โคมิยามะ จ่ายเงินค่าอาหาร 50,000 เยนต่อเดือน (ราว 11,360 บาท) เพิ่มขึ้น 25% จากงบประมาณของเธอในปี 2567 โดยราคาของอาหารหลัก เช่น ข้าว ไข่ และกะหล่ำปลี ต่างพุ่งสูงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เธอและสามี เลิกรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อประหยัดเงิน ซึ่งในขณะเดียวกัน เธอก็ลดการซื้ออาหารสด และพิจารณาว่าจะกลับไปเป็นแรงงาน เพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

“ผักสดมีราคาแพง ฉันเลยลองซื้อผักแช่แข็งแทน” โคมิยามะ กล่าวขณะจับจ่ายซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เกตเน้นสินค้าราคาถูกแห่งหนึ่ง ในย่านอาซากุสะ ของกรุงโตเกียว

ทั้งนี้ ราคาอาหารที่สูงขึ้น บีบบังคับให้ประชาชนในญี่ปุ่นต้องประหยัดเงิน ต่อรองราคา และซื้อสินค้าราคาถูกหรือลดราคา เนื่องจากกำลังการซื้อของพวกเขาลดลง

แม้บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งปรับขึ้นค่าจ้างเมื่อปีที่แล้ว แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า มิหนำซ้ำ รายงานของบริษัทวิจัย “เตโกกุ ดาต้าแบงก์” (Teikoku Databank) ยังชี้ให้เห็นว่า ราคาสินค้าในภาคส่วนอาหาร ประมาณ 20,000 รายการ คาดว่าจะสูงขึ้นอีกในปีนี้

ความไม่พอใจอย่างรุนแรงในกลุ่มครัวเรือนและบริษัทต่าง ๆ ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่น ที่ต้องการฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาหารเป็นปัญหาใหญ่ของพวกเขา เนื่องจากญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่ราคาสินค้านำเข้า ถูกกำหนดโดยเหตุการณ์ระดับโลก เช่น สงครามในยูเครน

ยิ่งไปกว่านั้น อุปทานภายในประเทศของญี่ปุ่น ก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลโตเกียว เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อีกทั้งเงินเยนที่อ่อนค่า ยังทำให้การนำเข้ามีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

อนึ่ง การพึ่งพาตนเองด้านอาหารของญี่ปุ่น ลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือต่ำกว่า 40% ในปีงบประมาณ 2566 จากเดิมอยู่ที่ 50% เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน นั่นหมายความว่า ประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนใหญ่

ด้านนายคาซุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาว่า เขาจะคำนึงถึงภาวะเงินเฟ้ออาหาร เมื่อดำเนินนโยบายการเงิน เนื่องจากมันอาจไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว และอาจส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคด้วย

อย่างไรก็ตาม บีโอเจยังคงระมัดระวังในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย มากกว่าธนาคารแห่งอื่นทั่วโลก ซึ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างหนัก เพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ โดยบีโอเจให้ความสำคัญกับตัวเลขการเติบโตของราคาพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมถึงราคาอาหารสด และต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมอย่างมากในปัจจุบัน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP