อนุรันยังคงเก็บสำเนาใบรับรองแพทย์ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบาดแผลที่เกิดจากสามีของเธอ โดยหวังว่าสักวันหนึ่ง มันอาจใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล แต่คุณแม่ลูกสอง ซึ่งผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหว ยังไม่สามารถยุติสถานภาพสมรสของเธอได้

อนึ่ง ฟิลิปปินส์ เป็นเพียงหนึ่งในสองประเทศ ที่กำหนดให้การหย่าร้างเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โดยอีกประเทศหนึ่งคือ นครรัฐวาติกัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความพยายามครั้งล่าสุดในการเสนอกฎหมายการหย่าร้าง ประสบความล้มเหลว เนื่องจากวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ปิดสมัยประชุมโดยไม่มีการพิจารณาใด ๆ

“ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานเกือบปี แต่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย” อนุรัน กล่าวถึงกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา

ในตอนที่ร่างกฎหมายการหย่าร้างเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2562 อนุรันได้เล่าถึงประสบการณ์ของเธออย่างละเอียด ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พร้อมกับเสริมว่า คู่สมรสมี “สิทธิที่จะเป็นอิสระ” ซึ่งแม้ร่างกฎหมายนี้จะถูกปฏิเสธ แต่เธอให้คำมั่นว่าจะผลักดันต่อไป และหวังว่าวุฒิสภาชุดใหม่จะลงมติผ่านในปีหน้า

การยุติสถานภาพสมรสในฟิลิปปินส์ ทำได้โดยการเพิกถอน หรือทำให้การแต่งงาน “เป็นโมฆะ” แต่ถึงอย่างนั้น มีชาวฟิลิปปินส์เพียงไม่กี่คนที่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 336,000 บาท) อีกทั้งกระบวนการดังกล่าว ไม่ได้พิจารณาถึงความรุนแรงใน การทอดทิ้ง หรือการนอกใจ เป็นเหตุผลในการตัดสิน

ทั้งนี้ นักรณรงค์อย่างอนุรันเชื่อว่า กระแสสนับสนุนการหย่าร้างของสาธารณชน กำลังเปลี่ยนไป โดยผลการสำรวจแสดงเห็นว่า ชาวฟิลิปปินส์ประมาณครึ่งหนึ่ง สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างหนักแน่น

แม้ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวก่อนเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2565 ว่าเขาเปิดกว้างต่อการสนับสนุนการหย่าร้าง อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนัก เมื่อเข้าสู่วุฒิสภาฟิลิปปินส์ ซึ่งมีจุดยืนอนุรักษนิยมมากกว่า

ด้านนางอาร์ลีน โบรซาส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ และผู้ร่วมร่างกฎหมายการหย่าร้าง กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” ที่วุฒิสภาปฏิเสธดำเนินมาตรการดังกล่าว ทั้งที่ประชาชนเรียกร้องอย่างจริงจัง และยืนยันว่า พรรคสตรีกาเบรียลาของเธอ จะยื่นร่างกฎหมายนี้อีกครั้ง เมื่อรัฐสภาที่ได้รับเลือกตั้งใหม่จัดการประชุมในเดือน ก.ค. นี้

กระนั้น นายฟรานซิส เอสกูเดโร ประธานวุฒิสภาฟิลิปปินส์ โต้แย้งว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะ “สร้างความแตกแยก” และเสนอแนะว่า เหตุผลในการทำให้การสมรสเป็นโมฆะ สามารถขยายขอบเขตได้

ขณะเดียวกัน บาทหลวงเจอโรม เซซิลลาโน จากสภาบิชอปคาทอลิกแห่งฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การหย่าร้างขัดต่อคำสอนของคริสตจักรเกี่ยวกับการแต่งงาน และจะทำลายครอบครัวในท้ายที่สุด อีกทั้งจำนวนเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว “จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” เนื่องจากผู้ชายที่หย่าร้างจะมีโอกาสอีกครั้งที่ใช้ความรุนแรงกับคู่สมรสใหม่.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP