รัฐบาลอนุทิน กำลังเดินหน้าลุยขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มสูบในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะนาทีนี้กำลังพยายามเข้าไปสะสางปัญหาหลากหลายเรื่อง ครบเครื่องทั้งด้าน เศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง 

อยู่ที่ผู้นำรัฐนาวา นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะจัดลำดับความสำคัญการจัดการแต่ละปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ผักชีโรยหน้า!!  นอกจากจะมีประชาชนที่เฝ้ามองแล้ว ยังมีสื่อช่วยรายงานความคืบหน้ามานำเสนอให้สังคมได้เห็น แต่หากปัญหาไหนดูไม่ชอบมาพากล  สื่อย่อมต้องตามเกาะติดเป็นพิเศษ เช่นตัวอย่าง คดีนอมินี-ทุนเทา ที่หยั่งรากลึกยืดเยื้อมาหลายรัฐบาลไม่สามารถจัดการได้แบบสะเด็ดน้ำ  เชิงผา เคยเจาะลึกตีแผ่มาต่อเนื่อง

หากยังจำกันได้เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลเพิ่ง “เล่นใหญ่” จัดพิธีลงนาม MOU บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนรวม 23 หน่วยงาน เพื่อประกาศสงครามกับปัญหานอมินี-ทุนเทา โดยยกให้เป็นวาระเร่งด่วน วาดฝันจะให้เป็น เศรษฐกิจสีขาว  ภาพของนายกฯ อนุทิน ไปสัมผัสปัญหาด้วยตัวเอง ตั้งแต่เกาะภูเก็ต, เกาะพะงัน-เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ชี้ให้เห็นถึงความฟอนเฟะของ ทุนข้ามชาติ ที่ใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) เข้ามาทำสารพัดธุรกิจ จนถึงขั้นได้ครอบครองที่ดิน บนภูเขาธรรมชาติอันงดงามสมบัติของชาติ

ปัญหานอมินี-ทุนเทา ปัจจุบันแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แทรกซึมไปในทุกอณูของภาคเศรษฐกิจไทย ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว ค้าขาย รวมไปถึงเกษตรกรรม ในเมื่อวันนี้ หัวไม่ส่ายแล้ว หางก็ต้องอย่ากระดิก ทุกองคาพยพต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน อย่าเป็นแค่การตีฆ้องร้องป่าวผ่านสื่อแล้วจบไป  ถือเป็นเวทีพิสูจน์ฝีมือของ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ให้ได้แสดงผลงานการควบคุมหน่วยงานรัฐให้เดินหน้าชน ลุยสางปัญหาได้ตรงเป้าแค่ไหน? 

เชิงผา เคยตีแผ่ถึงภัยเงียบของ ล้งจีน ที่ลงทุนผ่านนอมินี จนเขย่าวงการผลไม้ไทยสั่นสะเทือน เพราะสามารถควบคุมระบบกลไกราคาส่งออกผลไม้ ผูกขาดกินรวบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำยันปลายน้ำ ไม่ว่าจะ มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ถึงขั้นทุบราคามะพร้าวน้ำหอมไทยให้ดิ่งลงเหลือลูกละ 2 บาท ตกต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

พอสื่อประโคมข่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเต้นเป็นไฟลนก้น ช่วง มี.ค.ที่ผ่านมา รีบระดมลงพื้นที่ตรวจค้นล้งนอมินีในถิ่นมะพร้าวน้ำหอม จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร แต่จนถึงป่านนี้ คดีล้งผลไม้นอมินี สามารถจับกุมและดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำผิดไปได้แล้วกี่ราย?

อีกปัญหาใหญ่ ขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ “น.ส.3ก.” โดยมิชอบ ในป่าเขาปากเตรียม ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ตอนแรกทำท่าจะไปได้สวยเช่นกัน ถึงขั้นจ่อหมายจับ นายทุนใหญ่  แต่เมื่อจี้ถามความคืบหน้าหน่วยงานรับผิดชอบต่างยังเงียบ? ทั้งที่  สว.ชีวะภาพ ชีวะธรรม อดีตหน้าชุดพยัคฆ์ไพร และ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ อุตส่าห์ช่วยลุยเปิดแผลตามแกะรอยหลักฐานสำคัญต่าง ๆ ออกมากองให้แล้ว                                

บทพิสูจน์ศรัทธาฝีมือปราบโกงของรัฐบาล หากยังเป็นได้แค่เพียง ม้าตีนต้น ปลายแผ่ว อยู่ ๆ เรี่ยวแรงหายไปแบบผิดปกติ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การค้นหาหลักฐาน แต่อยู่ที่ความมุ่งมั่นจริงจังในการขุดรากถอนโคน

เรียกว่าอนาคต นอกจากจะยังไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติได้อย่างแท้จริงแล้ว บรรดา “นายทุน-ข้าราชการนอกรีต” คงสบโอกาสได้เสาะแสวงหาช่องโหว่ ดิ้นให้รอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายไปได้อีก!!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่