บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอยู่ท่ามกลางดวงดาวแห่งเอเชีย เมื่อเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต 2024-25

ปราสาทสายฟ้า บุกชนะ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม เสือร้ายแดนเสือเหลือง 1-0 จาก “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และผ่านเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 1-0 นี่แหละ

นับเป็นการรู้ผลแพ้-ชนะ นัดแรก ของคู่ใหญ่อาเซียน(ในเกมทางการ) หลังจาก 2 นัดแรก เสมอ 0-0 ในบ้านของแต่ละทีม

บุรีรัมย์ เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายบอลถ้วยใหญ่เอเชีย เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2013 หรือ 12 ปีที่แล้ว ตอนนั้นรอบ 16 ทีม ชนะ บุนยอดกอร์ จากอุซเบกิสถาน ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แพ้ เอสเตกัล จากอิหร่าน

นับจากนั้นก็เพิ่งได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเพียงแค่ 2 ครั้ง รวมทั้งครั้งนี้

สำหรับรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต เปลี่ยนโฉมจากเดิม ที่ก่อนหน้านี้หลายปีจะเล่นน็อกเอาท์ เหย้า-เยือน แบบแบ่งโซน ตะวันตก กับ ตะวันออก ชัดเจน เล่น หาแชมป์แต่ละโซนมาชิงกัน

แต่ปีนี้จะเอา 8 ทีม โซนตะวันตก 4 ทีม กับ ตะวันออก 4 ทีม ไปเล่นเป็นทัวร์นาเมนต์เลย หรือเรียกว่ารอบ “ไฟนัลสเตจ” ที่คิงอับดุลลาห์ สเตเดียม เมืองเจดดา ประเทศซาอุดีอาระเบีย

รอบ 8 ทีมสุดท้ายแข่งขันวันที่ 25 – 26 เม.ย.68, รอบรองชนะเลิศ แข่งขันวันที่ 29 – 30 เม.ย.68 และรอบชิงชนะเลิศ แข่ง 4 พ.ค.68 โดยแต่ละรอบเตะนัดเดียวรู้เรื่อง ส่วนการจับสลากมีวันที่ 17 มี.ค.68

รอบ 8 ทีมสุดท้าย นอกจากบุรีรัมย์แล้ว โซนตะวันตก สงครามพายุทะเลทราย ทีมอาหรับมาล้วนๆ จาก ซาอุดิอาระเบีย 4 ทีม คือ อัล-ฮิลาล ที่มี รูเบน เนเบส/อัล-อาห์ลี ที่มี โรแบร์โต ฟีร์มิโน/อัล-นาสเซอร์ ที่มี คริสเตียโน โรนัลโด, ซาดิโอ มาเน/อัล-ซาดด์ จากกาตาร์

ส่วนโซนตะวันออกก็มี บุรีรัมย์, โยโกฮามา เอฟ มารินอส(ญี่ปุ่น), คาวาซากิ ฟรอนตาเล(ญี่ปุ่น) และ กวางจู(จีน)

ด้านเงินรางวัลที่บุรีรัมย์ ได้นั้น จากรอบแบ่งกลุ่ม ได้ไปก่อนแล้ว 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 43.8 ล้านบาท) จาก ค่าธรรมเนียมเล่นรอบลีก 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ค่าชัยชนะในรอบลีก 3 นัด รวม 300,000 สหรัฐ/ค่าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่การชนะรอบ 16 ทีมสุดท้าย สู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้ บุรีรัมย์ ได้ไปอีก 4 แสนดอลลาร์สหรัฐ รวมแล้ว 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 57.3 ล้านบาท

จากนี้ยังมีเงินรางวัลรอคือ ถ้าเข้ารอบรองชนะเลิศได้อีก 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ (20.2 ล้านบาท), ถ้าเข้ารอบชิงชนะเลิศ หากได้รองแชมป์ ได้อีก 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (134.8 ล้านบาท) และถ้าได้แชมป์ได้อีก 10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (337.2 ล้านบาท)

ดังนั้น เงินรางวัลสูงสุดที่ บุรีรัมย์ มีโอกาสได้คือหากไปถึงแชมป์ จะได้รวม 12.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 414.75 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จากการเข้ารอบไฟนัลสเตจ จะกระทบกับคิวบอลในไทยของ บุรีรัมย์ แน่นอน ซึ่งคงต้องไปขยับหลบทาง

ส่วนสัปดาห์นี้ บุรีรัมย์ ต้องกลับมาโฟกัสกับเกมไทยลีกก่อน เพราะเผลอแป๊บเดียว ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มาจ่อก้นที่ 2 แต้มแล้ว แม้ แข้งเทพ จะแข่งมากกว่า 1 นัดก็ตาม

ทั้งคู่เตะวันอาทิตย์ เวลา 1 ทุ่มเช่นกัน บุรีรัมย์ เล่นในบ้านพบ นครราชสีมา เอฟซี ส่วน ทรู แบงค็อก เยือน การท่าเรือ เอฟซี

ช่องว่างจะขยับไปในทิศทางใด รอติดตามกัน.

***วุฒินล***