เพราะหาเสียงขี่กระแส “ชาตินิยม” ทำให้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องยกเลิก MOU 44 ในที่สุด กัมพูชาเตรียมรับมืออย่างดี 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรัก สุคน รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศเชิญ 47 ทูตและองค์กรระหว่างประเทศชี้แจงว่า กัมพูชาจะใช้ UNCLOS (United Nation Convention on the Law of the Sea) รัฐธรรมนูญแห่งท้องทะเลกระบวนการประนอมไกล่เกลี่ยภาคบังคับ แทน สื่อกัมพูชาตีข่าวว่า ได้เลือก 2 กูรูด้านกฎหมายเป็นผู้แทนเรียบร้อย
1. ปีเตอร์ ทักโซ เจนเซแนนต์ นักการทูตและผู้เชี่ยวชาญกม.ระหว่างประเทศ ชาวเดนมาร์ก อดีตประธาน UNCLOS ผู้มีส่วนแก้ไขข้อพิพาททางทะเลระหว่าง ออสเตรเลีย–ติมอร์ เลสเต ปี 2016-2018 ทำให้ออสเตรเลียซึ่งใหญ่กว่าติมอร์แบบราชสีห์กับหนู ต้องแพ้ ติมอร์ได้พื้นที่น้ำมันกับก๊าซธรรมชาติใหญ่ใต้ทะเลไว้ในมือ 2. ศ.ฌอง มาร์ค รูเจอแนง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชาวฝรั่งเศส เคยทำหน้าที่หลายคดีในศาลโลกหรือ ICJ มาแบบโชกโชน
นายกฯ ฮุน มาเนต บอกการใช้ UNCLOS ไม่ได้หมาย ความว่ากัมพูชาจะทิ้งการเจรจา แต่เป็นการนำข้อหารือเข้าสู่กรอบกฎหมายที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ขณะ นายกฯ อนุทิน บอก ยกเลิก 44 แล้ว อาจเป็น MOU 69 หรือ MOU 70 ก็ได้ (กลับมา ทวิภาคี แบบ MOU44 อีก) เมื่อกัมพูชาใช้ UNCLOS ไม่คุยเรื่องความร่วมมือและการฟื้นความสัมพันธ์อื่น ๆ “การเปิดด่านจะไม่มีวันเปิด” ระหว่างนายกฯ หนูกับนายกฯ ฮุนคนลูก ใครแหลมคมกว่าใคร แล้วแต่คิด
แต่ใครคิดจะดูถูกหยามเหยียดว่า ดินแดนโจรสแกมเมอร์ 2 พ่อลูกตระกูลฮุน เป็นเผด็จการสีเทา ในเรื่องต่างประเทศ อาจต้องคิดใหม่ เพราะกัมพูชา เชี่ยวกรากอยู่กับเกมการเมืองในศาลโลก
ขณะ รมว.การต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชิญ 67 ทูตและองค์กรระหว่างประเทศมารับฟังข้อเท็จจริง เมื่อ 6 มิ.ย. 69 (ช้ากว่า ปรัก สุคน) บอกกัมพูชาไป UNCLOS โดยไม่แจ้งฝ่ายไทย การเลิก MOU44 เป็นการ “เริ่มต้นที่จะนำเข้าการเจรจาทวิภาคีในบริบทใหม่” (แต่อย่าหวัง ไทยจะได้เปรียบ เพราะเราไม่เข้มแข็งเหมือน 20 ปีก่อน ตอนนี้ไทยคือ คนป่วยแห่งเอเชียไปแล้ว) ยัน ไทยไม่ได้ถูกลากไป UNCLOS “เราไปโดยรู้ว่าตัดสินใจอย่างไร เราไปด้วยความมั่นใจและไม่ได้ไปด้วยเงื่อนไขของฝ่ายเขา” ส่วนผู้แทนฝ่ายไทย มีในใจแล้ว เป็นผู้ช่ำชองกฎหมายระหว่างประเทศ รอเข้า ครม.ก่อนแล้วจะเปิดเผยชื่อให้รู้ ก็คอยเงี่ยหูฟังกัน จะเจ๋งขนาดไหน???
ย้อนหลัง 20 ปีของ MOU 44 เจ๋งสุด คือ มัดรวม การจะเจรจาแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ต้องเจรจาเส้นเขตแดนทางบกควบคู่ไปด้วย ( MOU43 ที่ยังอยู่ คืบหน้ากว่า 60-70% แต่ยกเลิก MOU44 แบ่งผลประโยชน์ทะเลได้ทันที ไม่ต้องเข้าสภา) เส้นเจ้าปัญหา มีเส้นเดียวที่ลากผ่าน เกาะกูด (ฮุน เซน ตอนนั้นยอมรับเป็นของไทย แผนที่ฝรั่งเศส ปี 1972 ก็ยันเป็นของไทย) แต่ พวกรักชาติมากกว่าใคร ฝังหัวว่า เขมรขีดเส้นล้ำเกาะกูด เรียกร้องฉีกทิ้ง MOU 44 ลามถึงขั้น ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล มีแต่พื้นที่ของไทย ใครพูดต่าง คือ พวกขายชาติหมด
ก็แปลก ไทย-มาเลเซียเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลยาวนานกว่า 40 ปี ก็ยังไม่จบ แต่ไทย-มาเลย์ ก็ทำโครงการ JDC ร่วมขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มาใช้ตลอด ที่ MOU 44 ต้องถูกฉีกทิ้ง เอาเข้าจริง อาจเพราะ “อคติ” สุดขั้ว เชื่อว่า ทักษิณ ชินวัตร มีเอี่ยวธุรกิจพลังงาน เช่นเดียวกับกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ฉันใดก็ฉันนั้น
ใด ๆ ใน 1 ปี ถ้าผลจากคณะกรรมการ UNCLOS ออกมา แล้วไทยไม่พอใจ ไม่ยอมรับ จะถูกมองว่า ไม่เคารพกฎหมายโลก ภาพลักษณ์ไทยจะป่นปี้ ขุมทรัพย์ใต้ทะเลปีละกว่าล้านล้านบาทจะจมอยู่ใต้ผืนน้ำโดยเปล่าประโยชน์
พวกปิดหูปิดตารักชาติ ถึงตอนนั้นอาจตายหมดแล้ว ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น.
ดาวประกายพรึก



