การเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คึกคักเกินคาด สะท้อนชัดว่า สนามเมืองหลวง ยังเป็น ศึกชิงอำนาจ ที่ทุกพรรคหมายตา โดยกกต.ประกาศให้ประชาชนเข้าคูหาใช้สิทธิกำหนดอนาคต กทม.ได้ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

ดังนั้นเดือนมิถุนายน คนไทยจะได้เห็นบรรยากาศการหาเสียง ระหว่าง ขั้วเก่า ขั้วใหม่ และ ขั้วอิสระ อย่างคึกคัก ได้เห็นการนำเสนอนโยบายที่หลากหลาย เพื่อชิงแต้มปักธงยึดเมืองหลวงให้ได้

โดยผู้สมัครหน้าเก่า อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่กลับมาป้องกันแชมป์ เลือกลงสมัครในนามอิสระ ใช้สโลแกน กรุงเทพฯ น่าอยู่สำหรับทุกคน  ต่อยอดนโยบาย “9 ด้าน 9 ดี”  แม้กระแสจะแรงแซงหน้าผู้สมัครคนอื่น แต่ยังมีคำถามที่คาใจกับผลการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ การแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 รถติด ทางเท้า ผู้ค้าหาบเร่ ไปจนถึงข้อครหาว่า กทม.ยังแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ไม่สุด

สำหรับพรรคประชาชน เลือกเข็น ดร.โจชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลงชิงเก้าอี้ ขายแนวคิด กรุงเทพง่าย ๆ สะท้อนการเมืองแบบใหม่ เน้นระบบโปร่งใส และการแก้ปัญหาเมืองแบบจับต้องได้

ดาวฤกษ์ มองว่า แม้คะแนนนิยมของ ชัชชาติ จะพุ่ง แต่ก็ประมาทพรรคสีส้มไม่ได้  เพราะจากผลเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ คือฐานเสียงสำคัญ จนกวาด สส.ในเมืองหลวงเรียบวุธ พิสูจน์ได้ชัดว่า เสียงส่วนใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ทัชใจกับการเมืองแนวใหม่ ขนาดไหน

แต่พรรคประชาชนก็ต้องเจอโจทย์ใหญ่และยากเช่นกัน นั่นคือ จะทำอย่างไรในการเปลี่ยนคะแนนนิยมระดับชาติ ให้กลายเป็นคะแนนในศึกผู้ว่าฯ กทม. จะใช้กระแสการเมืองใหญ่โกยศรัทธาได้อย่างไร

ส่วนค่ายสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ ดันอนุชา บูรพชัยศรี โชว์แนวคิด กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more” โดยปัญหาสำคัญคือ ฐานเสียงสีฟ้าถูก เจาะจนพรุน มาหลายปี สนามนี้จึงเป็นการพิสูจน์ว่า ประชาธิปัตย์ยังมีที่ยืนในกรุงเทพฯ หรือไม่???  

ขณะที่พรรคเศรษฐกิจ ส่ง พล...ชาญเทพ เสสะเวช ลงสู้ศึก ชู 5 นโยบายเอาใจคนกรุง นำAi มาช่วยงานตำรวจจราจร-งดเก็บค่าขยะ

ส่วนผู้สมัครอิสระรายอื่น ไม่ว่าจะเป็น มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ชูแนวคิด 14 ยุทธศาสตร์ “มนุษย์ผู้ทันกาลเวลา ผู้นำมหานครแห่งอนาคต” หรือ คมสัน พันธุ์วิชาติกุลกับคำว่า “กรุงเทพฯ ต้อง Move on” รวมถึง ..กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กับแคมเปญ “SAVE BKK – BKK SAFE”

ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรกสนามเลือกตั้งกทม. 69” ระหว่างวันที่ 22–25 พฤษภาคม ระบุว่า  “ชัชชาติ” ขึ้นนำในโค้งแรก ตามมาด้วย “ดร.โจ” ส่วน “มัลลิกา” ติดอันดับ 3 ด้าน“อนุชา” รั้งไปอยู่ที่ 7 แต่ยังพบมีเสียงที่ยังไม่ตัดสินใจเกือบ 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่
ชี้ชะตาอนาคต กทม.

ดาวฤกษ์มองว่า กลุ่มผู้สมัครอิสระ มีความสำคัญในการเป็นตัวแปรตัดคะแนนที่ทำให้เกมพลิกในโค้งสุดท้ายได้เช่นกัน

เกมชิงธงกทม.ครั้งนี้ จะผูกกับสนาม สก.มากกว่าทุกครั้ง เพราะหากผู้ว่าฯ ชนะ แต่ไม่มี สก.สนับสนุน ก็อาจกลายเป็น ผู้ว่าฯ มือเปล่า ทำงาน ติดล็อกทางการเมือง

ดังนั้นพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ จะไม่เล่นแค่เกมผู้ว่าฯ กทม. แต่เล็งไปที่ ศึกเดือด สก.ที่ต้องกวาดมาให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการวัดแรงกระเพื่อมทางการเมืองของแต่ละขั้ว.

“ดาวฤกษ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่