3 สัปดาห์เต็ม ๆ นับได้ว่า รัฐบาลแพทองธาร และอีกหลายหน่วยงานภาครัฐของไทย มีโอกาสได้เห็นการเกาะติดทำงานจริงจังของคณะทำงาน หลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีความมั่นคงฯ /ผบ.สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน ปักหลักอยู่เมืองไทย ลุยปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำงานถึงลูกถึงคนสไตล์แดนมังกร

ขณะที่รัฐบาลไทยได้จังหวะแก้ปัญหาจริงจังพร้อมเร่งขยายผลเอาผิดไปถึง ไทยเทาข้าราชการนอกรีต ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผิดกฎหมาย ทั้ง คอลเซ็นเตอร์พนันออนไลน์ค้ามนุษย์ บรรดาองค์กรอาชญากรรมคงไม่มีทางจะปีกกล้าขาแข็งใหญ่โตมาถึงขนาดนี้ได้ ถ้าไม่มี กลุ่มไทยเทา-ข้าราชการนอกรีตที่เห็นแก่เงินเข้าไปมีเอี่ยว

แต่อีกปัญหาใหญ่ของรัฐบาลที่กำลังเกิดขึ้น กลุ่มนายทุน รุกเงียบบุกรุกเข้าไปแผ้วถางทำลายป่าและพื้นที่หลวง โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคตะวันออก แต่เจ้าหน้าที่เหมือน หูหนวกตาบอด มองไม่เห็น บางพื้นที่ถึงขั้น ขุดภูเขา จนชาวบ้านทนดูไม่ไหว ร้องทุกข์แจ้งเบาะแสไปยัง คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พร้อมสื่อจากส่วนกลาง เข้าไปตรวจสอบแบบเงียบๆในพื้นที่3 อำเภอ” จ.จันทบุรี

ไล่ตั้งแต่ พื้นที่หมู่ 7 .วังแซ้ม อ.มะขาม แผ้วถางตัดไม้หวงห้าม ปรับไถแล้ว 28 ไร่ ส่วนอีก 2 จุด อยู่ใน.แก่งหางแมว และ อ.คิชฌกูฏ กำลังปรับไถทำสวนทุเรียน เกือบ 1,800 ไร่ ชาวบ้านต่างเชื่อว่าน่าจะเป็น กลุ่มทุนจีน ที่ให้ นอมินี เข้าไปดำเนินการ แปลงขนาดใหญ่เกษตรกรคงไม่มีเงินมาลงทุนทำ พอสื่อตีข่าว ผู้ว่าฯจันทบุรี ต้องออกมาขอบคุณ กมธ.วุฒิสภา พร้อมสั่งตำรวจ, ฝ่ายปกครอง และป่าไม้ ติดตามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 3 อำเภอ

ไม่น่าเชื่อในพื้นที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด มาเกิดเหตุลักษณะใกล้เคียงกัน แต่น่าตกใจกว่า เพราะ กลุ่มนายทุน เล่นบุกเข้าไปบริเวณที่ดิน อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมชลประทาน สภาพป่าดั้งเดิมถูกปรับไถ รวมไปถึงพื้นที่เกาะแก่งกลางอ่างเก็บน้ำ ถูกบุกรุกกลายเป็น “เกาะสวนทุเรียน”

เดลินิวส์ตีแผ่ภาพชุด เกาะกลางน้ำกลายเป็นสวนทุเรียนเต็มพื้นที่ ยกร่องอย่างเป็นระเบียบ มีผู้อ่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ข่าวจากเพจเดลินิวส์ ไปเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถาม อะไรบังตาเจ้าหน้าที่ถึงมองไม่เห็น?

ใน จ.ชลบุรี ก็มี กลุ่มนายทุนเข้าไปไถป่าขุดเขาช่องลม หมู่ 8 .พลูตาหลวง หมู่ 11 .บางเสร่ อ.สัตหีบ ยิ่งกว่านั้นจุดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ “เขตทรงสงวน” กองทัพเรือ กำลังขุดภูเขา ขนย้ายดิน เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบกำลังก่อสร้างอาคารบ่อเลี้ยงจระเข้ เมื่อสอบถามเทศบาล และ อบต.ยืนยันไม่ได้อนุญาต ฝ่ายกฎหมายกองทัพเรือ จึงแจ้งดำเนินคดีทันที

ที่ดินของรัฐ 3 หน่วยงาน ป่าสงวนฯ กรมป่าไม้, อ่างเก็บน้ำ กรมชลประทาน และ เขตทรงสงวน กองทัพเรือ กำลังถูก กลุ่มนายทุน บุกรุกแบบไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง ประชาชนคงอยากเห็นรัฐบาลแพทองธาร ลงมือลุยแก้ปัญหากันทั้งองคาพยพหลายหน่วยงาน แบบที่กำลังไล่ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-พนันออนไลน์ อยู่ในปัจจุบัน

อย่าจับเก่งแต่ชาวบ้าน ตาสียายสา เข้าไปหาของป่า ขุดเห็ดออกมาขายหาเงินประทังชีวิตเลี้ยงครอบครัว ยังถูกแจ้งเอาผิดเต็มพิกัด คดีบุกรุกไถป่าขุดเขาย่อยยับ หลักฐานต่าง ๆ คาหนังคาเขาขนาดนี้ รัฐบาลอย่าเมินเฉย 2 มาตรฐาน นอกจากแจ้งข้อหาหนักแล้ว สืบสวนขยายผลสาวไปให้ถึง “นายทุนใหญ่“ เบื้องหลังแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นนายทุนไทย-ทุนจีน

คดีทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าเข้าข่ายมูลฐานความผิดฟอกเงิน ไม่ใช่แค่ดำเนินคดี ต้องตาม “อายัดทรัพย์สิน” อย่างจริงจังด้วย ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายไปมากกว่านี้!!.

……………………………………..
เชิงผา

อ่านบทความทั้งหมดที่นี่…