@ภาพใหญ่ของ”การเมืองไทย” วันนี้ ที่ต้อง”จับตา” และ”ฝุ่นตลบ” ยังเป็นเรื่องของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”ของ”พรรคฝ่ายค้าน” ที่มีต่อ”รัฐบาล” โดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวันในการ”อภิปราย” ทั้งที่ใกล้หมดสมัยการประชุมยังไม่มีการ”กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ.….เพราะ” วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้”บรรจุญัตติ”การ”อภิปราย”ไม่ไว้วางใจ” โดยขอให้”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน นำ”ญัตติการอภิปราย” ไปแก้ไข เพราะมีชื่อของ”ทักษิณ ชินฝุ่นตลบวัตร” อยู่ใน”ญัตติ” ของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในครั้งนี้ โดยมี”เงื่อนไข” หากยังมีชื่อของ”ทักษิณ ชินวัตร”อยู่ใน”ญัติติการอภิปราย” ก็จะไม่มีการ”บรรจุญัตติ” เพราะ”ขัดต่อกฎหมาย” ……แต่” หัวหน้าพรรค” และ”แกนนำ”ของ” พรรคประชาชน โต้แย้งว่า เป็น”ญัตติ” ที่”ถูกต้อง” และ”ทำได้” เพราะเคยมี”ตัวอย่าง” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ใน”รัฐบาล” อื่นๆมาแล้ว…..ในทาง”กฎหมาย” ใครจะถูก ใครจะผิด ยังไม่มีการ”ชี้ขาด” จาก” กูรูด้านกฎหมาย” แต่ในทาง”การเมือง” มีผู้คนจำนวนมาก เห็นว่าเป็นการ”เล่นเกมการเมือง” เพื่อการ”สกัดพรรคฝ่ายค้าน” ให้มี”อุปสรรค” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในครั้งนี้ และเป็นการ”ปกป้อง” มิให้”ฝ่ายค้าน” ใช้”โอกาส” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายกรัฐมนตรี เพื่อ”พาดพิง”ไปยัง”ทักษิณ ชินวัตร” ผู้เป็น”พ่อ” ของ” นายกรัฐมนตรี” เป็นการ”ตีวัวกระทบคราด” หรือการ”ซื้อเหล้าแถมเบียร์” ซึ่งเป็นการ”เปิดแผล” ของ” ทักษิณ ชินวัตร” ที่เข้ามา”ก้าวก่าย” และ”ยุ่งเหยิง” กับการ”บริหารราชการแผ่นดิน” ของ”รัฐบาล” ที่มี”พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เพราะมี”ลูกสาว” คือ” แพทองธาร ชินวัตร” เป็นทั้ง “นายกรัฐมนตรี” และ”หัวหน้าพรรค”….
@ภาพใหญ่ของ”การเมืองไทย” วันนี้ ที่ต้อง”จับตา” และ”ฝุ่นตลบ” ยังเป็นเรื่องของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”ของ”พรรคฝ่ายค้าน” ที่มีต่อ”รัฐบาล” โดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวันในการ”อภิปราย” ทั้งที่ใกล้หมดสมัยการประชุมยังไม่มีการ”กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ.….เพราะ” วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้”บรรจุญัตติ”การ”อภิปราย”ไม่ไว้วางใจ” โดยขอให้”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน นำ”ญัตติการอภิปราย” ไปแก้ไข เพราะมีชื่อของ”ทักษิณ ชินฝุ่นตลบวัตร” อยู่ใน”ญัตติ” ของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในครั้งนี้ โดยมี”เงื่อนไข” หากยังมีชื่อของ”ทักษิณ ชินวัตร”อยู่ใน”ญัติติการอภิปราย” ก็จะไม่มีการ”บรรจุญัตติ” เพราะ”ขัดต่อกฎหมาย” ……แต่” หัวหน้าพรรค” และ”แกนนำ”ของ” พรรคประชาชน โต้แย้งว่า เป็น”ญัตติ” ที่”ถูกต้อง” และ”ทำได้” เพราะเคยมี”ตัวอย่าง” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ใน”รัฐบาล” อื่นๆมาแล้ว…..ในทาง”กฎหมาย” ใครจะถูก ใครจะผิด ยังไม่มีการ”ชี้ขาด” จาก” กูรูด้านกฎหมาย” แต่ในทาง”การเมือง” มีผู้คนจำนวนมาก เห็นว่าเป็นการ”เล่นเกมการเมือง” เพื่อการ”สกัดพรรคฝ่ายค้าน” ให้มี”อุปสรรค” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในครั้งนี้ และเป็นการ”ปกป้อง” มิให้”ฝ่ายค้าน” ใช้”โอกาส” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายกรัฐมนตรี เพื่อ”พาดพิง”ไปยัง”ทักษิณ ชินวัตร” ผู้เป็น”พ่อ” ของ” นายกรัฐมนตรี” เป็นการ”ตีวัวกระทบคราด” หรือการ”ซื้อเหล้าแถมเบียร์” ซึ่งเป็นการ”เปิดแผล” ของ” ทักษิณ ชินวัตร” ที่เข้ามา”ก้าวก่าย” และ”ยุ่งเหยิง” กับการ”บริหารราชการแผ่นดิน” ของ”รัฐบาล” ที่มี”พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เพราะมี”ลูกสาว” คือ” แพทองธาร ชินวัตร” เป็นทั้ง “นายกรัฐมนตรี” และ”หัวหน้าพรรค”….
@ภาพใหญ่ของ”การเมืองไทย” วันนี้ ที่ต้อง”จับตา” และ”ฝุ่นตลบ” ยังเป็นเรื่องของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”ของ”พรรคฝ่ายค้าน” ที่มีต่อ”รัฐบาล” โดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวันในการ”อภิปราย” ทั้งที่ใกล้หมดสมัยการประชุมยังไม่มีการ”กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ.….เพราะ” วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้”บรรจุญัตติ”การ”อภิปราย”ไม่ไว้วางใจ” โดยขอให้”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน นำ”ญัตติการอภิปราย” ไปแก้ไข เพราะมีชื่อของ”ทักษิณ ชินฝุ่นตลบวัตร” อยู่ใน”ญัตติ” ของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในครั้งนี้ โดยมี”เงื่อนไข” หากยังมีชื่อของ”ทักษิณ ชินวัตร”อยู่ใน”ญัติติการอภิปราย” ก็จะไม่มีการ”บรรจุญัตติ” เพราะ”ขัดต่อกฎหมาย” ……แต่” หัวหน้าพรรค” และ”แกนนำ”ของ” พรรคประชาชน โต้แย้งว่า เป็น”ญัตติ” ที่”ถูกต้อง” และ”ทำได้” เพราะเคยมี”ตัวอย่าง” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ใน”รัฐบาล” อื่นๆมาแล้ว…..ในทาง”กฎหมาย” ใครจะถูก ใครจะผิด ยังไม่มีการ”ชี้ขาด” จาก” กูรูด้านกฎหมาย” แต่ในทาง”การเมือง” มีผู้คนจำนวนมาก เห็นว่าเป็นการ”เล่นเกมการเมือง” เพื่อการ”สกัดพรรคฝ่ายค้าน” ให้มี”อุปสรรค” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในครั้งนี้ และเป็นการ”ปกป้อง” มิให้”ฝ่ายค้าน” ใช้”โอกาส” ในการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายกรัฐมนตรี เพื่อ”พาดพิง”ไปยัง”ทักษิณ ชินวัตร” ผู้เป็น”พ่อ” ของ” นายกรัฐมนตรี” เป็นการ”ตีวัวกระทบคราด” หรือการ”ซื้อเหล้าแถมเบียร์” ซึ่งเป็นการ”เปิดแผล” ของ” ทักษิณ ชินวัตร” ที่เข้ามา”ก้าวก่าย” และ”ยุ่งเหยิง” กับการ”บริหารราชการแผ่นดิน” ของ”รัฐบาล” ที่มี”พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เพราะมี”ลูกสาว” คือ” แพทองธาร ชินวัตร” เป็นทั้ง “นายกรัฐมนตรี” และ”หัวหน้าพรรค”….
@รวมทั้ง”พรรคฝ่ายค้าน” ฉวย”จังหวะ” ในการที่จะ”อภิปราย” เรื่องของ”นักโทษชั้น 14 “ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะเป็น”จุดตาย” ของ”รัฐมนตรี” และ” ผู้เกี่ยวข้อง ที่เป็น”ข้าราชการ” จำนวนหลายหน่วยงาน” เพราะการ”ปกป้อง”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี จากการ”ฟาดฟัน” ของ” พลพรรคฝ่ายค้าน” ก็ทำให้” องค์รักษ์พิทักษ์นายน้อย” ถึงกับ”ระดมมือดี” ของ”พรรคเพื่อไทย” มาสร้าง”ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก” ถ้าเพิ่มการ”ปกป้อง”คนที่เป็น”นายใหญ่” พ่อของ”นายน้อย”เพิ่มเข้ามาอีกคน”องครักษ์พิทักษ์นาย” ของ”พรรคเพื่อไทย” คงต้อง”เหนื่อย” แบบ” หนักหนาสาหัส” เป็นอย่างยิ่ง” และผลของการ”เปิดแผล” ของทั้ง” สองพ่อลูก” อาจจะทำให้”พรรคร่วมรัฐบาล” มี”แต้มต่อ” ในการ”ต่อรอง” ในเรื่องของ”การเมือง” เรื่องของ”ผลประโยชน์” ที่อาจจะทำให้”พรรคเพื่อไทย” และ”นายใหญ่”ถึงกับ”กระอักเลือด” เรื่องของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ของ”พรรคฝ่ายค้าน” ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่” พรรคเพื่อไทย” ต้องใช้”กลยุทธ์”ต่างๆ รวมทั้ง”ลูกไม้ก้นหีบ” มา”ขัดขวาง” การ”อภิปราย” เพื่อ”ปกป้อง” สองพ่อลูกของ”ตระกูลชิน” อย่าง”สุดลิ่มทิ่มตำ”……
@ก็ไม่ต่างกับการที่มี”ใบสั่ง” ให้”กรมบังคับคดีพิเศษ” หรือ” ดีเอสไอ” ให้”ของาน” จาก” คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ” กกต.” ในเรื่องการ”สืบสวนสอบสวน” เพื่อ”เอาผิด”กับ”สมาชิกวุฒิสภา” ในข้อหาการ”ฮั้วเลือกตั้ง” นี่ก็เป็นเรื่องที่”ผิด ถูก” ยังต้องใช้เวลาในการ”สืบสวนสอบสวน โดยมี”กกต.เป็น”หน่วยงาน”ที่มีหน้าที่รับ”ผิดชอบ” โดยตรง” แต่”ดีเอสไอ” ก็ขอที่จะ”เกาะเกี่ยว” โดยการขอเข้ามา”สอบสวน”ในข้อกล่าวหาว่าเป็นการ”ฟอกเงิน” ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดมี”เบื้องหน้าเบื้องหลัง” ในเรื่องการ”กินเหลี่ยมกินทรง” ระหว่าง”พรรคเพื่อไทย” กับ”ภูมิใจไทย” ระหว่าง”เนวิน ชิดชอบ” กับ”ทักษิณ ชินวัตร” ผู้เป็นผู้”มากบารมี”ที่อยู่”นอกพรรคการเมือง” แต่สามารถ”ชี้เป็นชี้ตาย” ให้กับ”พรรค”และ”คนในพรรคได้….. เชื่อเถอะ “ผู้มีบารมี”ที่อยู่”นอกพรรคเพื่อไทย” ซึ่งถูกตั้ง”ฉายา” ว่า” สทร.” ไม่ได้ต้องการที่จะ”ล้ม สว.” หรือ”สมาชิกวุฒิสภา” ชุดนี้ แต่ต้องการให้”ดีเอสไอ” ให้กฎหมายฟอกเงิน” เป็นการ”ข่มขวัญ” สร้างความ”วิตกกังวล” ให้กับ” สว.บางกลุ่ม.บางพวก” แล้ว “ผู้มีบารมี” ก็จะ”เลือกจิ้ม” สว.บางคน บางกลุ่มมาพบเป็นการ”ส่วนตัว” เพื่อให้มีการ”เปลี่ยนสีเสื้อ” พร้อมทั้ง”รางวัลติดปลายนวม” วิธีการอย่างนี้เป็นเรื่องที่”ผู้มีบารมี” นอกพรรคเพื่อไทย มีความ”ถนัดจัดเจน” และเคยทำได้ผลมาแล้ว ก็ต้องติดตามดูว่า สุดท้ายแล้ว” จะมี” สว.สีน้ำเงิน” หรือ” สว.อิสระ” จะ”ย้ายฝั่ง”ไปยัง”เพื่อไทย” จำนวนมากน้อย เท่าไหร่ แต่”ตัวเลขกลมๆ” ที่ผู้มี”บารมีนอกพรรคเพื่อไทย”ต้องการคือ” 80 บวก เพื่อใช้เป็น”เครื่องมือ” ในการแก้”รัฐธรรมนูญ” และการ”ต่อรอง” ในการ”แต่งตั้งองค์กรอิสระ” ทั้ง เรื่อง”ความ”ขลุกขลัก” ของการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” และเรื่องของการ”เอาผิด”ในการ”ฮั้วการเลือก สว.” เป็นเรื่องการ”ต่อรอง” ทาง”การเมือง” มากกว่าเป็นเรื่องของ”ประเทศชาติ”…..
@และเรื่องที่”ดีเอสไอ” เข้ามา”สอดแทรก” ในเรื่องการ”ฮั้ว สว.” ในครั้งนี้ เป็นการสร้างความ”หวั่นไหว” ให้กับฝั่งของ”ผู้แทนราษฎร” หรือ” สส.” เป็นอย่างมาก เพราะต่อไปจะเป็น”บรรทัดฐาน” ให้ผู้ที่”สอบตก” จากการเลือกตั้ง สส. และเลือกตั้ง”นายก อบจ.” ไปยื่นฟ้อง ต่อ”ดีเอสไอ” ตามที่”ดีเอสไอ” เข้ามา”ทำคดีของ” สมาชิกวุฒิสภา” ต่อไป”คดีพิเศษ” ที่เป็นเรื่อง”การเมือง” การ”ฮั้วเลือกตั้ง” จะมา”กอง” อยู่ที่” ดีเอสไอ” ก็ “สนุกสนาน”ไปอีกอย่าง และถ้า”ดีเอสไอ” ต้องกลายเป็น”เครื่องมือทางการเมือง” ”ประเทศไทย” และ”คนไทย” จะยังต้องการให้มี”กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หรือ”ดีเอสไอ” อีกหรือไม่……
@ส่วนเรื่องของ”เศรษฐกิจ” เรื่องของ”ปากท้อง” ของ”ประเทศชาติ” และ”ประชาชน” ยังอยู่ใน”อาการที่น่าเป็นห่วง” เรื่องการเดินทางไป”ทัวร์ประเทศเยอรมันนี”ของ” แพทองธารชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ที่”เธอ” บอกกับ”ประชาชน”ว่าไปเพื่อการ”ดึงนักลงทุน” มาสร้าง”เศรษฐกิจ” ของ”ประเทศ”นั้น ยังไม่มีอะไรที่”เป็นมรรคเป็นผล” และ”เป็นไปได้” แต่ที่เป็นไปแล้ว คือความ”ยากจนแร้นแค้น” ของ”ชาวนาไทย” ที่”ราคาข้าวตกต่ำ” จนต้องออกมา”ประท้วง” และเป็นเหตุให้” เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์” พิชัย นริพทะพันธ์” แนะนำ”ทางออก” ให้กับ”ชาวนา” ให้ไป”ปลูกกล้วย” แทนการ”ทำนา” และกลายเป็นเรื่อง”ทัวร์ลง” และ”หน้าหงาย” กลับมา เพราะเป็นเรื่องที่”เป็นไปไม่ได้”แต่”เสนาบดี”กระทรวงพาณิชย์ ยัง”ขายขี้เท่อ”ต่อไปโดยการ “ขอร้อง” ให้”คนไทย” กินข้าว ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการ”ช่วยชาวนา” เรื่องนี้ แสดงว่า” เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์”เมาหมัด” มาจากการ”ถูกน็อค” จากเรื่องการ”เลิกทำนา” เพื่อให้”ชาวนา” ไป”ปลูกกล้วย” จนลืมคิดว่า” ข้าวสาร” มี”ราคาแพง” คนขายข้าวสาร”ไม่ได้”เดือดร้อน” แต่”ร่ำรวย” เพิ่มขึ้นทุกวันเพราะการ”ขึ้นราคาข้าวสาร” การให้”คนไทย” กินข้ามมากขึ้น” จะไปช่วย”ชาวนา”ตรงไหน เพราะที่”ชาวนา” เรียกร้องให้”รัฐบาล” ให้”กระทรวงพาณิชย์” ทำการ”ช่วยเหลือ” คือ”ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ” หรือ” ท่านเสนาบดี” ต้องการให้”คนไทย” ช่วยกิน”กินข้าวเปลือก”เพื่อเป็นการ”ช่วยชาวนา” อย่างนั้นกระมัง ขอโทษ เถอะ ถ้า หลังการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” และต้องมีการ”ปรับ ครม. “ ก็ฝากไปยัง” ทักษิณ ชินวัตร” หัวหน้ารัฐบาล” ตัวจริง” เอา” เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์” กลับไป”อยู่บ้านเถอะ……เพราะยังมีเกษตรกร ที่ได้รับความ”เดือดร้อน” อีก สองอาชีพ นั้นคือ”ผู้ที่”ปลูกอ้อย” และผู้ที่”ปลูกมันสำปะหลัง” ที่ กำลัง”ละล้าละลัง” จากราคา”ผลผลิตตกต่ำ” จน”ขาดทุน” และ เตรียมที่จะ”ประท้วง” ให้”รัฐบาล” ช่วยเหลือ กับความ”ทุกข์ยาก” ที่ได้รับ” เพราะถ้า”เสนาบดี” ท่านยังอยู่ ไม่ทราบว่าจะมีการ”แนะนำ” ให้”ชาวไร่อ้อย” และ”ชาวไร่มัน” ไป”ปลูกอะไร” กันอีก ทั้งหมดที่เขียนมานอกจาก สงสาร”ชาวนาชาวไร่” แล้ว ยัง”สงสารประเทศไทย” และ”เสนาบดีท่าน” เป็นอย่างยิ่ง……
@บรรทัดนี้ขอ”แสดงความเสียใจ” กับ” เจ้าหน้าที่” และ”ประชาชน” ที่ได้รับความ”สูญเสีย” จาก”ระเบิดคาร์บอมบ์” และการ”โจมตี”ด้วยอาวุธสงคราม” จาก”กองกำลังติดอาวุธ” ของ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น”ต่อ”ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งถือเป็นการ”ก่อการร้าย” ที่”รุนแรง” ที่สุดในรอบ”หลายปี” ที่ผ่านมา เป็นการ”แสดงตัวตน” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” ของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ที่มีการ”วางแผน” ในการ”ก่อการร้าย” อย่างเป็นระบบ มีการ”วางระเบิดแสวงเครื่อง” ในรอบตัวเมืองของ”สุไหงโก-ลก เพื่อสร้างความ”ปั่นป่วน” ให้กับ”เจ้าหน้าที่ และง่ายต่อการเข้า”ปฏิบัติการ” ในการ”ก่อวินาศกรรม” ต่อ”เป้าหมาย” คือ”ที่ว่าการอำเภอ” หลัง”ปฏิบัติการ” มีการ”ถอนตัว” จาก”พื้นที่ก่อเหตุ” และ”หลบหนี”อย่าง”ลอยนวล” นำ”รถยนต์” ที่ใช้เป็น”ยานพาหนะ” ไป”จอดทิ้ง” ยัง อ.สุไหงปาดี ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุกว่า 10 กิโลเมตร โดยไม่มีการ”ต่อต้าน” จาก”จุดตรวจจุดสกัด” ของ” เจ้าหน้าที่แม้แต่หน่วยเดียว……
@คำถามจาก”ประชาน” คือ”เกิดอะไรขึ้น” กับ” ขบวนการป้องกันเหตุ” ของ”ฝ่ายปกครอง” และ”ตำรวจ” รวมทั้ง”ทหาร” ที่”รับผิดชอบ” ในพื้นที่ เพราะ”รู้ทั้งรู้” ว่าใน”เดือดรอมฎอน” จะมีการ”ก่อเหตุร้าย” จาก”กองกำลังติดอาวุธ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” อย่างแน่นอน แต่ทำไม”จึงไม่มีการป้องกัน” โดยเฉพาะ”ฝ่ายปกครอง” ที่มีกำลัง”กองอาสารักษาดินแดน” เป็น”กำลังหลัก” ในการ”รักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ” ทำไมจึงไม่มีการ”วางแผนการป้องกัน” และ “แผนการเผชิญเหตุ” ภาพจาก”กล้วงวงจรปิด” เห็นได้ชัดว่า” กองกำลังอาสารักษาดินแดน” ไม่มี”ขีดความสามารถ” ในการ”ป้องกันหน่วยหรือสถานที่ราชการ” และ”ป้องกันตนเอง” ทั้งที่ได้รับการ”ฝึกฝน” จาก” ศูนย์สงครามพิเศษ” มาแล้ว รวมทั้งเห็นชัดว่า” หน่วยงานของเจ้าหน้าที่ “ตำรวจ,ทหาร,ปกครอง” ขาดการ”บูรณาการ” ในการ”เผชิญเหตุ”เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของ”กรมการปกครอง” กระทรวงมหาดไทย” ว่าจะ “ดำเนินการอย่างไร” กับความ”บกพร่อง” ของ”ฝ่ายปกครอง” ที่เกิดขึ้น อย่าอ้างว่า”วัน ว เวลา น.” ที่ “มีการ”ก่อเหตุ” ไม่มี”นายอำเภอ” เพราะมีการ”โยกย้าย” เพราะถ้าไม่มี”นายอำเภอ” ก็ต้องมี” ปลัดอาวุโส” ทำหน้าที่”รักษาราชการแทน” เรื่องที่เกิดขึ้นกับ”ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก” และการ”ป่วนเมือง” ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ต้องมีผู้”รับผิดชอบ” ทั้ง”ฝ่ายปกครอง ,ตำรวจ. และ”ทหาร” ว่าจะเป็น” ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม” ผวจ. และ” พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล” ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ”พล.ต. เฉลิมพล ขำเขียว ผบ.ฉก.นราธิวาส ต้อง”รับผิด” ต่อ”สถานการณ์” ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่”ลอยตัว” อยู่เหนือ”ปัญหา”
@การที่”สามฝ่าย” ไม่ต้อง”รับผิด” กับ”เหตุการณ์ความเลวร้าย” ที่เกิดขึ้นนี่เอง ที่ทำให้การ”ดับไฟใต้” มีความ”ล้มเหลว” มาโดยตลอด เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะมี”คนตาย”มากน้อย” เท่าไหร่” จะมี”คาร์บอมบ์” ที่สร้างความ”เสียหาย” ให้กับ” สถานที่ราชการ”มากน้อยแค่ไหน หรือการ”ปล่อยให้” กองกำลังติดอาวุธ” เดิน”พาเหรด” เข้ามา”เหยียบจมูก” ถึง”หน่วยงานที่เป็น”สัญลักษณ์” ของการ”ปกครองประเทศ” เจ้าหน้าที่”น้อยใหญ่” ก็ไม่มีความผิด แต่ทุกคนรับ”ความชอบ” ทั้ง”เงินพิเศษ”และ”ขั้นพิเศษ และ” สิทธิ” อื่นๆ แบบ”ทั่วหน้า” ก็ต้องถาม” อนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรี และ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ว่าจะ “เอาอย่างไร” กับความ”หย่อนยาน” ของ”ฝ่ายปกครอง ที่เกิดขึ้น และถามไปยัง” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ถึง”แผนการบูรณาการ” และ”แผนตั้งรับ” รวมทั้ง”แผนเผชิญเหตุ” ใน”หัวเมืองเศรษฐกิจ” อย่าง” สุไหงโก-ลก “ จ.นราธิวาส” ว่ามีหรือไม่มี และถ้ามีทำไมจึง”ไร้ประสิทธิภาพ สุดท้าย “พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องตอบ”ประชาชน”ด้วยว่า” จุดตรวจ จุดสกัด ที่มีอยู่ มากมาย ของ”ทหาร” จึง”ไร้ความสามารถ” ในการ”ตรวจ”ก่อนที่จะเกิดเหตุ และหลัง”เกิดเหตุ” ทำไม”จุดสกัด” ทั้งหมดจึงทำหน้าที่”ไร้ผลไร้ประสิทธิภาพ” ปล่อยให้”คนร้ายหลบหนี”อย่าง”ง่ายดาย” และจนถึงบัดนี้ยัง”ลอยนวล” นี้แสดงว่า”กองกังลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” มีความ”เก่งกล้า” กว่า”ตำรวจ,ทหาร” และ”หน่วยรบพิเศษ”ที่เข้ามา”สนับสนุน”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอย่างนั้นหรือ. ทั้งหมดคือความ”ล้มเหลว” และความ”ไร้ประสิทธิภาพ”ของ” หน่วย ทหาร ตำรวจ ปกครอง ในพื้นที่ ซึ่ง” ต้องมีการ”ไล่เบี้ย” จาก” ต้นสังกัด…..แต่ใน”ส่วนกลาง”นายกรัฐมนตรี” ที่มี”หมวก” ของ” ผอ.กอ.รมน.” จะ ดำเนินการอย่างไร เพราะ”เธอบอกว่า” จะต้องส่ง”เจ้าหน้าที่” เข้าไปเพิ่ม เพื่อแก้ปัญหา และ”พ่อ” ไม่ได้”มีส่วน” ในเรื่องของ”ความรุนแรง” และแผนของการ”ดับไฟใต้” ก็ไม่ต้องไป”โทษเธอ” เพราะ”นายกรัฐมนตรี” มอบเรื่องของ”ความมั่นคง” ให้เป็น”หน้าที่”ของ” สหายใหญ่” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” เป็นผู้”รับผิดชอบ” แต่”ดูทรง” แล้ว” วันนี้ยังไม่”เห็นกึ๊น” ของการ”ดับไฟใต้” ที่”เด็ดขาด” จาก” เสี่ยอ้วน”…..
@เพราะแม้แต่การ”สั่งการ”ให้”เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ” หรือ” สมช.” อย่าง”ฉัตรชัย บางชวด” ไปดำเนินการทำ”ยุทธศาสตร์”ในการ”ดับไฟใต้”ใหม่ ยังมองไม่เห็น”ความสำเร็จ” และ”ยุทธศาสตร์” ที่มีการ”ทำใหญ่” ก็ไม่”ตอบโจทย์” ของการ”ดับไฟใต้” เพราะเป็น” ยุทธศาสตร์” ที่ ไปตอบสนองความต้องการของ” ภาคประชาสังคม” ที่เป็น”ปีกทางการเมือง” ของ” บีอาร์เอ็น” ที่เน้นการ” เจรจา” เป็นด้านหลัก ทั้งที่รู้ว่าการ”เจรจา” เป็นการเดินเข้าทางของ”บีอาร์เอ็น” ที่ต้องการใช้”เวทีการเจรจาสันติภาพ” เพื่อ”ซื้อเวลา” ในการ”สร้างมวลชน” ให้มาก และมีความ”เข้มแข็ง” เพื่อใช้เป็น”เครื่องมือ” ในการ”เรียกร้อง”ให้มีการ”แบ่งแยกดินแดน”……ที่สำคัญ “สถานการณ์” ที่”เลวร้ายลง” ใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” มาจากการที่” ตัวแทนของ สมช. ซึ่งไป”พูดคุย” กับ” ตัวแทน”บีอาร์เอ็น” และผู้อำนวยความสะดวกของ”มาเลเซีย” เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา แล้วทึกทัก”เอาเองว่า จะไม่มี”เหตุร้าย” ในเดือนรอมฎอน” และเมื่อวันที่ 26 ก.พ. สมช. และ”พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก” ซึ่งถูก”รัฐบาล” วางตัวให้เป็น”หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข” แทนนาย”ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช )” เดินทางมา”ประชุม”กับ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า,ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” และ”ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจส่วนหน้า” เพื่อให้”ลดการปฏิบัติการทางยุทธวิธี” เพื่อ”เชื่อมั่น” ในการ”ลงพื้นที่” พบกลับ”กลุ่มคน” และ”ผู้นำศาสนา” ที่”ตกปากรับคำ” จนสร้างความ” มั่นใจ” ว่า”เดือนรอมฎอน” จะเป็น”เดือนแห่งสันติ” นี่คือความ”ผิดพลาด”ของทั่ง” สมช.” และของ” พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก” ที่”ประเมินสถานการณ์ผิด” และไม่รู้จัก” เล่กล”ของ” บีอาร์เอ็น” ดีพอ ไปเชื่อบรรดา”อูลาม่า” ที่”เหยียบเรือสองแคม” และนี่เองที่ทำให้” กอ.รมน.ภาค 4 “ ลดแผน”ยุทธการ” ตาม”คำขอ” เพื่อ”สร้างผลงาน” ให้กับ”ตนเอง” จนนำมาถึงความ”รุนแรง” ใน” สามจังหวัดชายแดนภาคใต้”….
@อีกเรื่องที่ต้อง”จับตามอง” เพราะก่อนหน้านี้ “แนวร่วม” ในพื้นที่”ได้ออกมา”ข่มขู่” ทั้งเขียนจดหมาย พ่นสี และ แขวนป้ายผ้า ให้”อาสารักษาดินแดน” ใน “สามจังหวัดชายแดนภาคใต้”ลาออก” ก่อนที่จะถูก”ปลิดชีพ” และ”วันนี้การ”ข่มขู่” ก็กลายเป็น”เรื่องจริง” เพราะ”สองสามเดือน” ที่ผ่านมา”เป้าหมาย” ของกองกลังติดอาวุธ” และ”แนวร่วมในพื้นที่คือ”การ”ปลอดชีพ”ของ”กองอาสารักษาดินแดน” อย่างเป็น”หน้าหลัก” ปัญหานี้แก้อย่างไร หรือให้”ตายกันไปเรื่อย” อย่างนี้ และหากเป็นอย่างนี้” แผนการดับไฟใต้” ที่ บอกว่าในปี 2570 จะมีการ “ลดจำนวนทหาร” และให้”กองกำลังประจำถิ่น” คือ” กองอาสารักษาดินแดน” ทำหน้าที่”รักษาความสงบความปลอดภัยแทน” จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้เห็นชัดๆว่า “กองกำลังอาสารักษาดินแดน” หน่วยของตนเองยังรักษาไม่ได้ และที่สำคัญ”ชีวิต”ของ”อาสารักษาดินแดน” ตายเป็น”ใบไม่ร่วง” ไม่ต่างกับเป็น”ผักเหนาะ” ของ” กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” เรื่องนี้”คิดผิด”ก็”คิดใหม่” อย่าเอา”ชีวิต”ของ”อาสารักษาดินแดน” มา”เสี่ยง” สงสาร”ครอบครัว” และ”ลูกเมีย” ที่ต้องเป็น”หม้าย” และเป็น”กำพร้า”…..
@และอีกเรื่องที่”ข้ามไปไม่ได้” ต้องมีการ”เขียนถึง” นั้นคือความ”ล้มเหลว”ของ”งานการข่าว”ที่ไม่มี”เบาะแส”ถึงการ”รวมพล” เพื่อการ”ก่อเหตุ” ในการใช้”คาร์บอมบ์” ต่อ”ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก “ ในครั้งนี้ ทั้งที่มีการ”วางแผน” มีการ”ลำเลียงระเบิดแสวงเครื่องข้ามมาจาก” ฝั่งมาเลเซีย” มีการ”ระดมมือดี” ในพื้นที่ของ”บีอาร์เอ็น” เพื่อ”ปฏิบัติการ” โดยเฉพาะ “ความ”สำเร็จ”ของ”บีอาร์เอ็น” มาจากงาน”การข่าว” ที่”ล้มเหลว” ทั้งที่”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” มี”งบประมาณการข่าว” ปีละ 500 ล้าน ถามว่า”เงินส่วนนี้” ถึงมือของ”เจ้าหน้าที่” ผู้ทำงาน”การข่าว” หรือไม่ และมีการ”พัฒนา” ให้งาน”การข่าว” มี”ประสิทธิภาพ” มากน้อยแค่ไหน “ เชื่อหัว ไอ้เรือง” ถ้างาน”การข่าว” มีความ”ล้มเหลว” การ”ป้องกัน” การ”ก่อเหตุ” ก็ต้อง”ล้มเหลว” ตามมา สุดท้าย” บีอาร์เอ็น” จึงฝ่ายที่”ได้เปรียบ” และสร้างความ”สูญเสีย” ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ สำคัญ เงิน 500 ล้านถูก” แบ่งปัน” อย่างไรไปเข้า”กระป๋า”ใคร…..
@เรื่องของ”บุหรี่ไฟฟ้า” กลายเป็นปัญหาสังคมของประเทศ เพราะ”วัยรุ่น วัยเรียนเยาวชน” ต่างมี”ค่านิยม” ในการ”สูบบุหรี่ไฟฟ้า” ใน”สถานศึกษา” ที่แม้แต่ “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม” ก็เป็นแหล่งการ”ระบาด”ของ”บุหรี่ไฟฟ้า” และเป็น”สินค้า” ที่”นำเข้า”มาจาก”ประเทศจีน” ใครเป็น”นายทุนใหญ่” ในการ”ปราบปรามจับกุม” ต้องไปให้ถึง” นายทุนใหญ่” ส่วน”ร้านค้า” ในทุกพื้นที่ “ตำรวจ” ต้องดำเนินการ”จับกุม” อย่าง”เข้มงวด” เพราะถ้าไม่มี”ที่ขาย” คนเสพก็ไม่มี”ที่ซื้อ” แต่เพราะร้านขายบุหรี่ไฟฟ้ามีการขายอย่าง”เกลื่อนกลาด” จึงทำให้มีผู้”เสพมากขึ้น” โดยเฉพาะในพื้นที่ของ” หาดใหญ่” และ”อ.เมือง” สงขลา มีการขายอย่าง”เสรี” ใครเป็น”ผกก.สภ.หาดใหญ่” และเป็น”ผกก.สภ.เมือง สงขลา ต้องเร่ง”กวาดล้าง” …. แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
——————————————————–

ตรวจที่เกิดเหตุ. พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 และคณะ ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบ การวางระเบิดคาร์บอมบ์ ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ,นราธิวาส โดยมี ว่าที่ ร,ต.ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ,9 ให้การต้อนรับ

เยี่ยมให้กำลังใจ. นอ.จิราสินธุ์ เกษม ธนเสถึยร รอง ผอ.ศูนย์สันติวิธี และคณะกลุ่มสตรีกองสานใจสู่สันติ ศูนย์สันติวิธี เยี่ยมให้กำลังใจ ประชาชน ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ รพ.ศูนย์ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา

ตรวจเยี่ยม, พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ นำคณะกรรมาธิการ ตรวจเยี่ยมศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล อ.เมือง จ,ลพบุรี พร้อมชมโครงการ ทหารพันธุ์ดี ปลูกผักปลอดสารพิษ สร้างรายได้และอาชีพให้กับทหารชั้นผู้น้อย

จิตอาสา. ซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ,นราธิวาส นำจิตอาสา จากภาคส่วนต่างๆจำนวน 400 คน พร้อมเครื่องจักรกล เข้ากวาดซากปรักหักพังของที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก ที่ก่อวินาสกรรมจากกองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น

มอบโล่. โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณให้ศิลปินดีเด่น จ.สงขลา ประจำปี 2568 ภายใต้โครงการ สืบสานอัตลักษณ์เมืองสงขลา เพื่อเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจแก่ศิลปิน พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา สงขลา

ละหมาดฮายัต, ซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ร่วมละหมาดฮายัต กับ ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และ ประชาชน เพื่อขอให้เกิดความสงบสุข และ สันติสุข หลังเกิด คาร์บอมบ์ และการโจมตี เจ้าหน้าที่ ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก โดยกองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น ณ ลานจอดรถตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ทุนการศึกษา. วิภาวี ปัญญาดี ตัวแทนจาก ปตท.สผ, จ.สงขลา มอบทุนการศึกษา ให้กับบุตรธิดา สมาชิกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยมี ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมฯ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุม โรงแรมบีพีแกรนด์ทาวเวอร์ อ,หาดใหญ่ จ.สงขลา

เยี่ยมผู้บาดเจ็บ. ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส พร้อมด้วย วีรพัฒน์ บุณฑริก รอง ผวจ.นราธิวาส เยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมมอบหนังสือจากสำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้ป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ให้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ นำความปลื้มปีติแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

ให้คำแนะนำ. เรืออากาศเอก นพ. อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และคณะ ลงพื้นที่ เข้าเยี่ยมและให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS)เทศบาลนครยะลา โดยมี นายอนุชิต กาญจนานุชิต รอง นายกเทศมนตรีนครยะลา ผอ.สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

เปิดปอซอ. อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ร่วมละศีลอดและพบปะ โครงการส่งเสริมประเพณีถือศีลอดเดือนรอมฎอม ประจำปีงบประมาณ 2569 ขององค์การบริหารส่วนตำบลบาละ กิจกรรมละศีลอด (เปิดปอซอ) ในเดือนรอมฎอน โดยมี ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องชาวตำบลบาละ เข้าร่วมกิจกรรมละศีลอด ณ หมู่บ้านจุฬาภรณ์ ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา

สนับสนุน. กองศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ได้ดำเนินจัดโครงการสนับสนุนเดือนรอมฎอน ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยนาง มัสตูรี วาแมดีซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง ได้มอบหมายให้ แอศฮัม เฮ็งปิยา รองนายกฯ พร้อมคณะบริหารและรองปลัด ทำหน้าที่เป็นคนส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับการเปิดบวช (บุกอปอซอ) แก่มัสยิดในพื้นที่ตำบลท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา

ห่วงใย. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ.จว.ตรัง เป็นผู้แทน เดินทางเข้าเยี่ยม ร.ต.อ.วิษณุพร ด้วงศรี รอง สวป.สภ.เมืองตรัง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะปฏิบัติหน้าที่พื้นที่ สภ.เมืองตรัง พร้อมมอบเงินสวัสดิการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ยังได้ มอบกระเช้าในนาม ผบช.ภ.9 ให้กับ พญ.ธิติมา ศิริมาตยาพันธุ์ รอง ผอ.รพ.ตรัง ฝ่ายการแพทย์ และทีมแพทย์ เพื่อขอบคุณ ที่ได้ทำการดูแลรักษา เป็นอย่างดี จนแพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.ตรัง ณ โรงพยาบาลตรัง อ.เมือง จ.ตรัง

สนับสนุนการศึกษา. มณฑลทหารบกที่ 43 ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สนับสนุนด้านการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน ตามโครงการ ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา และโครงการ จักรยาน สานฝัน ปันสุข โดยมอบถุงยังชีพฯ พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 18 ชุด จักรยานจำนวน 4 คัน ให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองยวน ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง โดยมี พันเอก พสุธาร สมิตานนท์ เสนาธิการมณฑลทหาบกที่ 43 เป็นประธานกิจกรรมฯ พร้อมทั้งปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในสถานศึกษา อีกด้วย

ช่วยเพื่อนมนุษย์, ชัชฎาภรณ์ ยิ้มแก้ว ภรรยา เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ ( เถ้าแก่หลี)มอบเงิน 10,000 บาทพร้อมแพมเพิค 100 โหล มูลค่า 32,000 บาทให้กับครอบครัวของ ชัยยันต์ พรหมสถิตย์ ซึ่งบุคคลในครอบครัวพิการ 4 ชีวิต ใน ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

วันนักข่าว, วิทยา จันท์เสนะ รอง ผวจ.สงขลา มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีกับ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย และร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์วันนักข่าว ณ ห้องกรุงเทพฯ โรงแรมบีพีแกรนด์ทาวเวอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ต้อนรับ. อามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร , ประธานสภาเทศบาล ,สมาชิกสภาเทศบาล ,ปลัดเทศบาล ร่วมให้การต้อนรับ ณัฎฐ์กร บุญโรภาคย์ นายอำเภอรือเสาะ (คนใหม่) พร้อมร่วมรับประทานอาหารละศีลอด (เปิดปอซอ) กับพี่น้องมุสลิมนักเรียนปอเนาะดารุลอูลูมอัล-ฟาตะห์อีนอ ณ ที่ว่าการ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส



