ก่อนแข่งกับ ศรีลังกา มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย บอกว่า เขาให้ความสำคัญกับการไม่เสียประตู มากกว่าที่จะยิงเยอะๆ

ชนะ 1-0 ก็คือ 3 แต้ม ซึ่งสำคัญกว่า

หลังแข่ง ชนะ 1-0 จริงๆ อิชิอิ ยอมรับว่า ปัญหาคือความเฉียบคมในเกมรุก และความเร่งรีบเกินไป ส่วนเกมรับดีแล้ว

การจัดทัพของ อิชิอิ จะบอกว่าเป็นไปตามโผก็ได้ คู่เซ็นเตอร์ เอเลียส ดอเลาะ, โจนาธาร เข็มดี} แบ๊กขวา ตัดสินใจใช้ นิโคลัส มิคเกลสัน มาขึ้นเกมรุกฝั่งนี้จะดีกว่าโยกไปซ้าย ทำให้ฝั่งซ้ายเป็น อิรฟาน ดอเลาะ

คู่กลาง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ มี “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ตัวรุก, ริมเส้นซ้ายขวา พี่น้อง สุภโชร สารชาติ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, กองหน้า พาตริก กุสตาฟส์สัน

ครึ่งแรก คือความอึดอัด แผงกลางแทบจะไม่สามารถปั้นเกมได้เลย ชนาธิป ผู้เล่นตัวเก๋าของทีม คือคนที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นที่สุดในเกมรุก แทบจะเป็นคนเดียวที่โจมตีได้

เป็นจังหวะดีที่มาได้ประตูในเวลาที่เหมาะสมก่อนหมดครึ่งแรก จาก พาตริก กุสตาฟส์สัน (อีกแล้ว)

ช่วงพักครึ่ง อิชิอิ บอกว่า เขาต้องกระตุ้นอย่างหนัก อย่าเร่งร้อน เร่งรีบจนเกินไป นั่นทำให้ครึ่งหลัง เกมของไทยดูสมูธขึ้น ไปอยู่ใกล้เคียงกับระดับที่ควรต้องเป็น แต่ติดตรงจังหวะสุดท้าย ไม่ยิงเบี้ยว ก็ติดบล็อก

บอลก็แบบนี้ นำ 1-0 ยิงลูก 2 ไม่ได้ เวลาน้อยลงเรื่อยๆ ย่อมกดดัน ย่อมเกร็ง เพราะโจทย์คือต้องชนะ

อาจจะด้วยตั้งใจถอยไปบล็อก หรือขาสั่นก็แล้วแต่ แต่นั่นคือเปิดโอกาสให้ ศรีลังกา ไปป้วนเปี้ยน หยอดไปหยอดมา สร้างความหวาดเสียว ยิ่งลูกเตะมุมโป้งเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้ แฟนบอลเกร็งกันไปเกร็งกันมา โดนตีเสมอ สะเทือนตั๋วเอเชียนคัพทันที ยังดีที่ต้านอยู่ หมดเวลาด้วย 1-0

เสียงด่า มากกว่าเสียงชม อันดับ 97 โลก ชนะทีม 200 ของโลกแค่ลูกเดียว

ทีมชาติไทย ในยุคอิชิอิ แมตช์ “ตบเด็ก, ต่อยวัยรุ่น” ยังเป็นโจทย์

อิชิอิ ทำได้ดีกับทีมใหญ่ เสมอโอมาน, ซาอุฯ, เกาหลีใต้, จีน, แพ้ อุซเบกิสถาน หวุดหวิด

แต่ไม่ชนะลาว(ในบ้าน), เสมอ เลบานอน, เฉือน กัมพูชาหวุดหวิด, เตะ 2 นัด ผลัดแพ้ชนะ ฟิลิปปินส์ น็อกไม่ลง ต้องต่อเวลา ก่อนชนะหวิว , แพ้ เวียดนาม ไป-กลับ และล่าสุดกับ ศรีลังกา หืดจับ

สถิติ 10-0 เหนือ ติมอร์เลสเต อย่าไปคิดมาก แมตช์นั้น ติมอร์ฯ ใจฝ่อ ปล่อยจอยตั้งแต่แรกๆ

อาจต้องใจเย็นสักนิดมั้ย อิชิอิ บอกว่า เขากำลังสร้างทีมใหม่ โดยมีเป้าหมายที่คัดฟุตบอลโลก หนหน้า

นักเตะหน้าใหม่เข้ามา ไม่ได้หมายความว่าฝีเท้าไม่ดี เพียงแต่ต้องมาฝังระบบ การเล่นเป็นทีมให้ชัด

ชนาธิป ด้วยอายุ 31 ปี อาจอยู่ในข่าย “คลื่นลูกเก่า” เหมือน ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน แต่ฝีเท้า ความสำคัญ ความเข้าใจเกมของเจ รวมทั้งบุคลิกส่วนตัว “พี่เจ” ยังต้องเป็นแกน แบบขาดไม่ได้

ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ เมื่อมองเป้าไกลก็ต้องให้เวลา เหมือนเป็นการลับแข้งลองทีม ในแมตช์ที่ต้องจริงจัง เพราะมีเดิมพันตั๋วเอเชียนคัพ

1-0 ก็ 3 แต้มเหมือนกันน่า ปลอบใจตัวเองได้ ยิ่งมาคิดถึงคู่ต่อสู้นัดหน้า ต้องเยือน เติร์กเมนิสถาน ในเดือนมิ.ย.

เติร์กเมนิสถาน อันดับโลกดีสุดรองจากไทย คือ 147 เพิ่งบุกชนะ ไต้หวัน อันดับ 165 โลก ได้ 2-1 เก็บ 3 แต้มก่อน

ดังนั้น จากเกมแรกที่ง่ายที่สุด ไปสู่เกมยากที่สุด ในการเยือนเติร์กเมนิสถาน

ลองคิดดู ถ้า ไทยไม่ชนะ ศรีลังกา เราจะไปเยือนคู่แข่งอันดับ 1 ด้วยแต้มเป็นรอง โจทย์หนักทันที ทางเลือกน้อย วางแผนยาก (อย่าลืมว่าเอาเข้าทีมเดียวนะ)

พอเปิดด้วย 3 แต้มยันกันแบบนี้ ก็ยังสถานการณ์ดี

อิชิอิ มีทางเลือก และได้ลองทีมกันยาวๆ

แฟนบอลไทย อาจอึดอัด ขอให้ใจเย็นๆ

นึกถึงตอน เซนเซ เข้ามาใหม่ๆ แล้วกัน ว่ารักกันขนาดไหน อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจชิงชัง ของแบบนี้ต้องใช้เวลา.

วุฒินล