรื่องที่” ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี และ “เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” สั่งการให้ฉัตรชัย บางชวด “ เลขาธิการสภาที่ปรึกษา ยกร่าง”ยุทธศาตร์” การ”ดับไฟใต้” ใหม่ วันนี้เวลาผ่านไปแล้ว 1 เดือน ยังไม่เห็นความ”คืบหน้า” ของ”ยุทธศาสตร์”การ”ดับไฟใต้” ฉบับใหม่ แต่อย่างใด แล้วอย่างนี้”ไฟใต้” จะดับได้ใน”ชั่วโมงไหน” เรื่องนี้จะต้องถามใคร ระหว่าง”แพทองธาร ชินวัตร” นายรัฐมนตรี”ผู้เป็นลูก” หรือ”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐตรี”ผู้เป็นพ่อ”…..
@มีการ”ร้องเรียน” ถึง”บ่อนการพนัน” ที่ตั่งอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลนาทวี จังหวัดสงขลา ที่เป็น”บ่อนใหญ่” และ”เส้นใหญ่” เพราะในขณะที่”บ่อนใหญ่”หลายแห่งถูก”สั่งปิด” เมื่อมีเรื่อง”กวาดล้าง” หรือ”นายใหญ่” ลงตรวจราชการในพื้นที่ แต่”บ่อนนาทวี” อยู่นอกเหนือ”กฎเกณฑ์” เพราะเจ้าของเป็น”คนมีสี” และ”เป็น”นักการเมือง” เท็จจริงอย่างไร “พล.ต.ต.เสนสันต์ ชูรังสฤษฎ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาคนใหม่ ตรวจสอบด้วย…..อีกเรื่อง”น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่มีการ”นำเข้า” จากประทศมาเลเซีย โดยการ”ทรานส์ซิส” เส้นทาง เพื่อส่งไปยัง”ประเทศที่สาม” เช่น” กัมพูชา,สปป.ลาว “ และ เมียนมา” ซึ่งมีการนำเข้าจาก”ประเทศมาเลเซีย” ผ่านทางด่านศุลกากรอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา วันละ 20 พ่วงของรถบรรทุก 28 ล้อ ถามว่า”เจ้าหน้าที่” มีการ”ตรวจสอบ” มีการ”ควบคุม”หรือไม่ ว่า น้ำมันที่ขอ”ทรานส์ซิส” เส้นทาง ส่งไปยัง”ประเทศที่สาม” ตามที่แจ้งใน”เอกสาร” ทุกคันจริงหรือไม่ เพราะมี”พรายกระซิบ” แจ้งว่า”น้ำมันส่วนหนึ่งถูก”จำหน่าย” ในประเทศ มีการส่งเพียง”เอกสาร” ให้มีการ”ประทับตรา”ว่า”ส่งออก” แล้ว เรื่องนี้กำลังเป็นเช่นเดียวกับเรื่อง”น้ำมันทรานส์ซิสเส้นทาง” ของ”โกฟุก” เจ้าพ่อ”น้ำมันเถื่อน”ของ”จังหวัดระนอง” ที่สร้างความ”สูญเสีย” ให้กับ”ประเทศไทย หลายพันล้านบาท ใช่หรือไม่ ก็ฝากถึง” อธิบดีกรมศุลกากร” ให้ “ตรวจสอบ”ด้วย…..แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้า สวัสดี ครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
—————————————————————
///////////////////////////////////////////

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ครอบครัวของ จ.ส.ต.ธวัชชัย แสงงาม อายุ 37 ปี ผบ.หมู่(ป.)สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายขับรถยนต์กระบะฝ่าด่านจุดตรวจ และถอยชนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ บนถนนในเขตเทศบาลสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จนทำได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต ณ บ้านเลขที่122/1 ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

ต้อนรับ. อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปราชการที่ จังหวัดปัตตานี โดยมี โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา และ พล.ต.ท.สาคร. ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ,สงขลา

วันสถาปนา. อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา/ผบ.อส.จ.ยะลา เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2568 จังหวัดยะลา โดยมี รอง ผวจ.ยะลา ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน รอง เลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

ตรวจจับรถควันดำ. ดร.สุทธิพล เอี่ยมประเสริฐกุล รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ จ,สงขลา ตรวจจับรถควันดำ ลดฝุ่น Pm 2.5 เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศ เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา

ช่วยเด็กกำพร้า. ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ สส.ยะลา เขต 2 พรรคประชาชาติ ลงพื้นที่เปิดโครงการส่งเสริมและช่วยเหลือเด็กกำพร้า และผู้ด้อยโอกาส ประจำปี 2568 เพื่อแบ่งปันรอยยิ้มทั้งผู้ให้และผู้รับ เปิดโอกาสสำหรับการดู เยียวยา เป็นต้นฯ โดยมี มามะปูรี เจะมะ นายก อบต.อาซ่อง กล่าวรายงาน และคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะอเข ณ สนามกีฬาบ้านสะโต หมู่ที่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา

เปิดอาคาร. อามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ,ประธานสภาเทศบาล และ สมาชิกสภาเทศบาล ร่วมพิธีเปิดอาคารเรียนโรงเรียนตาดีกาอัลฮีดายะห์ โดยมี อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเรียน ณ ร.ร,อัลฮีดายะห์ บ้านบือแนยาโมง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ร่วมต้อนรับ. วันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานีพร้อมด้วยทีมงาน ร่วมต้อนรับและร่วมแสดงความยินดีกับ ว่าที่ร้อยตรี พงศธร รัตนประพันธ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปัตตานี ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 415/2568 โดยมี ชมรมนายอำเภอ แขกผู้เกียรติ และหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมต้อนรับและร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ณ บ้านพัก อ.เมือง จ.ปัตตานี

พล.ร.ท. นเรศ วงศ์ตระกูล. ผู้บัญชาการทัพเรือภาค ที่ 2 เป็นประธานงานประเพณีแห่ผ้าห่มพระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุและกวนข้าวมธุปายาสและทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2568 ณ วัดจะทิ้งพระ ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ. จ.สงขลา โดยมี ปรเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา ให้การต้อนรับ

เตรียมความพร้อม. โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา หารือคณะทำงานทุกฝ่าย เตรียมความพร้อมการประชุม ครม. นอกสถานที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เน้นย้ำด้านความปลอดภัย ความสะอาด และการสร้างความประทับใจในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในทุกพื้นที่ณห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา

ฝ่ายค้านพบทหาร, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน นำคณะ เข้าพบ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 หารือการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมค่ายเสนาณรงค์ อ,หาดใหญ่ จ.สงขลา

ปัญหาไฟใต้. พล.ท.สุรเทพ หนูแก้ว ผอ.ศปป 5 และคณะ เข้าพบ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อติดตามปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้องปัญจเพชร อาคาร ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา

สร้างสำนึก. พ.อ.กำธร ศรีเกตุ ผบ.กรมทหารราบที่ 151 หัวหน้าคณะทำงานโครงการพระราชดำริ คณะทำงาน 3 เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1 ประจำปี 2/68 ณ ค่ายกัลยาณิวัฒนา อ,เมือง จ.นราธิวาส

เยียวยา. จำรัส บำรุงเสนา ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ,บต. (กปส.)เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา พร้อมด้วย วิรัตน์ บุญจันทร์ นายอำเภอสายบุรี มอบเงินเยียวยาให้กับ ครอบครัวของ จสต.ปัทพงษ์ เสียมไหม ที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 500,000 บาท ณ บ้านพัก อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

มอบเงิน. เกษร บุญถนอม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ,บต. ร่วมวางหรีดเคารพศพ สตท.อนุชา ขวัญทองอ่อน ตำรวจ สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร อ.หนองจิก จ,ปัตตานี

ติดตามงาน. นพพร หนูเพชร นายอำเภอเมืองยะลา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ณ บ้านบือเส้ง หมู่ที่ 1 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ณ อาคารเอนกประสงค์ ร,ร.บ้านบือเส้ง ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

วิ่งแบ่งปัน. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่งจำนวน 1,200 คน ในกิจกรรม วิ่งแบ่งปัน เพื่อระดมทุนในการจัดซื้อรถเข็นผู้ป่วยมอบให้โรงพยาบาลศูนย์ยะลา จำนวน 60 คัน , ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพนิบงบารู จํานวน 20 คัน , ผู้ป่วยผู้สูงอายุที่ขาดแคลน จํานวน 20 คัน เพื่อใช้ในการดํารงชีวิตต่อไป พร้อมทั้งนี้ยังได้มอบเงินสนับสนุนให้กับมูลนิธิกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลามูลนิธิกู้ภัยแม่ทับทิมยะลา กู้ชีพกู้ภัยสลามัตตลาดเก่า และชมรมฉลามภัย อีกรายละ 50,000 บาท ณ สวนศรีเมือง เทศบาลนครยะลา

ร่วมเป็นเกียรติ. สุปราณี อินสมภักษร. ผู้อำนวยการกองคลัง และเจ้าหน้าที่ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา พร้อมด้วย คณะกรรมการติดตามโครงการเงินอุดหนุนหน่วยงานภายนอก ร่วมเป็นเกียรติพิธีเปิดงานแห่พระ ลุยไฟ ประจำปี 2568 โดยมี อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา เป็นประธานเปิดงาน ณ ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา



