คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กำหนดจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารฯ ชุดใหม่ ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ (บ้านอัมพวัน)
ไฮไลต์สำคัญคือหลังได้คณะกรรมการบริหารฯ ชุดใหม่ จะมีการประชุมเพื่อจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้มีแคนดิเดตผู้ที่เสนอตัวและพร้อมรับตำแหน่ง “ประมุขบ้านอัมพวัน” แล้ว 3 ท่าน คือ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย, “บิ๊กสุชัย” นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ

ทบทวนถึงกระบวนการเลือกประธานโอลิมปิคไทยคนใหม่ อีกครั้งว่าจะเริ่มจากสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่เป็นสมาชิกสามัญของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ทั้งหมด 37 สมาคม จะเสนอชื่อผู้แทนสมาคม เพื่อรับเลือกทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารโอลิมปิคฯ วาระใหม่
จากนั้น 37 สมาคม จะโหวตเลือก 23 คน จาก 37 คน มาทำหน้าที่เป็นกรรมการบริหาร รวมกับผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิกสากลชาวไทย (คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล) และตัวแทนนักกีฬาโอลิมปิกชาวไทย (ปัจจุบัน คือ ชนาธิป ซ้อนขำ) รวมทั้งหมด 25 คน ต่อจากนั้น 37 สมาคมกีฬาสมาชิก จะโหวตเลือก “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ในคณะกรรมการโอลิมปิคฯ วาระใหม่ จำนวน 10 คน
เมื่อได้ ผู้ทรงคุณวุฒิ เพิ่มอีก 10 คนแล้ว รวมกับกรรมการบริหารชุดใหม่ 25 คน รวมเป็นทั้งสิ้น 35 คน ก็จะประชุมกันเพื่อจัดสรรตำแหน่งและเลือก “ผู้เหมาะสม” มาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ
โดยตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ คนใหม่ นั้น หากมีผู้เสนอชื่อแข่งขันกันมากกว่า 1 คนขึ้นไป ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 35 คน จะลงคะแนนเลือกตั้ง “แบบลับ” แล้วจึงนับคะแนน

สำหรับ 37 สมาคมกีฬาสมาชิกสามัญของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ประกอบด้วย ขี่ม้าโปโล, ตะกร้อ, สกีและสโนว์บอร์ด, ปัญจกีฬา, รักบี้, ยิงปืน, มวยสากล, บาสเกตบอล, กอล์ฟ, ฮอกกี้น้ำแข็ง, ฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้ง, แฮนด์บอล, เทควันโด, เรือพาย, ไตรกีฬา, เบสบอล, ขี่ม้า, ซอฟท์บอล, ฟันดาบ, มวยปล้ำ, ยกน้ำหนัก, แข่งเรือใบ, จักรยาน, เทเบิลเทนนิส, ลอนเทนนิส, โบว์ลิ่ง, ว่ายน้ำ, ยิงเป้าบิน, ยูโด, ฮอกกี้, ยิมนาสติก, ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, กรีฑา, ยิงธนู และปีนหน้าผา
ขณะที่ แคนดิเดตทั้ง 3 ท่าน นั้น ก็ได้มีการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการแล้ว ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ฟอร์มทีมงาน ชู “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬาไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานและเหรัญญิกโอลิมปิคไทย ขึ้นนั่งตำแหน่ง “เลขาธิการโอลิมปิค” ยืนยันมีความมุ่งมั่นและตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อวงการกีฬาอย่างแท้จริง
ขณะที่ “บิ๊กสุชัย” นักธุรกิจกระเป๋าหนัก ใจถึงพึ่งได้ ยืนยันความตั้งใจเข้ามาพัฒนาและยกระดับวงการกีฬา ย้ำชัดว่า “ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง” ล้านเปอร์เซนต์

ฝั่ง คุณหญิงปัทมา ไอโอซีเมมเบอร์หญิงแกร่งของไทย บอกว่าหากได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาคมกีฬา ก็พร้อมเข้ารับตำแหน่ง และจะใช้คอนเนคชั่นระดับโลกที่มีอยู่ ประสานสานประโยชน์เพื่อวงการกีฬาไทย ซึ่งที่ผ่านมา คุณหญิงปัทมา มีผลงานที่ประจักษ์ต่อสายตาของคนในวงการกีฬาทั้งในและต่างประเทศอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ข่าวล่าสุด ที่ไม่ค่อยจะเป็นข่าวมงคลกับวงการกีฬาและสร้างความไม่สบายใจให้กับหลาย ๆ ฝ่าย ก็คือ การเลือกตั้งประธานโอลิมปิคไทยครั้งนี้ อาจจะมีการทุ่มเงินก้อนโตซื้อเสียง เพื่อให้ตัวเองได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเบอร์ 1 แห่งบ้านอัมพวัน
เท็จจริงประการใดนั้น ไม่มีใครทราบ แต่ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริง ก็คงเป็นเรื่องเศร้าของชาวกีฬาน่าดู เพราะเรื่องของกีฬาต้องคิดถึงคำว่า “สปิริต” หากมีการซื้อเสียง ขายเสียง ก็ไม่ต่างจากเอาความสกปรกโสมมจากการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง
อย่างไรก็ดี เท่าที่ได้พูดคุยกับ “คีย์แมนกีฬาไทย” หลาย ๆ ท่าน ส่วนใหญ่ก็ยังมั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะทุกคนก็เป็นถึงนายกสมาคมกีฬา มีศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่น่ามีใครทำเรื่องแบบนี้แน่นอน

การเลือกตั้งโอลิมปิคไทยครั้งก่อน ๆ ส่วนใหญ่จะรู้ผลกันตั้งแต่ “คืนหมาหอน” เพราะ “โพย” ล็อกผล ล็อกตัว “ประธาน+กรรมการ” จะออกในคืนนั้นเลย แต่ครั้งแน่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมีผู้เสนอตัว พร้อมเป็นตัวเลือกอย่างชัดเจน
วันที่ 25 มี.ค.นี้ เราจะได้รู้กันว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโอลิมปิคไทยคนใหม่” กันต่อไป
ไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานโอลิมปิคคนใหม่ แต่ทุกท่านต่างก็รู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี ที่สำคัญคือต่างอุทิศตนตั้งใจเข้ามาพัฒนาวงการกีฬา
หวังว่าหลังเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ก็จะยังคงร่วมมือร่วมใจกันด้วยความรักและสามัคคีกันต่อไป เพราะเรื่องของกีฬานั้น “ความมีน้ำใจนักกีฬา” หรือ “สปิริต” ต้องมาก่อน “ผลประโยชน์ส่วนตน” เสมอ
## วอน อ่อนวงค์ ##



