‘แรงดลใจ’ มาจากภาพจำในอดีต ‘ของ CEO’
ก้าวต่อโดยไม่หยุดยั้ง… “โรงพยาบาลธนบุรี” เดินหน้าด้วยบันได 3 ขั้น เริ่มจากการขยายพื้นที่ให้บริการฝึก “ฟื้นฟูผู้ป่วยที่เผชิญภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาต” จากเดิมที่เคยคับแคบก็เพิ่มพื้นที่เพื่อตอบสนองรองรับความต้องการของผู้ป่วยที่ให้ความสำคัญกับการฝึกฟื้นฟู ด้วยการจัดพื้นที่กว้างขวางประมาณ 300 ตารางเมตร พร้อมด้วยห้องตรวจสำหรับแพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่อยู่เคียงกับห้องบำบัดรักษาผู้ป่วยเฉพาะรายเพื่อให้คล่องตัวยิ่งขึ้น และอีกขั้นคือการสั่งนำเข้า “เทคโนโลยีหุ่นยนต์” มาใช้ประโยชน์เพื่อผู้ป่วยให้ครอบคลุมถึงการฟื้นฟูแขน มือ และนิ้วโดยมี “ชุดปั่นนอน” มาช่วยเพิ่มพัฒนาการด้านการฟื้นตัวของผู้ป่วยให้บรรลุผลไวขึ้นด้วย ซึ่งสำหรับพื้นที่แห่งนี้ได้ขนานนามใหม่ว่า “ศูนย์ฟื้นพลังก้าว เอื้อม ยืน เดิน” อยู่บนอาคาร 4 ที่ชั้น 4 ของ “โรงพยาบาลธนบุรี” โดยเป็นพื้นที่สร้างเสริมผลสำเร็จในการช่วยผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติได้อย่างเห็นผล ได้ว่องไวขึ้น ซึ่งหลักการและที่มาของบันได 3 ขั้นนี้เกิดมาจากเหตุผลต้นคิดจากใคร-ที่ไหน-อย่างไร ต้องขอเชิญท่านผู้อ่านติดตามความในใจของ “นพ.ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งขอเรียกว่า “ท่าน CEO ศิริพงศ์” ก็คงไม่ว่ากันนะครับ โดยท่านได้ลำดับความในใจดังนี้ครับ…

หุ่นยนต์ช่วยฝึกฟื้นฟูการเดิน
“…เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วโดย ศาสตราจารย์วู ชาวไต้หวัน ผู้คิดค้น เทคโนโลยีหุ่นยนต์ฝึกเดิน ตัวใหม่เป็นผลสำเร็จ ได้มาเสนอให้ โรงพยาบาลธนบุรี นำมาใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูคนไข้อัมพฤกษ์–อัมพาต ที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งประเด็นนี้โดนใจผมเพราะสมัยที่ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ ยังมีความรู้น้อย ไม่เพียงพอในการช่วยดูแลแก้ไขอาการของคุณแม่ซึ่งเจอปัญหาโรคหลอดเลือดสมองจนแขนขาอ่อนแรงให้ได้รับการรักษาดีกว่าที่ได้รับตอนนั้น พอได้มาบริหารโรงพยาบาลก็พอจะเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในการช่วยคนไข้โรคหลอดเลือดสมองที่เผชิญอัมพฤกษ์–อัมพาต ให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ก็เลยคิดในใจไว้ว่าจะดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ แล้วก็ขอให้ศาสตราจารย์วูส่งหุ่นยนต์ตัวอย่างมาใช้ฟื้นฟูขาผู้ป่วยเพื่อให้เขาเห็นว่าสามารถก้าวเดินได้เองขนาดไหนอย่างไรตั้งแต่ระยะแรกหลังพ้นอันตรายจากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งยิ่งหากคนไข้ก้าวเดินได้ก็จะยิ่งมีความมั่นใจ ส่งผลให้การฟื้นตัวของสมองได้เชื่อมต่อกับระบบเส้นประสาทและกล้ามเนื้อจนเกิดการฟื้นตัวขึ้น และนี่ก็นำมาสู่การพัฒนาเครื่องมือ–อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้หุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน ซึ่งหลังใช้งานมากว่า 2-3 ปีแล้วก็เห็นได้ว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกว่า 80% มีพัฒนาการในการเดินดีขึ้น…

หุ่นยนต์ช่วยฝึกฟื้นฟูมือและนิ้ว
นี่จึงกลายเป็นการต่อยอดให้ โรงพยาบาลธนบุรี เพิ่มหุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดินและการเคลื่อนไหวหลายตัวหลายประเภท มาช่วยฝึกฟื้นฟูการทำงานของข้อไหล่ แขน และข้อเข่า ซึ่งสามารถปรับแรงช่วยฝึกให้เหมาะสมกับกำลังกล้ามเนื้อของผู้ป่วยแต่ละราย โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูแล้วยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นเอ็นไปพร้อมกัน ขณะที่การฟื้นฟูกล้ามเนื้อมัดเล็กที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การหยิบจับของ การติดกระดุม หรือการหวีผมนั้น เราก็ได้สั่งนำเข้าหุ่นยนต์ฝึกการทำงานของมือและนิ้วมือเข้ามาใช้ โดยระบบของหุ่นยนต์ชนิดนี้สามารถปรับตั้งโปรแกรมช่วยเหลือได้ตามระดับความสามารถของผู้ป่วยแต่ละรายครับ… และที่เราได้ให้ความสำคัญอีกด้วยก็คือการออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูด้วยการติดตั้งระบบ Hoist หรือรางพยุงตัว ติดตั้งที่เพดานไว้เลย ไว้คอยช่วยรองรับพยุงตัวผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงจากการหกล้มและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการฝึกเดิน เพราะปัญหาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองไม่ได้อยู่เพียงแค่กล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่จะมีความกลัวการล้มอยู่ในใจอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อใดที่ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยเขาก็จะกล้าออกแรงและส่งผลให้สามารถฟื้นฟูได้ดีขึ้นครับ…”
มีเทคโนฯหลากหลายช่วยให้ ‘ผู้ป่วยฟื้นตัวไวขึ้น’
จริง ๆ แล้วจุดเด่นอีกประการของ “เทคโนโลยีหุ่นยนต์ตัวใหม่” ตามที่ “อาจารย์ศิริพงศ์” ได้กล่าวถึงนั้น นอกจากจะได้ประโยชน์สำหรับ “การฝึกฟื้นฟูแขน มือ นิ้ว” แล้ว… ยังมีอุปกรณ์เพิ่มอีกประเภทมาช่วยพัฒนาสมองของผู้เข้ารับการฝึกให้ส่งคำสั่งไปยังอวัยวะที่กำลังฝึกควบคู่ไปด้วย หลังจากที่เจ้าตัวผ่านคอร์สฝึกมากขึ้นจนกระทั่งมีพัฒนาการก้าวหน้ายิ่งกว่าช่วงที่มาฝึกตอนแรก ๆ จึงสามารถลดการพึ่งผู้ดูแลการฝึกได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากพัฒนาการทางสมองเป็นไปอย่างเห็นผลแล้วก็จะสั่งอวัยวะให้ออกแรงเมื่อพลังเริ่มฟื้นนั่นเอง… จากนั้น “อาจารย์ศิริพงศ์” ได้กล่าวถึง “หุ่นยนต์ MMT…Motorized Movement Therapy” ที่ใช้ปั่นออกกำลังกายในท่านอน ซึ่งช่วยฟื้นฟูหัวใจและปอดให้ผู้ป่วยหนักที่อยู่ในห้อง ICU จำนวนมากที่ไม่อาจหายจากโรคร้ายเนื่องจากหัวใจและปอดอ่อนแอจากการนอนติดเตียงเป็นเวลานาน โดยให้รายละเอียดว่า…

หุ่นยนต์ MMT…Motorized Movement Therapy
“…สั่งมา 2 ชุด ก็เพราะเราเห็นว่าควรจัด 1 ชุดไว้ใน ศูนย์ฟื้นพลังก้าว เอื้อม ยืน เดิน เพื่อให้ผู้มาเข้ารับการฟื้นฟูสามารถใช้ฝึกแขน–ขา กรณีผู้ป่วยมีภาวะข้อยึดติดหรืออ่อนแรง โดยอยู่ภายใต้การกำกับของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัด ซึ่งจะมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม และด้วยความที่อุปกรณ์นี้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไปตามห้องผู้ป่วยที่ยังไม่มีกำลังพอในการเคลื่อนไหวแขน–ขา และต้องการใช้ประโยชน์ขณะยังนอนพักอยู่บนเตียงผู้ป่วย หรืออาจเป็นผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ต้องเริ่มฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ก็สามารถส่งหน่วยเคลื่อนที่นำไปบริการถึงในห้องพักผู้ป่วย ICU ได้เลย โดยที่อุปกรณ์นี้สามารถปรับระดับแรงต้าน เวลา รูปแบบการฝึก รวมถึงมีโหมดเกมเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในระหว่างการฝึกด้วย ส่วนชุดที่ 2 ได้จัดไว้ประจำหอพักผู้ป่วยเพื่อให้พร้อมบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็วครับ…

ขอเรียนว่า ศูนย์ฟื้นพลังก้าว เอื้อม ยืน เดิน ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่ง ฟื้นฟูแบบองค์รวม โดยมีการผสานเทคโนโลยี อุปกรณ์ทันสมัย และทีมสหวิชาชีพ เพื่อช่วยผู้ป่วยอัมพฤกษ์–อัมพาต ไม่ว่าจะด้วยเหตุจากโรคหลอดเลือดสมอง หรือเหตุอื่นใด ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวจนไม่สามารถใช้อวัยวะได้ตามปกติ ให้สามารถคืนสู่การเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้มั่นใจมากขึ้น โดย โรงพยาบาลธนบุรี ได้ส่งบุคลากรไปเข้ารับการอบรมจากฝ่ายผู้ผลิตโดยตรงเพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการฟื้นฟูผู้ป่วยให้เดินหน้าไปอย่างครบวงจรครับ…”

“หมอหน้าเดิม” ทราบมาว่า “อาจารย์ศิริพงศ์” หรือ “ท่าน CEO ศิริพงศ์” ได้กำหนดจัดพิธีเปิด “ศูนย์ฟื้นพลังก้าว เอื้อม ยืน เดิน” ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 4 อาคาร 4 ของ “โรงพยาบาลธนบุรี” พร้อมกับจะจัดให้มีการสาธิตเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่ให้ประโยชน์ต่อการฟื้นพลังให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูกล้ามเนื้อกลับคืนสู่การใช้อวัยวะต่าง ๆ เพื่อใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ หรือใกล้เคียงปกติ ได้ในเร็ววันต่อไป… โดยใคร่ขอแสดงความขอบคุณ “ท่าน CEO ศิริพงศ์” ที่เป็นต้นคิดในการนำ “เทคโนโลยีหุ่นยนต์” มาใช้ช่วยฝึกฟื้นฟูผู้ป่วยที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ป่วยในการ ช่วยให้ผู้ป่วยเกิดพัฒนาการก้าวหน้าในการก้าว เอื้อม ยืน เดิน ได้ใกล้เคียงปกติไวยิ่งขึ้น นะครับ และขอขอบคุณท่านผู้อ่านสำหรับการติดตาม “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ในวันนี้ สวัสดีครับ
หมอหน้าเดิม




